พระอภิธรรมปิฎก
                            เล่ม ๕
                        ยมกปกรณ์ ภาค ๑
        ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
                            มูลยมก
                           อุทเทสวาร
      [๑] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศลมูลหรือ?
      หรือว่าธรรมเหล่าใดเป็นกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็น
 กุศลมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็น
 กุศล?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นกุศล?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นมูลที่เรียกว่ากุศลมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดเป็นมูลที่เรียกว่ากุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศล?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็น
 กุศลมูล เป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นกุศล?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูล เป็นมูลหรือ?
      หรือว่าธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นกุศล?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีกุศลเป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีกุศลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศล?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็น
 กุศลมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศล?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูล
 อาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นกุศล?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีกุศลมูลเป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็น
 กุศลมูลเป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นกุศล?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูล เป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้ง
 หมด เป็นกุศล?
      [๒] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศลมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดเป็นอกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็น
 อกุศลมูลหรือ?
      หรือว่า  ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นอกุศล?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นอกุศล?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นมูลที่เรียกว่าอกุศลมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดเป็นมูลที่เรียกว่าอกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็น
 อกุศลมูลเป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นอกุศล?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมดเป็นอกุศล?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีอกุศลเป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีอกุศลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็น
 อกุศลมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นอกุศล?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นอกุศล?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีอกุศลมูลเป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีอกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็น
 อกุศลมูล เป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล  ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นอกุศล?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูล เป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นอกุศล?
      [๓] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอัพยากฤต ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตมูล
 หรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดเป็นอัพยากตมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากฤต?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอัพยากฤต ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็น
 อัพยากตมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นอัพยากฤต?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นอัพยากฤต.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอัพยากฤต ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นมูลที่เรียกว่าอัพยากต-
 *มูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดเป็นมูลที่เรียกว่าอัพยากตมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากฤต.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอัพยากฤต ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด  มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็น
 อัพยากตมูล เป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นอัพยากฤต.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูล เป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นอัพยากฤต.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอัพยากฤต ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีอัพยากฤตเป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีอัพยากฤตเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากฤต.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอัพยากฤต ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็น
 อัพยากตมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นอัพยากฤต.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นอัพยากฤต.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอัพยากฤต ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีอัพยากตมูลเป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีอัพยากตมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากฤต.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอัพยากฤต ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็น
 อัพยากตมูล เป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นอัพยากฤต.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูล เป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นอัพยากฤต.
      [๔] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นนาม ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนามเป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดเป็นนามเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนาม.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นนาม ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนาม
 เป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นนาม.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามเป็นกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามเป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นนาม.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นนาม ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นมูลที่เรียกว่านามมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดเป็นมูลที่เรียกว่านามมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นนาม ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูล
 เป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นนาม.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นนาม.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นนาม ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีนามเป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีนามเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม?
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นนาม ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกัน โดยเป็นนาม
 มูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นนาม.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูล
 อาศัยกันและกันโดยเป็นนามมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นนาม.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นนาม ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีนามมูลเป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีนามมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นนาม ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูล
 เป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นนาม.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูลหรือ?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นนาม.
      [๕] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
      มีกุศลเป็นเหตุหรือ ฯลฯ
      มีกุศลเป็นนิทานหรือ ฯลฯ
      มีกุศลเป็นแดนเกิดพร้อมหรือ ฯลฯ
      มีกุศลเป็นแดนเกิดทั่วหรือ ฯลฯ
      มีกุศลเป็นสมุฏฐานหรือ ฯลฯ
      มีกุศลเป็นอาหารหรือ ฯลฯ
      มีกุศลเป็นอารมณ์หรือ ฯลฯ
      มีกุศลเป็นปัจจัยหรือ ฯลฯ
      มีกุศลเป็นสมุทัยหรือ ฯลฯ
      "มูล เหตุ นิทาน สมภพ ปภพ สมุฏฐาน อาหาร อารมณ์ ปัจจัย และสมุทัย".
                         อุทเทสวาร จบ.
                           นิทเทสวาร
                         กุศลธรรมนิทเทส
      [๖] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศลมูลหรือ?
      กุศลมูลมี ๓ เท่านั้น กุศลธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่กุศลมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดเป็นกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศล?
      ถูกแล้ว.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดย
 เป็นกุศลมูลหรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นกุศล?
      รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐาน มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล แต่ไม่ใช่กุศล กุศลเป็น
 ธรรมที่มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลด้วย เป็นกุศลด้วย.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นมูลที่อาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูลหรือ?
      มูลเหล่าใดที่เป็นกุศลมูล เกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นเป็นมูลอย่างเดียวกันด้วย เป็นมูลที่
 อาศัยกันและกันด้วย ธรรมที่เกิดร่วมกันกับกุศลมูลที่เหลือนอกนั้น เป็นธรรมมีมูลอย่างเดียวกัน
 โดยเป็นกุศลมูล แต่ไม่ใช่เป็นมูลที่อาศัยกันและกัน.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดเป็นมูลที่อาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นกุศล?
      ถูกแล้ว.
      [๗] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นมูลที่เรียกว่า
 กุศลมูลหรือ?
      มูลที่เรียกว่ากุศลมูลมี ๓ เท่านั้น ธรรมที่เป็นกุศลที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่มูลที่เรียกว่า
 กุศลมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดเป็นมูลที่เรียกว่ากุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศล?
      ถูกแล้ว.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นมูลที่เรียกว่ามูลเดียวกัน
 โดยเป็นกุศลมูลหรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดเป็นมูลที่เรียกว่ามูลเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นกุศล?
      รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐาน เป็นมูลที่เรียกว่ามูลเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล แต่ไม่ใช่กุศล
 กุศลเป็นมูลที่เรียกว่ามูลเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลด้วย เป็นกุศลด้วย.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด เป็นมูลที่เรียกว่ามูลเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นมูลที่เรียกว่าเป็นมูลที่อาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูลหรือ?
      มูลเหล่าใดเป็นกุศลมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นเป็นมูลที่เรียกว่ามูลเดียวกันด้วย เป็น
 มูลที่เรียกว่าเป็นมูลที่อาศัยกันและกันด้วย ธรรมที่เกิดร่วมกันกับกุศลมูลที่เหลือนอกนั้น เป็นมูล
 ที่เรียกว่ามูลเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล แต่ไม่ใช่มูลที่เรียกว่าเป็นมูลที่อาศัยกันและกันเป็นมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดเป็นมูลที่เรียกว่าเป็นมูลที่อาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูล
 ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศล?
      ถูกแล้ว.
      [๘] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีกุศลเป็นมูลหรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีกุศลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศล?
      รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐาน เป็นธรรมมีกุศลเป็นมูล แต่ไม่ใช่กุศล กุศลเป็นธรรมมีกุศล
 เป็นมูลด้วย เป็นกุศลด้วย.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นธรรมมีมูลอย่างเดียวกัน
 โดยเป็นกุศลมูลหรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นกุศล?
      รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐาน เป็นธรรมมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล แต่ไม่ใช่กุศล
 กุศลเป็นธรรมมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลด้วย เป็นกุศลด้วย.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นธรรมที่มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูลหรือ?
      มูลเหล่าใดที่เป็นกุศลมูล เกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นเป็นธรรมมีมูลอย่างเดียวกันด้วย มีมูล
 ที่อาศัยกันและกันด้วย ธรรมที่เกิดร่วมกันกับกุศลมูลที่เหลือนอกนั้น เป็นธรรมมีมูลอย่างเดียว
 กันโดยเป็นกุศลมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกัน.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลที่อาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้ง
 หมด เป็นกุศล?
      ถูกแล้ว.
      [๙] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีกุศลมูลเป็นมูล?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นกุศล?
      รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐาน เป็นธรรมมีกุศลมูลเป็นมูล แต่ไม่ใช่กุศล กุศลเป็นธรรมมี
 กุศลมูลเป็นมูลด้วย เป็นกุศลด้วย.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็น
 กุศลมูล เป็นมูลหรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นกุศล?
      รูปที่มีกุศลเป็นสมุฏฐาน เป็นธรรมมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลเป็นมูล แต่ไม่ใช่
 กุศล กุศลเป็นธรรมมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลเป็นมูลด้วย เป็นกุศลด้วย
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นธรรมมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูล เป็นมูลหรือ?
      มูลเหล่าใดที่เป็นกุศลมูล เกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นเป็นธรรมมีมูลอย่างเดียวกันเป็นมูล
 ด้วย เป็นธรรมมีมูลอาศัยกันและกันเป็นมูลด้วย ธรรมที่เกิดร่วมกันกับกุศลมูลที่เหลือนอกนั้น
 เป็นธรรมมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นกุศลมูลเป็นมูล แต่ไม่ใช่ธรรมที่มีมูลอาศัยกันและกัน
 เป็นมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นกุศล?
      ถูกแล้ว.
                        อกุศลธรรมนิทเทส
      [๑๐] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศลหรือ?
      อกุศลมูลมี ๓ เท่านั้น ธรรมที่เป็นอกุศลที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่อกุศลมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดเป็นอกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล?
      ถูกแล้ว.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นธรรมมีมูลอย่างเดียว
 กันโดยเป็นอกุศลหรือ?
      อกุศลที่เป็นอเหตุกะ ไม่ใช่เป็นธรรมมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป้นอกุศลมูล อกุศลที่เป็น
 สเหตุกะ เป็นธรรมมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นอกุศล?
      รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐาน เป็นธรรมมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล ไม่ใช่อกุศล
 อกุศลเป็นธรรมมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลด้วย เป็นอกุศลด้วย.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูลหรือ?
      มูลเหล่าใดที่เป็นอกุศลมูล เกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นเป็นมูลอย่างเดียวกันด้วยเป็นมูล
 อาศัยกันและกันด้วย ธรรมที่เกิดร่วมกันกับอกุศลมูลที่เหลือ นอกนั้น เป็นธรรมมีมูลอย่างเดียว
 กันโดยเป็นอกุศลมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกัน.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นอกุศล?
      ถูกแล้ว.
      [๑๑] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นมูลที่เรียกว่า
 อกุศลมูลหรือ?
      มูลที่เรียกว่าอกุศลมูลมี ๓ เท่านั้น ธรรมที่เป็นอกุศลที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่เป็นมูลที่
 เรียกว่าอกุศลมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดเป็นมูลที่เรียกว่าอกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล?
      ถูกแล้ว.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดย
 เป็นอกุศลมูลเป็นมูลหรือ?
      อกุศลเป็นอเหตุกะ ไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล อกุศลที่เป็น
 สเหตุกะ มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นอกุศล?
      รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐาน มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล แต่ไม่ใช่อกุศล
 อกุศลมีธรรมเป็นมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูลด้วย เป็นอกุศลด้วย,
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด มีมูลอันอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูลหรือ?
      มูลเหล่าใดเป็นอกุศลมูล เกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นเป็นมูลที่เรียกว่ามูลอย่างเดียวกันด้วย
 เป็นมูลที่เรียกว่ามูลอาศัยกันและกันด้วย ธรรมที่เกิดร่วมกันกับอกุศลมูลที่เหลือนอกนั้น เป็น
 ธรรมมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล แต่ไม่ใช่ธรรมที่มีมูลอาศัยกันและกันเป็นมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นอกุศล?
      ถูกแล้ว.
      [๑๒] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีอกุศลเป็น
 มูลหรือ?
      อกุศลที่เป็นอเหตุกะ ไม่ใช่มีอกุศลเป็นมูล อกุศลที่เป็นสเหตุกะ มีอกุศลเป็นมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีอกุศลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล?
      รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐาน มีอกุศลเป็นมูล ไม่ใช่อกุศล อกุศลมีอกุศลเป็นมูลด้วย
 เป็นอกุศลด้วย.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดย
 เป็นอกุศลมูลหรือ?
      อกุศลที่เป็นอเหตุกะ ไม่มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล อกุศลที่เป็นสเหตุกะ
 มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นอกุศล?
      รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐาน มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล แต่ไม่ใช่อกุศล
 อกุศลมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลด้วย เป็นอกุศลด้วย.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูลหรือ?
      มูลเหล่าใดที่เป็นอกุศลมูล เกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นชื่อว่ามีมูลอย่างเดียวกันด้วย มีมูล
 อาศัยกันและกันด้วย ธรรมที่เกิดร่วมกันกับอกุศลมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็น
 อกุศลมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกัน.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 เป็นอกุศล?
      ถูกแล้ว.
      [๑๓] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีอกุศลมูล
 เป็นมูลหรือ?
      อกุศลที่เป็นอเหตุกะ ไม่ใช่มีอกุศลมูลเป็นมูล อกุศลที่เป็นสเหตุกะ มีอกุศลมูลเป็นมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีอกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล?
      รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐาน มีอกุศลมูลเป็นมูล ไม่ใช่อกุศล อกุศลมีอกุศลมูลเป็นมูล
 ด้วย เป็นอกุศลด้วย.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็น
 อกุศลมูลเป็นมูลหรือ?
      อกุศลที่เป็นอเหตุกะ ไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล อกุศลที่เป็น
 สเหตุกะ มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นอกุศล?
      รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐาน มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล ไม่ใช่อกุศล
 อกุศลมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูลด้วย เป็นอกุศลด้วย.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูล เป็นมูลหรือ?
      มูลเหล่าใดที่เป็นอกุศลมูล เกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นชื่อว่ามีมูลอย่างเดียวกัน เป็นมูลด้วย
 มีมูลอาศัยกันและกันเป็นมูลด้วย ธรรมที่เกิดร่วมกันกับอกุศลมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลอย่างเดียว
 กันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกันเป็นมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอกุศลมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นอกุศล?
      ถูกแล้ว.
                       อัพยากตธรรมนิทเทส
      [๑๔] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอัพยากฤต ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากต-
 *มูลหรือ?
      อัพยากตมูลมี ๓ เท่านั้น ธรรมที่เป็นอัพยากฤตที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่อัพยากตมูล?
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดเป็นอัพยากตมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากฤต?
      ถูกแล้ว.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอัพยากฤต ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกัน
 โดยเป็นอัพยากตมูลหรือ?
      อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะ ไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล อัพยากฤตที่เป็น
 สเหตุกะ มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นอัพยากฤต?
      ถูกแล้ว.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูลหรือ?
      มูลเหล่าใดที่เป็นอัพยากตมูล เกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นชื่อว่ามีมูลอย่างเดียวกันด้วย มี
 มีมูลอาศัยกันและกันด้วย ธรรมที่เกิดร่วมกันกับอัพยากตมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลอย่างเดียวกัน
 โดยเป็นอัพยากตมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกัน.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นอัพยากฤต?
      ถูกแล้ว.
      [๑๕] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอัพยากฤต ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีอัพยากตมูล
 เป็นมูลหรือ?
      มูลที่เป็นอัพยากตมูลมี ๓ เท่านั้น อัพยากตธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่มูลที่เรียกว่า
 อัพยากตมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดเป็นมูลที่เรียกว่าอัพยากตมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็น
 อัพยากฤต?
      ถูกแล้ว.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดที่เป็นอัพยากฤต ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกัน
 โดยเป็นอัพยากตมูล เป็นมูลหรือ?
      อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะ ไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกัน โดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล
 อัพยากฤตที่เป็นสเหตุกะ มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นอัพยากฤต?
      ถูกแล้ว.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูลหรือ?
      มูลเหล่าใดที่เป็นอัพยากตมูล เกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นชื่อว่ามีมูลอย่างเดียวกันเป็นมูล
 ด้วย มีมูลอาศัยกันและกันเป็นมูลด้วย ธรรมที่เกิดร่วมกันกับอัพยากตมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูล
 อย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกันเป็นมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล ธรรม
 เหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากฤต?
      ถูกแล้ว.
      [๑๖] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอัพยากฤต ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีอัพยากฤต
 เป็นมูลหรือ?
      อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะ ไม่ใช่มีอัพยากฤตเป็นมูล อัพยากฤตที่เป็นสเหตุกะ มีอัพยากฤต
 เป็นมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีอัพยากฤตเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากฤต?
      ถูกแล้ว.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอัพยากฤต ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกัน
 โดยเป็นอัพยากตมูลหรือ?
      อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะ ไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล อัพยากฤตที่เป็น
 สเหตุกะ มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นอัพยากฤต?
      ถูกแล้ว.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูลหรือ?
      มูลเหล่าใดที่เป็นอัพยากตมูล เกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นชื่อว่ามีมูลอย่างเดียวกันด้วย
 มีมูลอาศัยกันและกันด้วย ธรรมที่เกิดร่วมกันกับอัพยากตมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลอย่างเดียวกัน
 โดยเป็นอัพยากตมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกัน.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นอัพยากฤต?
      ถูกแล้ว.
      [๑๗] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอัพยากฤต ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีอัพยากตมูล
 เป็นมูลหรือ?
      อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะ ไม่ใช่มีอัพยากตมูลเป็นมูล อัพยากฤตที่เป็นสเหตุกะ มี
 อัพยากตมูลเป็นมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีอัพยากตมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากฤต?
      ถูกแล้ว.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอัพยากฤต ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกัน
 โดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูลหรือ?
      อัพยากฤตที่เป็นอเหตุกะ ไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล อัพยากฤต
 ที่เป็นสเหตุกะ มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นอัพยากฤต?
      ถูกแล้ว.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล ธรรม
 เหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูล เป็นมูลหรือ?
      มูลเหล่าใดที่เป็นอัพยากตมูล เกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นชื่อว่ามีมูลอย่างเดียวกันเป็นมูล
 ด้วย มีมูลอาศัยกันและกันเป็นมูลด้วย ธรรมที่เกิดร่วมกันกับอัพยากตมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูล
 อย่างเดียวกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกันเป็นมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นอัพยากตมูลเป็นมูล ธรรม-
 *เหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากฤต?
     ถูกแล้ว.
                         นามธรรมนิทเทส
      [๑๘] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นนาม ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนามเป็นมูล
 หรือ?
      นามมูลมี ๙ เท่านั้น นามที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่นามมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดเป็นนามเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม?
      ถูกแล้ว.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นนาม ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็น
 นามเป็นมูลหรือ?
      นามที่เป็นอเหตุกะ ไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามเป็นมูล นามที่เป็นสเหตุกะ
 มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามเป็นมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นนาม?
      รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐาน มีมูลอย่างเดียวกัน โดยเป็นนามเป็นมูล แต่ไม่ใช่นาม นาม
 มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามเป็นมูลด้วย เป็นนามด้วย.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามเป็นมูลหรือ?
      มูลเหล่าใดเป็นนามเป็นมูล เกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นชื่อว่ามีมูลอย่างเดียวกันด้วย
 มีมูลอาศัยกันและกันด้วย ธรรมที่เกิดร่วมกันกับธรรมที่เป็นนามเป็นมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูล
 อย่างเดียวกันโดยเป็นนามเป็นมูล แต่ไม่ใช่มูลอาศัยกันและกัน.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นนาม?
      ถูกแล้ว.
      [๑๙] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดที่เป็นนาม ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีนามมูลเป็นมูล
 หรือ?
      มูลที่เรียกว่านามมูลมี ๙ เท่านั้น ธรรมที่เป็นนามที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่มูลที่เรียกว่า
 นามมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดเป็นมูลที่เรียกว่านามมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม?
      ถูกแล้ว.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดที่เป็นนาม ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดย
 เป็นนามเป็นมูลหรือ?
      นามที่เป็นอเหตุกะ ไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล นามที่เป็นสเหตุกะ
 มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นนาม?
      รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐาน มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล แต่ไม่ใช่นาม
 นามมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูลด้วย เป็นนามด้วย.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามมูลเป็นนามมูลหรือ?
      มูลเหล่าใดที่เป็นนามมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นชื่อว่ามีมูลอย่างเดียวกันเป็นมูลด้วย
 มีมูลอาศัยกันและกันเป็นมูลด้วย ธรรมที่เกิดร่วมกันกับนามมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลอย่างเดียวกัน
 โดยเป็นนามมูลเป็นมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกันเป็นมูล
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นนาม?
      ถูกแล้ว.
      [๒๐] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นนาม ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีนามเป็นมูลหรือ?
      นามที่เป็นอเหตุกะ ไม่ใช่มีนามเป็นมูล นามที่เป็นสเหตุกะ มีนามเป็นมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีนามเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม?
      รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐาน มีนามเป็นมูล แต่ไม่ใช่นาม นามมีนามเป็นมูลด้วย เป็น
 นามด้วย.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นนาม ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็น
 นามเป็นมูลหรือ?
      นามที่เป็นอเหตุกะ ไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามเป็นมูล นามที่เป็นสเหตุกะ
 มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามเป็นมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นนาม?
      รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐาน มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูล แต่ไม่ใช่นาม นามมีมูล
 อย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลด้วย เป็นนามด้วย.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
 มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามมูลหรือ?
      มูลเหล่าใดที่เป็นนามมูลเกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นชื่อว่ามีมูลอย่างเดียวกันด้วย มีมูล
 อาศัยกันและกันด้วย ธรรมที่เกิดร่วมกันกับนามมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็น-
 *นามเป็นมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกัน.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นนาม?
      ถูกแล้ว.
      [๒๑] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดที่เป็นนาม ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีนามมูลเป็นมูล
 หรือ?
      นามที่เป็นอเหตุกะ ไม่ใช่มีนามมูลเป็นมูล นามที่เป็นสเหตุกะ มีนามมูลเป็นมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดที่มีนามมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นนาม?
      รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐาน มีนามมูลเป็นมูล แต่ไม่ใช่นาม นามมีนามมูลเป็นมูลด้วย
 เป็นนามด้วย.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดที่เป็นนาม ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลอย่างเดียวกันโดย
 เป็นนามมูลเป็นมูลหรือ?
      นามที่เป็นอเหตุกะ ไม่ใช่มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล นามที่เป็นสเหตุกะ
 มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นนาม?
      รูปที่มีนามเป็นสมุฏฐานมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล แต่ไม่ใช่นาม นาม
 มีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูลด้วย เป็นนามด้วย.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดมีมูลอย่างเดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูลหรือ?
      มูลเหล่าใดที่เป็นนามมูล เกิดร่วมกัน มูลเหล่านั้นชื่อว่ามีมูลอย่างเดียวกันเป็นมูลด้วย
 มีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นมูลด้วย ธรรมที่เกิดร่วมกันกับนามมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลอย่าง
 เดียวกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล แต่ไม่ใช่มีมูลอาศัยกันและกันเป็นมูล.
      หรือว่า ธรรมเหล่าใดมีมูลอาศัยกันและกันโดยเป็นนามมูลเป็นมูล ธรรมเหล่านั้น
 ทั้งหมด เป็นนาม?
      ถูกแล้ว.
      [๒๒] ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีกุศลเป็นเหตุ
      มีกุศลเป็นนิทาน
      มีกุศลเป็นแดนเกิดพร้อม
      มีกุศลเป็นแดนเกิดทั่ว
      มีกุศลเป็นสมุฏฐาน
      มีกุศลเป็นอาหาร
      มีกุศลเป็นอารมณ์
      มีกุศลเป็นปัจจัย
      มีกุศลเป็นสมุทัย.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอกุศล.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นอัพยากฤต.
      ธรรมเหล่าหนึ่งเหล่าใดเป็นนาม ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีนามเป็นเหตุ ฯลฯ
      มีนามเป็นนิทาน
      มีนามเป็นแดนเกิดพร้อม
      มีนามเป็นแดนเกิดทั่ว
      มีนามเป็นสมุฏฐาน
      มีนามเป็นอาหาร
      มีนามเป็นอารมณ์
      มีนามเป็นปัจจัย
      มีนามเป็นสมุทัย.
      มูล เหตุ นิทาน สมภพ ปภพ สมุฏฐาน อาหาร อารมณ์ ปัจจัย และสมุทัย.
                          มูลยมก จบ.
                        -------------
                            ขันธยมก
                           ปัณณัตติวาร
      [๒๓] ขันธ์ ๕ คือ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์.
                           อุทเทสวาร
      [๒๔] รูปคือรูปขันธ์หรือ          รูปขันธ์คือรูปหรือ.
 เวทนาคือเวทนาขันธ์หรือ               เวทนาขันธ์คือเวทนาหรือ.
 สัญญาคือสัญญาขันธ์หรือ                 สัญญาขันธ์คือสัญญาหรือ.
 สังขารคือสังขารขันธ์หรือ               สังขารขันธ์คือสังขารหรือ.
 วิญญาณคือวิญญาณขันธ์หรือ               วิญญาณขันธ์คือวิญญาณหรือ.
      [๒๕] ไม่ใช่รูปไม่ใช่รูปขันธ์หรือ     ไม่ใช่รูปขันธ์ไม่ใช่รูปหรือ.
 ไม่ใช่เวทนาไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ         ไม่ใช่เวทนาขันธ์ไม่ใช่เวทนาหรือ.
 ไม่ใช่สัญญาไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ           ไม่ใช่สัญญาขันธ์ไม่ใช่สัญญาหรือ.
 ไม่ใช่สังขารไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ         ไม่ใช่สังขารขันธ์ไม่ใช่สังขารหรือ.
 ไม่ใช่วิญญาณไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ         ไม่ใช่วิญญาณขันธ์ไม่ใช่วิญญาณหรือ.
      [๒๖] รูปคือรูปขันธ์หรือ           ขันธ์คือเวทนาขันธ์หรือ.
 รูปคือรูปขันธ์หรือ                     ขันธ์คือสัญญาขันธ์หรือ.
 รูปคือรูปขันธ์หรือ                     ขันธ์คือสังขารขันธ์หรือ.
 รูปคือรูปขันธ์หรือ                     ขันธ์คือวิญญาณขันธ์หรือ.
 เวทนาคือเวทนาขันธ์หรือ               ขันธ์คือรูปขันธ์หรือ.
 เวทนาคือเวทนาขันธ์หรือ               ขันธ์คือสัญญาขันธ์หรือ.
 เวทนาคือเวทนาขันธ์หรือ               ขันธ์คือสังขารขันธ์หรือ.
 เวทนาคือเวทนาขันธ์หรือ               ขันธ์คือวิญญาณขันธ์หรือ.
      สัญญาคือสัญญาขันธ์หรือ            ขันธ์คือรูปขันธ์หรือ.
      สัญญาคือสัญญาขันธ์หรือ            ขันธ์คือเวทนาขันธ์หรือ.
      สัญญาคือสัญญาขันธ์หรือ            ขันธ์คือสังขารขันธ์หรือ.
      สัญญาคือสัญญาขันธ์หรือ            ขันธ์คือวิญญาณขันธ์หรือ.
      สังขารคือสังขารขันธ์หรือ          ขันธ์คือรูปขันธ์หรือ.
      สังขารคือสังขารขันธ์หรือ          ขันธ์คือเวทนาขันธ์หรือ.
      สังขารคือสังขารขันธ์หรือ          ขันธ์คือสัญญาขันธ์หรือ.
      สังขารคือสังขารขันธ์หรือ          ขันธ์คือวิญญาณขันธ์หรือ.
      วิญญาณคือวิญญาณขันธ์หรือ          ขันธ์คือรูปขันธ์หรือ.
      วิญญาณคือวิญญาณขันธ์หรือ          ขันธ์คือเวทนาขันธ์หรือ.
      วิญญาณคือวิญญาณขันธ์หรือ          ขันธ์คือสัญญาขันธ์หรือ.
      วิญญาณคือวิญญาณขันธ์หรือ          ขันธ์คือสังขารขันธ์หรือ.
      [๒๗] ไม่ใช่รูปไม่ใช่รูปขันธ์หรือ     ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ.
      ไม่ใช่รูปไม่ใช่รูปขันธ์หรือ          ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ.
      ไม่ใช่รูปไม่ใช่รูปขันธ์หรือ          ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ.
      ไม่ใช่รูปไม่ใช่รูปขันธ์หรือ          ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ.
      ไม่ใช่เวทนาไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ    ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่รูปขันธ์หรือ.
      ไม่ใช่เวทนาไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ    ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ.
      ไม่ใช่เวทนาไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ    ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ.
      ไม่ใช่เวทนาไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ    ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ.
      ไม่ใช่สัญญาไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ      ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่รูปขันธ์หรือ.
      ไม่ใช่สัญญาไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ      ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ.
      ไม่ใช่สัญญาไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ      ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ.
      ไม่ใช่สัญญาไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ      ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ.
      ไม่ใช่สังขารไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ    ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่รูปขันธ์หรือ.
      ไม่ใช่สังขารไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ    ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ.
      ไม่ใช่สังขารไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ    ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ.
      ไม่ใช่สังขารไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ    ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ.
      ไม่ใช่วิญญาณไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ    ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่รูปขันธ์หรือ.
      ไม่ใช่วิญญาณไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ    ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ.
      ไม่ใช่วิญญาณไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ    ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ.
      ไม่ใช่วิญญาณไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ    ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ.
      [๒๘] รูปเป็นขันธ์หรือ           ขันธ์คือรูปหรือ.
      เวทนาเป็นขันธ์หรือ              ขันธ์คือเวทนาหรือ.
      สัญญาเป็นขันธ์หรือ               ขันธ์คือสัญญาหรือ.
      สังขารเป็นขันธ์หรือ              ขันธ์คือสังขารหรือ.
      วิญญาณเป็นขันธ์หรือ              ขันธ์คือวิญญาณหรือ.
      [๒๙] ไม่ใช่รูปไม่ใช่รูปขันธ์หรือ     ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่รูปหรือ.
      ไม่ใช่เวทนาไม่ใช่ขันธ์หรือ         ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่เวทนาหรือ.
      ไม่ใช่สัญญาไม่ใช่ขันธ์หรือ          ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่สัญญาหรือ.
      ไม่ใช่สังขารไม่ใช่ขันธ์หรือ         ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่สังขารหรือ.
      ไม่ใช่วิญญาณไม่ใช่ขันธ์หรือ         ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่วิญญาณหรือ.
      [๓๐] รูปเป็นขันธ์หรือ            ขันธ์คือเวทนาหรือ.
      รูปเป็นขันธ์หรือ                 ขันธ์คือสัญญาหรือ.
      รูปเป็นขันธ์หรือ                 ขันธ์คือสังขารหรือ.
      รูปเป็นขันธ์หรือ                 ขันธ์คือวิญญาณหรือ.
      เวทนาเป็นขันธ์หรือ              ขันธ์คือรูปหรือ.
      เวทนาเป็นขันธ์หรือ              ขันธ์คือสัญญาหรือ.
      เวทนาเป็นขันธ์หรือ              ขันธ์คือสังขารหรือ.
      เวทนาเป็นขันธ์หรือ              ขันธ์คือวิญญาณหรือ.
      สัญญาเป็นขันธ์หรือ               ขันธ์คือรูปหรือ.
      สัญญาเป็นขันธ์หรือ               ขันธ์คือเวทนาหรือ.
      สัญญาเป็นขันธ์หรือ               ขันธ์คือสังขารหรือ.
      สัญญาเป็นขันธ์หรือ               ขันธ์คือวิญญาณหรือ.
      สังขารเป็นขันธ์หรือ              ขันธ์คือรูปหรือ.
      สังขารเป็นขันธ์หรือ              ขันธ์คือเวทนาหรือ.
      สังขารเป็นขันธ์หรือ              ขันธ์คือสัญญาหรือ.
      สังขารเป็นขันธ์หรือ              ขันธ์คือวิญญาณหรือ.
      วิญญาณเป็นขันธ์หรือ              ขันธ์คือรูปหรือ.
      วิญญาณเป็นขันธ์หรือ              ขันธ์คือเวทนาหรือ.
      วิญญาณเป็นขันธ์หรือ              ขันธ์คือสัญญาหรือ.
      วิญญาณเป็นขันธ์หรือ              ขันธ์คือสังขารหรือ.
      [๓๑] ไม่ใช่รูปไม่ใช่ขันธ์หรือ       ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่เวทนาหรือ.
      ไม่ใช่รูปไม่ใช่ขันธ์หรือ            ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่สัญญาหรือ.
      ไม่ใช่รูปไม่ใช่ขันธ์หรือ            ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่สังขารหรือ.
      ไม่ใช่รูปไม่ใช่ขันธ์หรือ            ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่วิญญาณหรือ.
      ไม่ใช่เวทนาไม่ใช่ขันธ์หรือ         ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่รูปหรือ.
      ไม่ใช่เวทนาไม่ใช่ขันธ์หรือ         ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่สัญญาหรือ.
      ไม่ใช่เวทนาไม่ใช่ขันธ์หรือ         ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่สังขารหรือ.
      ไม่ใช่เวทนาไม่ใช่ขันธ์หรือ         ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่วิญญาณหรือ.
      ไม่ใช่สัญญาไม่ใช่ขันธ์หรือ          ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่รูปหรือ.
      ไม่ใช่สัญญาไม่ใช่ขันธ์หรือ          ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่เวทนาหรือ.
      ไม่ใช่สัญญาไม่ใช่ขันธ์หรือ          ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่สังขารหรือ.
      ไม่ใช่สัญญาไม่ใช่ขันธ์หรือ          ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่วิญญาณหรือ.
      ไม่ใช่สังขารไม่ใช่ขันธ์หรือ         ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่รูปหรือ.
      ไม่ใช่สังขารไม่ใช่ขันธ์หรือ         ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่เวทนาหรือ.
      ไม่ใช่สังขารไม่ใช่ขันธ์หรือ         ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่สัญญาหรือ.
      ไม่ใช่สังขารไม่ใช่ขันธ์หรือ         ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่วิญญาณหรือ.
      ไม่ใช่วิญญาณไม่ใช่ขันธ์หรือ         ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่รูปหรือ.
      ไม่ใช่วิญญาณไม่ใช่ขันธ์หรือ         ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่เวทนาหรือ.
      ไม่ใช่วิญญาณไม่ใช่ขันธ์หรือ         ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่สัญญาหรือ.
      ไม่ใช่วิญญาณไม่ใช่ขันธ์หรือ         ไม่ใช่ขันธ์ไม่ใช่สังขารหรือ.
                           นิทเทสวาร
                          ปทโสธนวาร
      [๓๒] รูป คือรูปขันธ์หรือ?
      ปิยรูป สาตรูป เรียกว่า รูป แต่ไม่ใช่รูปขันธ์ รูปขันธ์เป็นรูปด้วย เป็นรูปขันธ์ด้วย.
      รูปขันธ์ คือรูปหรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๓๓] เวทนา คือเวทนาขันธ์?
      ถูกแล้ว.
      เวทนาขันธ์คือเวทนาหรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๓๔] สัญญา คือสัญญาขันธ์หรือ?
      ทิฏฐิสัญญาเป็นสัญญา แต่ไม่ใช่สัญญาขันธ์ สัญญาขันธ์เป็นสัญญาด้วย เป็น
 สัญญาขันธ์ด้วย.
      สัญญาขันธ์ คือสัญญาหรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๓๕] สังขาร คือสังขารขันธ์หรือ?
      ยกเว้นสังขารขันธ์เสียแล้ว สังขารที่เหลือนอกนั้น เป็นสังขาร แต่ไม่ใช่สังขารขันธ์
 สังขารขันธ์ เป็นสังขารด้วย เป็นสังขารขันธ์ด้วย.
      สังขารขันธ์ คือสังขารหรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๓๖] วิญญาณ คือวิญญาณขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      วิญญาณขันธ์ คือวิญญาณหรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๓๗] ไม่ใช่รูป ไม่ใช่รูปขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่รูปขันธ์ ไม่ใช่รูปหรือ?
      ปิยรูป สาตรูป ไม่ใช่รูปขันธ์ แต่เรียกว่า รูป ยกเว้นรูปและรูปขันธ์เสียแล้ว สภาว-
 *ธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่รูป และไม่ใช่รูปขันธ์.
      [๓๘] ไม่ใช่เวทนา ไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่เวทนาขันธ์ ไม่ใช่เวทนาหรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๓๙] ไม่ใช่สัญญา ไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่สัญญาขันธ์ ไม่ใช่สัญญาหรือ?
      ทิฏฐิสัญญา ไม่ใช่สัญญาขันธ์ เป็นแต่สัญญา ยกเว้นสัญญา และสัญญาขันธ์เสียแล้ว
 สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่สัญญา และไม่ใช่สัญญาขันธ์.
      [๔๐] ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่สังขารขันธ์ ไม่ใช่สังขารหรือ?
      ยกเว้นสังขารขันธ์เสียแล้ว สังขารที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่สังขารขันธ์ เป็นแต่สังขาร
 ยกเว้นสังขารและสังขารขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่สังขาร และไม่ใช่
 สังขารขันธ์
      [๔๑] ไม่ใช่วิญญาณ ไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่วิญญาณขันธ์ ไม่ใช่วิญญาณหรือ?
      ถูกแล้ว.
                       ปทโสธนมูลจักกวาร ๒
      [๔๒] รูป คือรูปขันธ์หรือ?
      ปิยรูป สาตรูป เรียกว่า รูป แต่ไม่ใช่รูปขันธ์ รูปขันธ์ เป็นรูปด้วย เป็นรูปขันธ์ด้วย
      ขันธ์ คือเวทนาขันธ์หรือ?
      เวทนาขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นเวทนาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นขันธ์ แต่
 ไม่ใช่เวทนาขันธ์.
      [๔๓] รูป คือรูปขันธ์หรือ?
      ปิยรูป สาตรูป เรียกว่า รูป แต่ไม่ใช่รูปขันธ์ รูปขันธ์ เป็นรูปด้วย เป็นรูปขันธ์ด้วย.
      ขันธ์ คือสัญญาขันธ์หรือ?
      สัญญาขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นสัญญาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นขันธ์ แต่
 ไม่ใช่สัญญาขันธ์.
      [๔๔] รูป คือรูปขันธ์หรือ?
      ปิยรูป สาตรูป เรียกว่า รูป แต่ไม่ใช่รูปขันธ์ รูปขันธ์ เป็นรูปด้วย เป็นรูปขันธ์ด้วย.
      ขันธ์ คือสังขารขันธ์หรือ?
      สังขารขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นสังขารขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นขันธ์ แต่
 ไม่ใช่สังขารขันธ์.
      [๔๕] รูป คือรูปขันธ์หรือ?
      ปิยรูป สาตรูป เรียกว่า รูป แต่ไม่ใช่รูปขันธ์ รูปขันธ์ เป็นรูปด้วย เป็นรูปขันธ์ด้วย.
      ขันธ์ คือวิญญาณขันธ์หรือ?
      วิญญาณขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นวิญญาณขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นขันธ์ แต่
 ไม่ใช่วิญญาณขันธ์.
      [๔๖] เวทนา คือเวทนาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือรูปขันธ์หรือ?
      รูปขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นรูปขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นขันธ์ แต่ไม่ใช่
 รูปขันธ์.
      [๔๗] เวทนา คือเวทนาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือสัญญาขันธ์หรือ?
      สัญญาขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นสัญญาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นขันธ์ แต่
 ไม่ใช่สัญญาขันธ์.
      [๔๘] เวทนา คือเวทนาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือสังขารขันธ์หรือ?
      สังขารขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นสังขารขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นขันธ์ แต่
 ไม่ใช่สังขารขันธ์.
      [๔๙] เวทนา คือเวทนาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือวิญญาณขันธ์หรือ?
      วิญญาณขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นวิญญาณขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นขันธ์ แต่
 ไม่ใช่วิญญาณขันธ์.
      [๕๐] สัญญา คือสัญญาขันธ์หรือ?
      ทิฏฐิสัญญา เป็นสัญญา แต่ไม่ใช่สัญญาขันธ์ สัญญาขันธ์ เป็นสัญญาด้วย เป็น
 สัญญาขันธ์ด้วย.
      ขันธ์ คือรูปขันธ์หรือ?
      รูปขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นรูปขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นขันธ์ แต่ไม่ใช่
 รูปขันธ์.
      [๕๑] สัญญา คือสัญญาขันธ์หรือ?
      ทิฏฐิสัญญา เป็นสัญญา แต่ไม่ใช่สัญญาขันธ์ สัญญาขันธ์ เป็นสัญญาด้วย เป็น
 สัญญาขันธ์ด้วย.
      ขันธ์ คือเวทนาขันธ์หรือ?
      เวทนาขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นเวทนาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นขันธ์ แต่
 ไม่ใช่เวทนาขันธ์.
      [๕๒] สัญญา คือสัญญาขันธ์หรือ?
      ทิฏฐิสัญญา เป็นสัญญา แต่ไม่ใช่สัญญาขันธ์ สัญญาขันธ์ เป็นสัญญาด้วย เป็น
 สัญญาขันธ์ด้วย.
      ขันธ์ คือสังขารขันธ์หรือ?
      สังขารขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นสังขารขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นขันธ์ แต่
 ไม่ใช่สังขารขันธ์.
      [๕๓] สัญญา คือสัญญาขันธ์หรือ?
      ทิฏฐิสัญญา เป็นสัญญา แต่ไม่ใช่สัญญาขันธ์ สัญญาขันธ์ เป็นสัญญาด้วย เป็น
 สัญญาขันธ์ด้วย.
      ขันธ์ คือวิญญาณขันธ์หรือ?
      วิญญาณขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นวิญญาณขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นขันธ์
 แต่ไม่ใช่วิญญาณขันธ์.
      [๕๔] สังขาร คือสังขารขันธ์หรือ?
      ยกเว้นสังขารขันธ์เสียแล้ว สังขารที่เหลือนอกนั้น เป็นสังขาร แต่ไม่ใช่สังขารขันธ์
 สังขารขันธ์ เป็นสังขารด้วย เป็นสังขารขันธ์ด้วย.
      ขันธ์ คือรูปขันธ์หรือ?
      รูปขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นรูปขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นขันธ์ แต่ไม่ใช่
 รูปขันธ์?
      [๕๕] สังขาร คือสังขารขันธ์หรือ?
      ยกเว้นสังขารขันธ์เสียแล้ว สังขารที่เหลือนอกนั้น เป็นสังขาร แต่ไม่ใช่สังขารขันธ์
 สังขารขันธ์ เป็นสังขารด้วย เป็นสังขารขันธ์ด้วย.
      ขันธ์ คือเวทนาขันธ์หรือ?
      เวทนาขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นเวทนาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นขันธ์ แต่ไม่ใช่
 เวทนาขันธ์.
      [๕๖] สังขาร คือสังขารขันธ์หรือ?
      ยกเว้นสังขารขันธ์เสียแล้ว สังขารที่เหลือนอกนั้น เป็นสังขาร แต่ไม่ใช่สังขารขันธ์
 สังขารขันธ์ เป็นสังขารด้วย เป็นสังขารขันธ์ด้วย.
      ขันธ์ คือสัญญาขันธ์หรือ?
      สัญญาขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นสัญญาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นขันธ์ แต่
 ไม่ใช่สัญญาขันธ์.
      [๕๗] สังขาร คือสังขารขันธ์หรือ?
      ยกเว้นสังขารขันธ์เสีย สังขารที่เหลือนอกนั้น เป็นสังขาร แต่ไม่ใช่สังขารขันธ์
 สังขารขันธ์เป็นสังขารด้วย เป็นสังขารขันธ์ด้วย.
      ขันธ์ คือวิญญาณขันธ์หรือ?
      วิญญาณขันธ์เป็นขันธ์ด้วย เป็นวิญญาณขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นขันธ์ แต่
 ไม่ใช่วิญญาณขันธ์.
      [๕๘] วิญญาณ คือวิญญาณขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือรูปขันธ์หรือ?
      รูปขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย  เป็นรูปขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นขันธ์ แต่ไม่ใช่รูปขันธ์.
      [๕๙] วิญญาณ คือวิญญาณขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือเวทนาขันธ์หรือ?
      เวทนาขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นเวทนาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นขันธ์ แต่ไม่ใช่
 เวทนาขันธ์.
      [๖๐] วิญญาณ คือวิญญาณขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือสัญญาขันธ์หรือ?
      สัญญาขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นสัญญาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นขันธ์ แต่ไม่ใช่
 สัญญาขันธ์.
      [๖๑] วิญญาณ คือวิญญาณขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือสังขารขันธ์หรือ?
      สังขารขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นสังขารขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นขันธ์ แต่ไม่ใช่
 สังขารขันธ์.
      [๖๒] ไม่ใช่รูป ไม่ใช่รูปขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่รูป ไม่ใช่รูปขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่รูป ไม่ใช่รูปขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่รูป ไม่ใช่รูปขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๖๓] ไม่ใช่เวทนา ไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่รูปขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่เวทนา ไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่เวทนา ไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่เวทนา ไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๖๔] ไม่ใช่สัญญา ไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่รูปขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่สัญญา ไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่สัญญา ไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่สัญญา ไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๖๕] ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่รูปขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๖๖] ไม่ใช่วิญญาณ ไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่รูปขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่วิญญาณ ไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่วิญญาณ ไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่วิญญาณ ไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
                         สุทธขันธวาร ๒
      [๖๗] รูป คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือรูปขันธ์หรือ?
      รูปขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นรูปขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์ ไม่ใช่รูปขันธ์.
      [๖๘] เวทนา คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือเวทนาขันธ์หรือ?
      เวทนาขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นเวทนาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์ ไม่ใช่
 เวทนาขันธ์.
      [๖๙] สัญญา คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือสัญญาขันธ์หรือ?
      สัญญาขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นสัญญาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์ ไม่ใช่
 สัญญาขันธ์.
      [๗๐] สังขาร คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือสังขารขันธ์หรือ?
      สังขารขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นสังขารขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์ ไม่ใช่
 สังขารขันธ์.
      [๗๑] วิญญาณ คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือวิญญาณขันธ์หรือ?
      วิญญาณขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นวิญญาณขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์
 ไม่ใช่วิญญาณขันธ์.
      [๗๒] ไม่ใช่รูป ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ยกเว้นรูปเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่รูป เป็นแต่ขันธ์ ยกเว้นรูปและขันธ์
 เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่รูป และไม่ใช่ขันธ์.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่รูปขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๗๓] ไม่ใช่เวทนา ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ยกเว้นเวทนาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่เวทนา เป็นแต่ขันธ์ ยกเว้นเวทนา
 และขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่เวทนาและไม่ใช่ขันธ์.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๗๔] ไม่ใช่สัญญา ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ยกเว้นสัญญาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่สัญญา เป็นแต่ขันธ์ ยกเว้นสัญญา
 และขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่สัญญา และไม่ใช่ขันธ์.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๗๕] ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ยกเว้นสังขารเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่สังขาร เป็นแต่ขันธ์ ยกเว้นสังขาร
 และขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่สัญญา และไม่ใช่ขันธ์.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๗๖] ไม่ใช่วิญญาณ ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ยกเว้นวิญญาณเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่วิญญาณ เป็นแต่ขันธ์ ยกเว้น
 วิญญาณและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่วิญญาณ และไม่ใช่ขันธ์.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
                       สุทธขันธมูลจักกวาร ๒
      [๗๗] รูป คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือเวทนาขันธ์หรือ?
      เวทนาขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นเวทนาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นขันธ์ แต่ไม่ใช่
 เวทนาขันธ์.
      [๗๘] รูป คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือสัญญาขันธ์หรือ?
      สัญญาขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นสัญญาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์ ไม่ใช่
 สัญญาขันธ์.
      [๗๙] รูป คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือสังขารขันธ์หรือ?
      สังขารขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นสังขารขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์
 ไม่ใช่สังขารขันธ์.
      [๘๐] รูป คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือวิญญาณขันธ์หรือ?
      วิญญาณขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นวิญญาณขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์
 ไม่ใช่วิญญาณขันธ์.
      [๘๑] เวทนา คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือรูปขันธ์หรือ?
      รูปขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นรูปขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์ ไม่ใช่รูปขันธ์.
      [๘๒] เวทนา คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือสัญญาขันธ์หรือ?
      สัญญาขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นสัญญาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์ ไม่ใช่
 สัญญาขันธ์.
      [๘๓] เวทนา คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือสังขารขันธ์หรือ?
      สังขารขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นสังขารขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์ ไม่ใช่
 สังขารขันธ์.
      [๘๔] เวทนา คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือวิญญาณขันธ์หรือ?
      วิญญาณขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นวิญญาณขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์
 ไม่ใช่วิญญาณขันธ์.
      [๘๕] สัญญา คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือรูปขันธ์หรือ?
      รูปขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นรูปขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์ ไม่ใช่รูปขันธ์.
      [๘๖] สัญญา คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือเวทนาขันธ์หรือ?
      เวทนาขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นเวทนาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์ ไม่ใช่
 เวทนาขันธ์.
      [๘๗] สัญญา คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือสังขารขันธ์หรือ?
      สังขารขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นสังขารขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์ ไม่ใช่
 สังขารขันธ์.
      [๘๘] สัญญา คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือวิญญาณขันธ์หรือ?
      วิญญาณขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นวิญญาณขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์
 ไม่ใช่วิญญาณขันธ์.
      [๘๙] สังขาร คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือรูปขันธ์หรือ?
      รูปขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นรูปขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์ ไม่ใช่รูปขันธ์
      [๙๐] สังขาร คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือเวทนาขันธ์หรือ?
      เวทนาขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นเวทนาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์
 ไม่ใช่เวทนาขันธ์.
      [๙๑] สังขาร คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือสัญญาขันธ์หรือ?
      สัญญาขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นสัญญาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์
 ไม่ใช่สัญญาขันธ์.
      [๙๒] สังขาร คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือวิญญาณขันธ์หรือ?
      วิญญาณขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นวิญญาณขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์
 ไม่ใช่วิญญาณขันธ์
      [๙๓] วิญญาณ คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือรูปขันธ์หรือ?
      รูปขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นรูปขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์ ไม่ใช่รูปขันธ์.
      [๙๔] วิญญาณ คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือเวทนาขันธ์หรือ?
      เวทนาขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นเวทนาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์ ไม่ใช่
 เวทนาขันธ์.
      [๙๕] วิญญาณ คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือสัญญาขันธ์หรือ?
      สัญญาขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นสัญญาขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์
 ไม่ใช่สัญญาขันธ์.
      [๙๖] วิญญาณ คือขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ขันธ์ คือสังขารขันธ์หรือ?
      สังขารขันธ์ เป็นขันธ์ด้วย เป็นสังขารขันธ์ด้วย ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น เป็นแต่ขันธ์
 ไม่ใช่สังขารขันธ์.
      [๙๗] ไม่ใช่รูป ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ยกเว้นรูปเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ใช่รูป เป็นแต่ขันธ์ ยกเว้นรูปและขันธ์
 เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่รูปและไม่ใช่ขันธ์.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๙๘] ไม่ใช่รูป ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ยกเว้นรูปเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่รูป เป็นแต่ขันธ์ ยกเว้นรูปและขันธ์
 เสียแล้ว ธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่รูปและไม่ใช่ขันธ์.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๙๙] ไม่ใช่รูป ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ยกเว้นรูปเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่รูป เป็นแต่ขันธ์ ยกเว้นรูปและขันธ์
 เสียแล้ว ธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่รูปและไม่ใช่ขันธ์.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๑๐๐] ไม่ใช่รูป ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ยกเว้นรูปเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่รูป เป็นแต่ขันธ์ ยกเว้นรูปและขันธ์
 เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่รูปและไม่ใช่ขันธ์.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๑๐๑] ไม่ใช่เวทนา ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ยกเว้นเวทนาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่เวทนา เป็นแต่ขันธ์ ยกเว้นเวทนา
 และขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่เวทนาและไม่ใช่ขันธ์.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่รูปขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๑๐๒] ไม่ใช่เวทนา ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ยกเว้นเวทนาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่เวทนา เป็นแต่ขันธ์ ยกเว้นเวทนา
 และขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่เวทนาและไม่ใช่ขันธ์.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๑๐๓] ไม่ใช่เวทนา ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ยกเว้นเวทนาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่เวทนา เป็นแต่ขันธ์.
      ยกเว้นเวทนาและขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่เวทนาและไม่ใช่ขันธ์.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๑๐๔] ไม่ใช่เวทนา ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ยกเว้นเวทนาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่เวทนา เป็นแต่ขันธ์ ยกเว้นเวทนา
 และขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่เวทนาและไม่ใช่ขันธ์.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๑๐๕] ไม่ใช่สัญญา ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ยกเว้นสัญญาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่สัญญา เป็นแต่ขันธ์ ยกเว้นสัญญา
 และขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่สัญญาและไม่ใช่ขันธ์.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่รูปขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๑๐๖] ไม่ใช่สัญญา ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ยกเว้นสัญญาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่สัญญา เป็นแต่ขันธ์ ยกเว้นสัญญา
 และขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่สัญญาและไม่ใช่ขันธ์.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๑๐๗] ไม่ใช่สัญญา ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ยกเว้นสัญญาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่สัญญา เป็นแต่ขันธ์ ยกเว้นสัญญา
 และขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่สัญญาและไม่ใช่ขันธ์.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๑๐๘] ไม่ใช่สัญญา ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ยกเว้นสัญญาเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่สัญญา เป็นแต่ขันธ์ ยกเว้นสัญญา
 และขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่สัญญาและไม่ใช่ขันธ์.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๑๐๙] ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่รูปขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๑๑๐] ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๑๑๑] ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๑๑๒] ไม่ใช่สังขาร ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่วิญญาณขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๑๑๓] ไม่ใช่วิญญาณ ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ยกเว้นวิญญาณเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่วิญญาณ เป็นแต่ขันธ์ ยกเว้นวิญญาณ
 และขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่วิญญาณและไม่ใช่ขันธ์.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่รูปขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๑๑๔] ไม่ใช่วิญญาณ ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ยกเว้นวิญญาณเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่วิญญาณ เป็นแต่ขันธ์ ยกเว้นวิญญาณ
 และขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่วิญญาณและไม่ใช่ขันธ์.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่เวทนาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๑๑๕] ไม่ใช่วิญญาณ ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ยกเว้นวิญญาณเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่วิญญาณ เป็นแต่ขันธ์ ยกเว้นวิญญาณ
 และขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่วิญญาณและไม่ใช่ขันธ์.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่สัญญาขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
      [๑๑๖] ไม่ใช่วิญญาณ ไม่ใช่ขันธ์หรือ?
      ยกเว้นวิญญาณเสียแล้ว ขันธ์ที่เหลือนอกนั้นไม่ใช่วิญญาณ เป็นแต่ขันธ์ ยกเว้นวิญญาณ
 และขันธ์เสียแล้ว สภาวธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ใช่วิญญาณและไม่ใช่ขันธ์.
      ไม่ใช่ขันธ์ ไม่ใช่สังขารขันธ์หรือ?
      ถูกแล้ว.
                         ปัณณัตติวาร จบ.
                           ปวัตติวาร
                           อุปปาทวาร
      [๑๑๗] รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
      รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่เวทนาขันธ์
 ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นและเวทนาขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
 ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
      เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงอรูปภูมิ แต่รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้น
 แก่สัตว์เหล่านั้น เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้น และรูปขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลัง
 เข้าถึงปัญจโวการภูมิ.
      [๑๑๘] รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ?
      รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นใน
 ภูมินั้น รูปขันธ์และเวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิ.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ?
      เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปภูมิ แต่รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น
 เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้น และรูปขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิ.
      [๑๑๙] รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
 ในภูมินั้นหรือ?
      รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ
 แต่เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้น และเวทนาขันธ์ก็ย่อม
 เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
 ในภูมินั้น?
      เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอรูปภูมิ แต่
 รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้น และรูปขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้น
 แก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ.
      [๑๒๐] รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
 หรือ?
      รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงอรูปภูมิ แต่เวทนาขันธ์จะไม่
 เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้น และเวทนาขันธ์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์
 เหล่านั้นทั้งปวงซึ่งกำลังจุติอยู่.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
      เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่รูปขันธ์
 จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้น และรูปขันธ์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่
 สัตว์เหล่านั้นทั้งปวงซึ่งกำลังจุติอยู่.
      [๑๒๑] รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น
 หรือ?
      ย่อมเกิดขึ้น.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น?
      ย่อมเกิดขึ้น.
      [๑๒๒] รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้น
 แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
      รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอรูปภูมิ แต่
 เวทนาขันธ์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้น และเวทนาขันธ์
 ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งปวงซึ่งกำลังจุติอยู่.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่
 สัตว์นั้นในภูมินั้น?
      เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตต-
 *ภูมิ แต่รูปขันธ์จะไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นและ
 รูปขันธ์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ทั้งปวงซึ่งกำลังจุติอยู่.
      [๑๒๓] รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
 หรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น?
      ถูกแล้ว.
      [๑๒๔] รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น
 หรือ?
      รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้น
 แล้วในภูมินั้น รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วและเวทนาขันธ์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ซึ่งเป็น
 ปัญจโวการภูมิ.
      หรือว่า เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปภูมิ แต่รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วใน
 ภูมินั้น เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วและรูปขันธ์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิ.
      [๑๒๕] รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้ว
 แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
      รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่เวทนาขันธ์
 ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้ว และเวทนาขันธ์ก็เคยเกิด
 ขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีขันธ์ ๕.
      หรือว่า เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่
 สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่รูปขันธ์ไม่
 เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้ว และรูปขันธ์ก็เคยเกิดขึ้น
 แล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีขันธ์ ๕.
      [๑๒๖] รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่
 สัตว์นั้นหรือ?
      ไม่มี.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่
 สัตว์นั้น.
      ไม่มี.
      [๑๒๗] รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิ
 นั้นหรือ?
      เคยเกิดขึ้นแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วใน
 ภูมินั้น.
      เคยเกิดขึ้นแล้ว.
      [๑๒๘] รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้น
 แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
      รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่เวทนาขันธ์
 จะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและเวทนาขันธ์
 ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
 แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่รูปขันธ์
 จะไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และรูปขันธ์
 ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ชั้นสุทธาวาส.
      [๑๒๙] รูปขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
      สัตว์เหล่าใดเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
 แต่รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นและรูปขันธ์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์
 เหล่านั้น นอกนี้.
      [๑๓๐] รูปขันธ์จักเกิดขึ้นในภูมิใด เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ?
      รูปขันธ์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นและเวทนา
 ขันธ์ก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิ.
      หรือว่า เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นในภูมิใด รูปขันธ์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นซึ่งเป็นอรูปภูมิ แต่รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น เวทนา
 ขันธ์จักเกิดขึ้นและรูปขันธ์ก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิ.
      [๑๓๑] รูปขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
 ในภูมินั้นหรือ?
      รูปขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่เวทนาขันธ์จักเกิด
 ขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปขันธ์จักเกิดขึ้นและเวทนาขันธ์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์
 เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีขันธ์ ๕.
      หรือว่า เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นใน
 ภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่รูปขันธ์จักเกิดขึ้น
 แก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นและรูปขันธ์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
 ในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีขันธ์ ๕.
      [๑๓๒] รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
      สัตว์เหล่าใดเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่เหล่าสัตว์นั้น แต่
 เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นก็หาไม่ รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นและเวทนาขันธ์ก็จักไม่เกิดขึ้น
 แก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเกิดในภพครั้งสุดท้าย.
      หรือว่า เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
      ถูกแล้ว.
      [๑๓๓] รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ?
      จักเกิดขึ้น.
      หรือว่า เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น.
      จักเกิดขึ้น.
      [๑๓๔] รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่
 สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
      รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่เวทนาขันธ์จักไม่
 เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นและเวทนาขันธ์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่
 สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเกิดในภพครั้งสุดท้าย.
      หรือว่า เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์
 นั้นในภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่รูปขันธ์
 จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้น และรูปขันธ์ก็จักไม่
 เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเกิดในภพครั้งสุดท้าย.
      [๑๓๕] รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
      เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นที่กำลังจุติอยู่ทั้งหมด ที่กำลังเข้าถึงอรูปภูมิ
 แต่รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้ว และรูปขันธ์ก็ย่อม
 เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ.
      [๑๓๖] เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
 หรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า สัญญาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
      สัญญาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งกำลังเข้าถึง
 อสัญญสัตตภูมิ แต่เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัญญาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้ว
 และเวทนาขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ.
      [๑๓๗] รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นหรือ?
      รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วใน
 ภูมินั้นก็หาไม่ รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้น และเวทนาขันธ์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจ-
 *โวการภูมิ.
      หรือว่า เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปภูมิ แต่รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น
 ก็หาไม่ เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้ว และรูปขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิ.
      [๑๓๘] เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด สัญญาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น
 หรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า สัญญาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น.
      ถูกแล้ว.
      [๑๓๙] รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่
 สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
      รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่ง
 กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่
 รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้น และเวทนาขันธ์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลัง
 เข้าถึงปัญจโวการภูมิ นอกนี้.
      หรือว่า เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์
 นั้นในภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติอยู่จากปัญจ-
 *โวการภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนา-
 *ขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้ว และรูปขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึง
 ปัญจโวการภูมิ.
      [๑๔๐] เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่
 สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
      เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส
 แต่สัญญาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้น และ
 สัญญาขันธ์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจ-
 *โวการภูมิ นอกนี้.
      หรือว่า สัญญาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่
 สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      สัญญาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ
 ปัญจโวการภูมิ แต่เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัญญาขันธ์เคย
 เกิดขึ้นแล้ว และเวทนาขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึง
 จตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ.
      [๑๔๑] รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์
 นั้นหรือ?
      เคยเกิดขึ้นแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่
 สัตว์นั้น.
      ไม่มี.
      [๑๔๒] เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่
 สัตว์นั้นหรือ?
      เคยเกิดขึ้นแล้ว.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ย่อมไม่เคยเกิดขึ้น
 แก่สัตว์นั้น.
      ไม่มี.
      [๑๔๓] รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิ
 นั้นหรือ?
      เคยเกิดขึ้นแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น.
      ย่อมเกิดขึ้น.
      [๑๔๔] เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สัญญาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิ
 นั้นหรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นใน
 ภูมินั้น.
      ถูกแล้ว.
      [๑๔๕] รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
 แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
      รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ
 ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปขันธ์
 ย่อมไม่เกิดขึ้น และเวทนาขันธ์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งจะ
 ปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้น
 แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้น
 สุทธาวาส ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็
 หาไม่ เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและรูปขันธ์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ
 สัตว์ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ.
      [๑๔๖] เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้น
 แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
      เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ
 จากปัญจโวการภูมิ แต่สัญญาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนา
 ขันธ์ย่อมไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส
 ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้น
 แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      สัญญาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้น
 สุทธาวาส แต่เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัญญาขันธ์ไม่เคย
 เกิดขึ้นแล้ว และเวทนาขันธ์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งจะปรินิพพาน
 อยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.
      [๑๔๗] รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด  เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
      รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิที่เกิดในภพครั้งสุดท้าย
 แต่เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้น และเวทนาขันธ์ก็จักเกิดขึ้น
 แก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ นอกนี้.
      หรือว่า เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
      เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งกำลังเข้าถึงอรูปภูมิ
 แต่รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้น และรูปขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้น
 แก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ.
      [๑๔๘] เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
      เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่
 สัญญาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้น และสัญญาขันธ์ก็จัก
 เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ นอกนี้.
      หรือว่า สัญญาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
      สัญญาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญ-
 *สัตตภูมิ แต่เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัญญาขันธ์จักเกิดขึ้นและเวทนา
 ขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ.
      [๑๔๙] รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ?
      รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น
 ก็หาไม่ รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นและเวทนาขันธ์ก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิ.
      หรือว่า เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นในภูมิใด รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นซึ่งเป็นอรูปภูมิ แต่รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น
 เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นและรูปขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิ.
      [๑๕๐] เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด สัญญาขันธ์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า สัญญาขันธ์จักเกิดขึ้นในภูมิใด เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น.
      ถูกแล้ว.
      [๑๕๑] รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
 ในภูมินั้นหรือ?
      รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึง
 ปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นสัตว์ที่กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
 ในภูมินั้นก็หาไม่ รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นและเวทนาขันธ์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่ง
 กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ นอกนี้.
      หรือว่า เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
 ในภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ
 ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้น
 และรูปขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ.
      [๑๕๒] เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์
 นั้นในภูมินั้นหรือ?
      เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเกิดอยู่
 แต่สัญญาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นและสัญญาขันธ์
 ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ
 นอกนี้.
      หรือว่า สัญญาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์
 นั้นในภูมินั้น.
      สัญญาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ ปัญจโว-
 *การภูมิ แต่เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัญญาขันธ์จักเกิดขึ้นและ
 เวทนาขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโว-
 *การภูมิ.
      [๑๕๓] รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
 หรือ?
      รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งกำลังเข้าถึงอรูปภูมิ แต่
 เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นและเวทนาขันธ์ก็จักไม่เกิด
 ขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ.
      หรือว่า เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
      เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการ-
 *ภูมิ แต่รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นและรูปขันธ์ก็ย่อม
 ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ใน
 อรูปภูมิ.
      [๑๕๔] เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์
 นั้นหรือ?
      เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งกำลังเข้าถึง
 อสัญญสัตตภูมิ แต่สัญญาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้น
 และสัญญาขันธ์ก็ชักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่.
      หรือว่า สัญญาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
      สัญญาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการ-
 *ภูมิ แต่เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ก็หาไม่ สัญญาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นและเวทนา-
 ขันธ์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่.
      [๑๕๕] รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ?
      จักเกิดขึ้น.
      หรือว่า เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น.
      ย่อมเกิดขึ้น.
      [๑๕๖] เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สัญญาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น
 หรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า สัญญาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น.
      ถูกแล้ว.
      [๑๕๗] รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่
 สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
      รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ
 ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ รูปขันธ์ย่อมไม่
 เกิดขึ้นและเวทนาขันธ์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจ-
 *โวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ.
      หรือว่า เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่
 สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึง
 ปัญจโวการภูมิ ที่กำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
 ก็หาไม่ เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นและรูปขันธ์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะ
 ปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ.
      [๑๕๘] เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์จักไม่เกิดขึ้น
 แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
      เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ
 จากปัญจโวการภูมิ แต่สัญญาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์
 ย่อมไม่เกิดขึ้นและสัญญาขันธ์ก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่
 ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.
      หรือว่า สัญญาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้น
 แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      สัญญาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเกิดอยู่
 แต่เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่สัญญาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นและเวทนา-
 *ขันธ์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.
      [๑๕๙] รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
      รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่เวทนาขันธ์จักเกิด
 ขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วและเวทนาขันธ์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
 นอกนี้.
      หรือว่า เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น.
      ถูกแล้ว.
      [๑๖๐] เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
      เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่สัญญาขันธ์จัก
 เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วและสัญญาขันธ์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์
 เหล่านั้น นอกนี้.
      หรือว่า สัญญาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น.
      ถูกแล้ว.
      [๑๖๑] รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ?
      รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นใน
 ภูมินั้นก็หาไม่ รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วและเวทนาขันธ์ก็จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจ-
 *โวการภูมิ.
      หรือว่า เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นในภูมิใด รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปภูมิ แต่รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้นก็
 หาไม่ เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นและรูปขันธ์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิ.
      ถูกแล้ว.
      [๑๖๒] เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด สัญญาขันธ์จักเกิดขึ้นในภูมินั้น
 หรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า สัญญาขันธ์จักเกิดขึ้นในภูมิใด เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น.
      ถูกแล้ว.
      [๑๖๓] รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด  เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์
 นั้น ในภูมินั้นหรือ?
      รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจโวการ-
 *ภูมิ  ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์  แต่เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่  รูปขันธ์
 เคยเกิดขึ้นแล้วและเวทนาขันธ์ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้.
      หรือว่า เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
 ในภูมินั้น.
       เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่รูปขันธ์เคยเกิดขึ้น
 แล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่  เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นและรูปขันธ์ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่
 สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีขันธ์ ๕.
      [๑๖๔] เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด  สัญญาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่
 สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ?
      เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น  ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์  แต่
 สัญญาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วและสัญญาขันธ์
 ก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ สัตว์ซึ่งมีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้.
      หรือว่า สัญญาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด  เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่
 สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      ถูกแล้ว.
      [๑๖๕] รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด  เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
 หรือ?
      ไม่มี.
      หรือว่า เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น.
      เคยเกิดขึ้นแล้ว.
      [๑๖๖] เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด  สัญญาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่
 สัตว์นั้นหรือ?
      ไม่มี.
      หรือว่า สัญญาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด  เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่
 สัตว์นั้น.
      เคยเกิดขึ้นแล้ว?
      [๑๖๗] รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด  เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น
 หรือ?
      จักเกิดขึ้น.
      หรือว่า เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมินั้น.
      เคยเกิดขึ้นแล้ว.
      [๑๖๘] เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด  สัญญาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิ
 นั้นหรือ.
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า  สัญญาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วใน
 ภูมินั้น.
      ถูกแล้ว.
      [๑๖๙] รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด  เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้น
 แก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ?
      รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์  แต่เวทนาขันธ์
 จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่  รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วและเวทนาขันธ์ก็จัก
 ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น  ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ.
      หรือว่า เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด  รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
 แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในปัญจโวการ-
 *ภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนา-
 *ขันธ์จักไม่เกิดขึ้น  และรูปขันธ์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น  ซึ่งอยู่ในชั้น
 สุทธาวาส ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ในอรูปภูมิ.
      [๑๗๐] เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์จักไม่เกิด
 ขึ้นแก่สัตว์นั้น ในภูมินั้นหรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า สัญญาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
 แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      สัญญาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ แต่เวทนาขันธ์
 ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่  สัญญาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นและเวทนาขันธ์ก็
 ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น  ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์.
                         อุปปาทวาร จบ.
                           นิโรธวาร
      [๑๗๑] รูปขันธ์ของสัตว์ใดย่อมดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นย่อมดับไปหรือ?
      รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น  ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิย่อมดับไป  แต่เวทนาขันธ์
 ของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่  รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิย่อม
 ดับไป และเวทนาขันธ์ก็ย่อมดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดย่อมดับไป รูปขันธ์ของสัตว์นั้นย่อมดับไป.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นซึ่งกำลังจุติจากอรูปภูมิย่อมดับไป  แต่รูปขันธ์ของสัตว์
 เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิย่อมดับไป
 และรูปขันธ์ก็ย่อมดับไป.
      [๑๗๒] รูปขันธ์ในภูมิใดย่อมดับไป เวทนาขันธ์ในภูมินั้นย่อมดับไปหรือ?
      รูปขันธ์ในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิย่อมดับไป แต่เวทนาขันธ์ในภูมินั้นย่อมดับไป
 ก็หาไม่ รูปขันธ์ในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิย่อมดับไป และเวทนาขันธ์ก็ย่อมดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ในภูมิใดย่อมดับไป รูปขันธ์ในภูมินั้นย่อมดับไป.
      เวทนาขันธ์ในภูมินั้น   ซึ่งเป็นอรูปภูมิย่อมดับไป แต่รูปขันธ์ในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่
 เวทนาขันธ์ในภูมินั้นซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิย่อมดับไป และรูปขันธ์ก็ย่อมดับไป.
      [๑๗๓] รูปขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมินั้น
 ย่อมดับไปหรือ?
      รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น  ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิย่อมดับไป  แต่
 เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่  รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
 ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิย่อมดับไป และเวทนาขันธ์ก็ย่อมดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมดับไป รูปขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมินั้น
 ย่อมดับไป.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น  ซึ่งกำลังจุติจากอรูปภูมิย่อมดับไป แต่รูปขันธ์
 ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่  เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลัง
 จุติจากปัญจโวการภูมิย่อมดับไป และรูปขันธ์ก็ย่อมดับไป.
      [๑๗๔] รูปขันธ์ของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป  เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป
 หรือ?
      รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติจากอรูปภูมิย่อมไม่ดับไป แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์
 เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดอยู่ทั้งหมด  ย่อมไม่ดับไป
 และเวทนาขันธ์ก็ย่อมไม่ดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป รูปขันธ์ของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิย่อมไม่ดับไป  แต่รูปขันธ์
 ของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดอยู่ทั้งหมดย่อม
 ไม่ดับไป และรูปขันธ์ก็ย่อมไม่ดับไป.
      [๑๗๕] รูปขันธ์ในภูมิใดย่อมไม่ดับไป  เวทนาขันธ์ในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป
 หรือ?
      ย่อมไม่ดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ในภูมิใดย่อมไม่ดับไป รูปขันธ์ในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป.
      ย่อมดับไป.
      [๑๗๖] รูปขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมิ
 นั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ?
      รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากอรูปภูมิย่อมไม่ดับไป แต่เวทนาขันธ์
 ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลัง
 เกิดอยู่ทั้งหมดย่อมไม่ดับไป และเวทนาขันธ์ก็ย่อมไม่ดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป รูปขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมิ
 นั้นย่อมไม่ดับไป.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิย่อมไม่ดับไป แต่
 รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
 ซึ่งกำลังเกิดอยู่ทั้งหมดย่อมไม่ดับไป และรูปขันธ์ก็ย่อมไม่ดับไป.
      [๑๗๗] รูปขันธ์ของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นเคยดับไปแล้ว
 หรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว รูปขันธ์ของสัตว์นั้นเคยดับไปแล้ว.
      ถูกแล้ว.
      [๑๗๘] รูปขันธ์ในภูมิใดเคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์ในภูมินั้นเคยดับไปแล้วหรือ?
      รูปขันธ์ในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิเคยดับไปแล้ว แต่เวทนาขันธ์ในภูมินั้นเคยดับ
 ไปแล้วก็หาไม่ รูปขันธ์ในภูมินั้นซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิเคยดับไปแล้ว และเวทนาขันธ์ก็เคยดับ
 ไปแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ในภูมิใดเคยดับไปแล้ว รูปขันธ์ในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว.
      เวทนาขันธ์ในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปภูมิเคยดับไปแล้ว แต่รูปขันธ์ในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว
 ก็หาไม่ เวทนาขันธ์ในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิเคยดับไปแล้ว และรูปขันธ์ก็เคยดับไปแล้ว.
      [๑๗๙] รูปขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใดเคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมิ
 นั้นเคยดับไปแล้วหรือ?
      รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์เคยดับไปแล้ว แต่เวทนาขันธ์
 ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็น
 สัตว์มีขันธ์ ๕ เคยดับไปแล้ว และเวทนาขันธ์ก็เคยดับไปแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใดเคยดับไปแล้ว รูปขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมิ
 นั้นเคยดับไปแล้ว.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์เคยดับไปแล้ว แต่รูปขันธ์ของ
 สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งเป็นสัตว์
 มีขันธ์ ๕ เคยดับไปแล้ว และรูปขันธ์ก็เคยดับไปแล้ว.
      [๑๘๐] รูปขันธ์ของสัตว์ใดไม่เคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นไม่เคยดับ
 ไปแล้วหรือ?
      ไม่มี.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดไม่เคยดับไปแล้ว รูปขันธ์ของสัตว์นั้นไม่เคยดับ
 ไปแล้ว.
      ไม่มี.
      [๑๘๑] รูปขันธ์ในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์ในภูมินั้นไม่เคยดับไป
 แล้วหรือ?
      เคยดับไปแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว รูปขันธ์ในภูมินั้นไม่เคยดับไป
 แล้ว.
      เคยดับไปแล้ว.
      [๑๘๒] รูปขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น
 ในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
      รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่เวทนาขันธ์
 ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่
 ในชั้นสุทธาวาสไม่เคยดับไปแล้ว และเวทนาขันธ์ก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว รูปขันธ์ของสัตว์นั้นใน
 ภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้ว.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ไม่เคยดับไปแล้ว แต่รูปขันธ์
 ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่ง
 อยู่ในชั้นสุทธาวาสไม่เคยดับไปแล้ว และรูปขันธ์ก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
      [๑๘๓] รูปขันธ์ของสัตว์ใดจักดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดจักดับไป รูปขันธ์ของสัตว์นั้นจักดับไป.
      เวทนาขันธ์ของปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงอรูปภูมิ และของสัตว์เหล่านั้นที่เข้าถึงอรูป-
 *ภูมิแล้วจักปรินิพพาน ของสัตว์เหล่านั้นที่กำลังจุติอยู่จักดับไป แต่รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นจัก
 ดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้จักดับไปและรูปขันธ์ก็จักดับไป.
      [๑๘๔] รูปขันธ์ในภูมิใดจักดับไป เวทนาขันธ์ในภูมินั้นจักดับไปหรือ?
      รูปขันธ์ในภูมินั้นซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิจักดับไป แต่เวทนาขันธ์ในภูมินั้นจักดับไปก็หา
 ไม่ รูปขันธ์ในภูมินั้นซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิจักดับไป และเวทนาขันธ์ก็จักดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ในภูมิใดจักดับไป รูปขันธ์ในภูมินั้นจักดับไป.
      เวทนาขันธ์ในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปภูมิจักดับไป แต่รูปขันธ์ในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่.
      เวทนาขันธ์ในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิจักดับไป และรูปขันธ์ก็จักดับไป.
      [๑๘๕] รูปขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใดจักดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมินั้น
 จักดับไปหรือ?
      รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์จักดับไป แต่เวทนาขันธ์ของ
 สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งมีรูปขันธ์ ๕ จักดับ
 ไป และเวทนาขันธ์ก็จักดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใดจักดับไป รูปขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมินั้น
 จักดับไป.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์จักดับไป แต่รูปขันธ์ของสัตว์
 เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งมีขันธ์ ๕ จักดับไป
 และรูปขันธ์ก็จักดับไป.
      [๑๘๖] รูปขันธ์ของสัตว์ใดจักไม่ดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นจักไม่ดับไปหรือ?
      รูปขันธ์ของปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเข้าถึงอรูปภูมิ และของสัตว์เหล่านั้นที่เข้าถึงอรูปภูมิ
 แล้วจักปรินิพพาน ของสัตว์เหล่านั้นที่กำลังจุติอยู่จักไม่ดับไป แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น
 จักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่จักไม่ดับไป และเวทนาขันธ์
 ก็จักไม่ดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดจักไม่ดับไป รูปขันธ์ของสัตว์นั้นจักไม่ดับไป.
      ถูกแล้ว.
      [๑๘๗] รูปขันธ์ในภูมิใดจักไม่ดับไป เวทนาขันธ์ในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ?
      จักดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ในภูมิใดจักไม่ดับไป รูปขันธ์ในภูมินั้นจักไม่ดับไป.
      จักดับไป.
      [๑๘๘] รูปขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใดจักไม่ดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมิ
 นั้นจักไม่ดับไปหรือ?
      รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์จักไม่ดับไป แต่เวทนาขันธ์ของ
 สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพาน
 อยู่ จักไม่ดับไป และเวทนาขันธ์ก็จักไม่ดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใดจักไม่ดับไป รูปขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมิ
 นั้น จักไม่ดับไป.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์จักไม่ดับไป แต่รูปขันธ์ของ
 สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะ
 ปรินิพพานอยู่ จักไม่ดับไปและรูปขันธ์ก็จักไม่ดับไป.
      [๑๘๙] รูปขันธ์ของสัตว์ใดย่อมดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นเคยดับไปแล้วหรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว รูปขันธ์ของสัตว์นั้นย่อมดับไป.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดอยู่ทั้งหมดเคยดับไปแล้ว แต่รูปขันธ์ของสัตว์
 เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ ซึ่งกำลัง
 จุติจากอสัญญสัตตภูมิเคยดับไปแล้ว และรูปขันธ์ก็ย่อมดับไป.
      [๑๙๐] เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดย่อมดับไป สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นเคยดับไปแล้ว
 หรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นย่อมดับไป.
      สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดอยู่ทั้งหมด ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ
 เคยดับไปแล้ว แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น
 ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิเคยดับไปแล้ว และเวทนาขันธ์ก็ย่อมดับไป.
      [๑๙๑] รูปขันธ์ในภูมิใดย่อมดับไป เวทนาขันธ์ในภูมินั้นเคยดับไปแล้วหรือ?
      รูปขันธ์ในภูมินั้นซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิย่อมดับไป แต่เวทนาขันธ์ในภูมินั้นเคยดับไป
 แล้วก็หาไม่ รูปขันธ์ในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิย่อมดับไป และเวทนาขันธ์ก็เคยดับ
 ไปแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ในภูมิใดเคยดับไปแล้ว รูปขันธ์ในภูมินั้นย่อมดับไป.
      เวทนาขันธ์ในภูมินั้นซึ่งเป็นอรูปภูมิเคยดับไปแล้ว แต่รูปขันธ์ในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่
 เวทนาขันธ์ในภูมินั้นซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิเคยดับไปแล้ว และรูปขันธ์ก็ย่อมดับไป.
      [๑๙๒] เวทนาขันธ์ในภูมิใดย่อมดับไป สัญญาขันธ์ในภูมินั้นเคยดับไปแล้ว
 หรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ในภูมิใดเคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์ในภูมินั้นย่อมดับไป.
      ถูกแล้ว.
      [๑๙๓] รูปขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมินั้น
 เคยดับไปแล้วหรือ?
      รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งกำลังจุติจาก
 อสัญญสัตตภูมิย่อมดับไป แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ รูป-
 *ขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมินอกนี้ย่อมดับไป และเวทนาขันธ์
 ก็เคยดับไปแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใดเคยดับไปแล้ว รูปขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมิ
 นั้นย่อมดับไป.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์
 เคยดับไปแล้ว แต่รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์
 เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิเคยดับไปแล้ว และรูปขันธ์ก็ย่อมดับไป.
      [๑๙๔] เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมดับไป สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นใน
 ภูมินั้นเคยดับไปแล้วหรือ?
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาสย่อมดับไป
 แต่สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นใน
 ภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิ นอกนี้ย่อมดับไป และสัญญาขันธ์ก็
 เคยดับไปแล้ว.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใดเคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นใน
 ภูมินั้นย่อมดับไป.
      สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิเคย
 ดับไปแล้ว แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของสัตว์
 เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิ เคยดับไปแล้ว และเวทนาขันธ์
 ก็ย่อมดับไป.
      [๑๙๕] รูปขันธ์ของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นไม่เคยดับไป
 แล้วหรือ?
      เคยดับไปแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดไม่เคยดับไปแล้ว รูปขันธ์ของสัตว์นั้นย่อมไม่
 ดับไป.
      ไม่มี.
      [๑๙๖] เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นไม่เคยดับ
 ไปแล้วหรือ?
      เคยดับไปแล้ว.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดไม่เคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นย่อม
 ไม่ดับไป.
      ไม่มี.
      [๑๙๗] รูปขันธ์ในภูมิใด ... (พึงทำให้บริบูรณ์)
      [๑๙๘] รูปขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นใน
 ภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
      รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ย่อม
 ไม่ดับไป แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ รูปขันธ์ของสัตว์
 เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ ย่อมไม่ดับไป
 และเวทนาขันธ์ก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว รูปขันธ์ของสัตว์นั้นใน
 ภูมินั้นย่อมไม่ดับไป.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งกำลัง
 จุติจากอสัญญสัตตภูมิไม่เคยดับไปแล้ว แต่รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็
 หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งกำลังเข้าถึง
 อสัญญสัตตภูมิไม่เคยดับไปแล้ว และรูปขันธ์ก็ย่อมไม่ดับไป.
      [๑๙๙] เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น
 ในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิย่อม
 ไม่ดับไป แต่สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของ
 สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป และ
 สัญญาขันธ์ก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใดไม่เคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น
 ในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป.
      สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ไม่เคยดับ
 ไปแล้ว แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของสัตว์
 เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และ
 เวทนาขันธ์ก็ย่อมไม่ดับไป.
      [๒๐๐] รูปขันธ์ของสัตว์ใดย่อมดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ?
      รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิย่อมดับไป แต่เวทนาขันธ์
 ของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ ซึ่ง
 กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ นอกนี้ ย่อมดับไป และเวทนาขันธ์ก็จักดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดจักดับไป รูปขันธ์ของสัตว์นั้นย่อมดับไป.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดอยู่ทั้งหมด ซึ่งกำลังจุติจากอรูปภูมิจักดับไป
 แต่รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติจาก
 ปัญจโวการภูมิ ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิจักดับไป และรูปขันธ์ก็ย่อมดับไป.
      [๒๐๑] เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดย่อมดับไป สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นจักดับไป
 หรือ?
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ย่อมดับไป แต่สัญญาขันธ์ของสัตว์
 เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจ-
 *โวการภูมิ นอกนี้ ย่อมดับไป และสัญญาขันธ์ก็จักดับไป.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดจักดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นย่อมดับไป.
      สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดอยู่ทั้งหมด ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิจัก
 ดับไป แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น ซึ่งกำลังจุติ
 จากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิจักดับไป และเวทนาขันธ์ก็ย่อมดับไป.
      [๒๐๒] รูปขันธ์ในภูมิใดย่อมดับไป.
      [๒๐๓] รูปขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมินั้น
 จักดับไปหรือ?
      รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งกำลังจุติ
 จากอสัญญสัตตภูมิย่อมดับไป แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์
 ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ นอกนี้ ย่อมดับไป และเวทนาขันธ์
 ก็จักดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป รูปขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมินั้น
 ย่อมดับไป.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์
 จักดับไป แต่รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น
 ในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิจักดับไป และรูปขันธ์ก็ย่อมดับไป.
      [๒๐๔] เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นใน
 ภูมินั้น จักดับไปหรือ?
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ย่อมดับไป แต่สัญญาขันธ์
 ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติ
 จากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมินอกนี้ ย่อมดับไป และสัญญาขันธ์ก็จักดับไป.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมิ
 นั้น ย่อมดับไป.
      สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิจัก
 ดับไป แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่า
 นั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิจักดับไป และเวทนาขันธ์ก็ย่อม
 ดับไป.
      [๒๐๕] รูปขันธ์ของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป
 หรือ?
      รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นซึ่งกำลังเกิดอยู่ทั้งหมด ซึ่งกำลังจุติจากอรูปภูมิย่อมไม่ดับไป
 แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพาน
 อยู่ในอรูปภูมิย่อมไม่ดับไป และเวทนาขันธ์ก็จักไม่ดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใด จักไม่ดับไป รูปขันธ์ของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไป แต่
 รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่
 ในอรูปภูมิจักไม่ดับไป และรูปขันธ์ก็ย่อมไม่ดับไป.
      [๒๐๖] เวทนาขันธ์ของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น จักไม่ดับ
 ไปหรือ?
      จักดับไป.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใด จักไม่ดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับ
 ไป.
      ย่อมดับไป.
      [๒๐๗] รูปขันธ์ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป.
      [๒๐๘] รูปขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น
 ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
      รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ย่อม
 ไม่ดับไป แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น
 ในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ ย่อมไม่ดับไป และ
 เวทนาขันธ์ก็จักไม่ดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมิ
 นั้นย่อมไม่ดับไป?
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่ง
 กำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิจักไม่ดับไป แต่รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่
 เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิจักไม่ดับไป และ
 รูปขันธ์ก็ย่อมไม่ดับไป
      [๒๐๙] เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น
 ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ย่อม
 ไม่ดับไปแต่สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์
 เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และสัญญาขันธ์ก็จักไม่ดับไป.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นใน
 ภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป.
      สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ จักไม่ดับไป แต่เวทนาขันธ์
 ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็น
 อสัญญสัตว์จักไม่ดับไป และเวทนาขันธ์ก็ย่อมไม่ดับไป.
      [๒๑๐] รูปขันธ์ของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น จักดับไป
 หรือ?
      รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่เคยดับไปแล้ว แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์
 เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้เคยดับไปแล้ว และเวทนาขันธ์ก็จัก
 ดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใด จักดับไป รูปขันธ์ของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้ว.
      ถูกแล้ว.
      [๒๑๑] เวทนาขันธ์ของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น จักดับไป
 หรือ?
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่เคยดับไปแล้ว แต่สัญญาขันธ์ของ
 สัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้ เคยดับไปแล้ว และ
 สัญญาขันธ์ก็จักดับไป.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใด จักดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้ว.
      ถูกแล้ว.
      [๒๑๒] รูปขันธ์ในภูมิใด เคยดับไปแล้ว.
      [๒๑๓] รูปขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นใน
 ภูมินั้น จักดับไปหรือ?
      รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็น
 อสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์
 ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และเวทนาขันธ์ก็จัก
 ดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป รูปขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมินั้น
 เคยดับไปแล้ว.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์
 จักดับไป แต่รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่า
 นั้นในภูมินั้น คือสัตว์ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และรูปขันธ์ก็เคยดับไปแล้ว.
      [๒๑๔] เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น
 ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่เคยดับไปแล้ว แต่สัญญา
 ขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมี
 ขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และสัญญาขันธ์ก็จักดับไป.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นใน
 ภูมินั้น เคยดับไปแล้ว.
      สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาสจักดับไป แต่เวทนา
 ขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นเคยดับไปแล้วก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
 ซึ่งมีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และเวทนาขันธ์ก็เคยดับไปแล้ว.
      [๒๑๕] รูปขันธ์ของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น จักไม่ดับ
 ไปหรือ?
      ไม่มี.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใด จักไม่ดับไป รูปขันธ์ของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไป
 แล้ว.
      เคยดับไปแล้ว.
      [๒๑๖] เวทนาขันธ์ของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น จัก
 ไม่ดับไปหรือ?
      ไม่มี.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใด จักไม่ดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น ไม่เคยดับไป
 แล้ว.
      เคยดับไปแล้ว.
      [๒๑๗] รูปขันธ์ในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว.
      [๒๑๘] รูปขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น
 ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
      รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ไม่
 เคยดับไปแล้ว แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ของสัตว์
 เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ไม่เคย
 ดับไปแล้ว และเวทนาขันธ์ก็จักไม่ดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมินั้น
 ไม่เคยดับไปแล้ว.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็น
 อสัญญสัตว์จักไม่ดับไป แต่รูปขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ เวทนา-
 *ขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ใน
 อรูปภูมิ จักไม่ดับไป และรูปขันธ์ก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
      [๒๑๙] เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว สัญญาขันธ์ของสัตว์
 นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ไม่เคยดับไปแล้ว
 แต่สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมิ
 นั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และสัญญาขันธ์
 ก็จักไม่ดับไป.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นใน
 ภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว.
      สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับ
 ไป แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของสัตว์
 เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์จักไม่ดับไป และ
 เวทนาขันธ์ก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
                         นิโรธวาร จบ.
                         อุปปาทนิโรธวาร
      [๒๒๐] รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น ย่อมดับไปหรือ?
      หามิได้
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใด ย่อมดับไป รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
      หามิได้
      [๒๒๑] เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น ย่อมดับไป
 หรือ?
      หามิได้
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใด ย่อมดับไป เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
      หามิได้
      [๒๒๒] รูปขันธ์เกิดขึ้นในภูมิใด เวทนาขันธ์ในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ?
      รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่เวทนาขันธ์ในภูมินั้น ย่อมดับ
 ไปก็หาไม่ รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิ และเวทนาขันธ์ก็ย่อมดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ในภูมิใด ย่อมดับไป รูปขันธ์ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น.
      เวทนาขันธ์ในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปภูมิย่อมดับไป แต่รูปขันธ์ในภูมินั้น ย่อมดับไปก็หาไม่
 เวทนาขันธ์ในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัญจโวการภูมิย่อมดับไป และรูปขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้น.
      [๒๒๓] เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด สัญญาขันธ์ในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ในภูมิใด ย่อมดับไป เวทนาขันธ์ในภูมินั้น ย่อมเกิดขึ้น.
      ถูกแล้ว.
      [๒๒๔] รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น ในภูมินั้น
 ย่อมดับไปหรือ?
      หามิได้
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป รูปขันธ์ของสัตว์นั้น ในภูมิ
 นั้น ย่อมเกิดขึ้น.
      หามิได้.
      [๒๒๕] เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นใน
 ภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ?
      หามิได้
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่
 สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      หามิได้
      [๒๒๖] รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับไป
 หรือ?
      รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการ แต่
 เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่ง
 กำลังเข้าถึงอรูปภูมิ ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ และเวทนาขันธ์ก็ย่อมไม่ดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ
 ย่อมไม่ดับไป แต่รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น
 ซึ่งกำลังเข้าถึงอรูปภูมิ ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ย่อมไม่ดับไป และรูปขันธ์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.
      [๒๒๗] เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นย่อมไม่ดับ
 ไปหรือ?
      เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิ
 แต่สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
 ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ และสัญญาขันธ์ก็ย่อมไม่ดับไป.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดย่อมไม่ดับไป เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นย่อมไม่
 เกิดขึ้น.
      สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ ย่อมไม่ดับไป
 แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่เกิดขึ้นก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็น
 อสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป และเวทนาขันธ์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.
      [๒๒๘] รูปขันธ์ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้น เวทนาขันธ์ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป
 หรือ?
      ย่อมดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป รูปขันธ์ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น.
      ย่อมเกิดขึ้น.
      [๒๒๙] เวทนาขันธ์ในภูมิใด ย่อมไม่เกิดขึ้น สัญญาขันธ์ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไป
 หรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป เวทนาขันธ์ในภูมินั้น ย่อมไม่เกิดขึ้น.
      ถูกแล้ว.
      [๒๓๐] รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมิ
 นั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ?
      รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จาก
 ปัญจโวการภูมิ แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ของสัตว์
 เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงอรูปภูมิ ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ ย่อมไม่เกิดขึ้น และ
 เวทนาขันธ์ก็ย่อมไม่ดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่
 สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งกำลังเข้าถึง
 อสัญญสัตตภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่
 เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงอรูปภูมิ ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตภูมิ ย่อม
 ไม่ดับไป และรูปขันธ์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.
      [๒๓๑] เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นใน
 ภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ?
      เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จาก
 ปัญจโวการภูมิ แต่สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์
 ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ และสัญญาขันธ์ก็ย่อมไม่ดับไป.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป เวทนาขันธ์ ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่
 สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ
 ย่อมไม่ดับไป แต่เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของ
 สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป และเวทนาขันธ์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.
      [๒๓๒] รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นเคยดับไปแล้ว
 หรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว รูปขันธ์ของสัตว์นั้นเคยเกิดขึ้นแล้ว.
      ถูกแล้ว.
      [๒๓๓] เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นเคยดับไป
 แล้วหรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดเคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่
 สัตว์นั้น.
      ถูกแล้ว.
      [๒๓๔] รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด.
      [๒๓๕] รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมิ
 นั้น เคยดับไปแล้วหรือ?
      รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่เวทนาขันธ์
 ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมิ
 นั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ และเวทนาขันธ์ก็เคยดับไปแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่
 สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่รูปขันธ์
 เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมี
 ขันธ์ ๕ เคยดับไปแล้ว และรูปขันธ์ก็เคยเกิดขึ้นแล้ว.
      [๒๓๖] เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นใน
 ภูมินั้น เคยดับไปแล้วหรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้น
 แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      ถูกแล้ว.
      [๒๓๗] รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น ไม่เคยดับ
 ไปแล้วหรือ?
      ไม่มี.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่
 สัตว์นั้น.
      ไม่มี.
      [๒๓๘] เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น ไม่เคย
 ดับไปแล้วหรือ?
      ไม่มี.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
 แก่สัตว์นั้น.
      ไม่มี.
      [๒๓๙] รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด.
      [๒๔๐] รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นใน
 ภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
      รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่เวทนาขันธ์
 ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น
 ในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส และเวทนาขันธ์ก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้น
 แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่รูปขันธ์
 ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่ง
 อยู่ในชั้นสุทธาวาสไม่เคยดับไปแล้ว และรูปขันธ์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว.
      [๒๔๑] เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น
 ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วหรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิด
 ขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      ถูกแล้ว.
      [๒๔๒] รูปขันธ์จักเกิดขึ้นสัตว์ใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใด จักดับไป รูปขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเกิดอยู่ และของสัตว์ผู้เข้า
 ถึงอรูปภูมิแล้ว จักปรินิพพานจักดับไป แต่รูปขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์
 ของสัตว์เหล่านั้นนอกนี้จักดับไป และรูปขันธ์ก็จักเกิดขึ้น.
      [๒๔๓] เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใด จักดับไป เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
      สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเกิดอยู่จักดับไป แต่
 เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น นอกนี้จักดับไป
 และเวทนาขันธ์ก็จักเกิดขึ้น.
      [๒๔๔] รูปขันธ์จักเกิดขึ้นในภูมิใด.
      [๒๔๕] รูปขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมินั้น
 จักดับไปหรือ?
      รูปขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์
 เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕
 และเวทนาขันธ์ก็จักดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป รูปขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นใน
 ภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึงปัญจโวการ-
 *ภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์จักดับไป แต่รูปขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนา
 ขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นสัตว์มีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และรูปขันธ์ก็จัก
 เกิดขึ้น.
      [๒๔๖] เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมิ
 นั้น จักดับไปหรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์
 นั้นในภูมินั้น.
      สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ที่กำลังเกิดอยู่จักดับไป
 แต่เวทนาขันธ์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
 ซึ่งมีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และเวทนาขันธ์ก็จักเกิดขึ้น.
      [๒๔๗] รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นจักไม่ดับไปหรือ?
      รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเกิดอยู่ และสัตว์
 ซึ่งเข้าถึงอรูปภูมิแล้วจักปรินิพพาน แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์
 จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ และเวทนาขันธ์ก็จักไม่ดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดจักไม่ดับไป รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
      ถูกแล้ว.
      [๒๔๘] เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป
 หรือ?
      เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเกิดอยู่ แต่
 สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะ
 ปรินิพพานอยู่ และสัญญาขันธ์ก็จักไม่ดับไป.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดจักไม่ดับไป เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
      ถูกแล้ว.
      [๒๔๙] รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นในภูมิใด.
      [๒๕๐] รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมิ
 นั้น จักไม่ดับไปหรือ?
      รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเข้าถึง
 ปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่
 รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ และเวทนาขันธ์ก็จักไม่
 ดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์
 นั้นในภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์จักไม่ดับไป แต่รูปขันธ์จักไม่
 เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพาน
 อยู่ จักไม่ดับไป และรูปขันธ์ก็จักไม่เกิดขึ้น.
      [๒๕๑] เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นใน
 ภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
      เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นปัจฉิมภวิกสัตว์ ที่กำลังเกิดอยู่
 แต่สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์
 เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ และสัญญาขันธ์ก็จักไม่ดับไป.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป เวทนาขันธ์จักไม่เกิดขึ้นแก่
 สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      ถูกแล้ว.
      [๒๕๒] รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น เคยดับไปแล้ว
 หรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งกำลังเข้าถึงอรูป ภูมิเคยดับไป
 แล้ว แต่รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลัง
 เข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ เคยดับไปแล้ว และรูปขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้น.
      (ในอุปปาทวาร ท่านจำแนกขันธยมกส่วนอดีตกับด้วยส่วนปัจจุบันไว้อย่างไร ใน
 อุปปาทนิโรธวารนี้ พึงจำแนกอย่างนั้น)
      [๒๕๓] รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใด จักดับไป รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งกำลังเข้าถึงอรูปภูมิ จักดับไป
 แต่รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจ-
 *โวการภูมิ ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิจักดับไป และรูปขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้น.
      [๒๕๔] เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น จักดับไปหรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใด จักดับไป เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
      สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ
 จักดับไป แต่เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น ซึ่ง
 กำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิจักดับไป และเวทนาขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้น.
      [๒๕๕] รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด.
      [๒๕๖] รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมินั้น
 จักดับไปหรือ?
      รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ แต่เวทนา-
 *ขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ย่อมเกิดแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่ง
 กำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ และเวทนาขันธ์ก็จักดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
 ในภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ ซึ่งกำลังเข้าถึง
 อรูปภูมิจักดับไป แต่รูปขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์
 เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ จักดับไป และรูปขันธ์ก็ย่อมเกิดขึ้น.
      [๒๕๗] เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น
 ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
      ถูกแล้ว.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์
 นั้นในภูมินั้น.
      สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จากปัญจโวการภูมิ
 จักดับไป แต่เวทนาขันธ์ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่  สัญญาขันธ์ของสัตว์
 เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงจตุโวการภูมิ ปัญจโวการภูมิ จักดับไป และเวทนาขันธ์ก็ย่อม
 เกิดขึ้น.
      [๒๕๘] รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป
 หรือ?
      รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งกำลังเข้าถึงอรูปภูมิ
 แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะ
 ปรินิพพานอยู่ และเวทนาขันธ์ก็จักไม่ดับไป
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใด จักไม่ดับไป รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
      ถูกแล้ว.
      [๒๕๙] เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป
 หรือ?
      เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ซึ่งกำลังเข้าถึง
 อสัญญสัตตภูมิ แต่สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้น
 แก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ และสัญญาขันธ์ก็จักไม่ดับไป.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดจักไม่ดับไป เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
      ถูกแล้ว.
      [๒๖๐] รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด.
      [๒๖๑] รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นในภูมิ
 นั้น จักไม่ดับไปหรือ?
      รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็น
 อรูปสัตว์ แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้น
 แก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ และเวทนาขันธ์
 ก็จักไม่ดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่
 สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงอสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไป แต่
 รูปขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
 ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ ซึ่งกำลังจุติจากอสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไป และรูปขันธ์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.
      [๒๖๒] เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น
 ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
      เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังจุติจากจตุโวการภูมิ จาก
 ปัญจโวการภูมิ แต่สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ย่อม
 ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ และสัญญาขันธ์
 ก็จักไม่ดับไป.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดขึ้น
 แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      ถูกแล้ว.
      [๒๖๓] รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นจักดับไปหรือ?
      รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์
 เหล่านั้น จักดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นนอกนี้ และเวทนาขันธ์ก็จัก
 ดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดจักดับไป รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น.
      ถูกแล้ว.
      [๒๖๔] เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้นจักดับไป
 หรือ?
      เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ แต่สัญญาขันธ์ของ
 สัตว์เหล่านั้นจักดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้ และสัญญา-
 *ขันธ์ก็จักดับไป.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใด จักดับไป เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น.
      ถูกแล้ว.
      [๒๖๕] รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด.
      [๒๖๖] รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นใน
 ภูมินั้น จักดับไปหรือ?
      รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ
 ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์เคย
 เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ และเวทนาขันธ์ก็จักดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์
 นั้นในภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์
 จักดับไป แต่รูปขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ เวทนาขันธ์ของสัตว์
 เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และรูปขันธ์ก็เคยเกิดขึ้นแล้ว.
      [๒๖๗] เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น
 ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
      เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ แต่
 สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์
 เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้ และสัญญาขันธ์ก็จักดับไป.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่
 สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส จักดับไป แต่
 เวทนาขันธ์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นใน
 ภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๔ มีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และเวทนาขันธ์ก็เคยเกิดขึ้นแล้ว.
      [๒๖๘] รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้น จักไม่ดับ
 ไปหรือ?
      ไม่มี.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใด จักไม่ดับไป รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น.
      เคยเกิดขึ้นแล้ว.
      [๒๖๙] เวทนาขันธ์ไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น จักไม่ดับไป
 หรือ?
      ไม่มี.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใด จักไม่ดับไป เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์
 นั้น.
      เคยเกิดขึ้นแล้ว.
      [๒๗๐] รูปขันธ์ไม่เกิดขึ้นแล้วในภูมิใด.
      [๒๗๑] รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด เวทนาขันธ์ของสัตว์นั้นใน
 ภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
      รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่ง
 เป็นอรูปสัตว์ แต่เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้น
 แล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ใน
 อรูปภูมิ และเวทนาขันธ์ก็จักไม่ดับไป.
      หรือว่า เวทนาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่
 สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็น
 อสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป แต่รูปขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่
 เวทนาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่
 ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และรูปขันธ์ก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว.
      [๒๗๒] เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด สัญญาขันธ์ของสัตว์นั้น
 ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
      เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส
 แต่สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่
 สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ และสัญญาขันธ์
 ก็จักไม่ดับไป.
      หรือว่า สัญญาขันธ์ของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป เวทนาขันธ์ไม่เคยเกิดขึ้น
 แล้วแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
      สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ จักไม่ดับไป แต่เวทนาขันธ์
 เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ สัญญาขันธ์ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะ
 ปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป และเวทนาขันธ์ก็ไม่เคยเกิดขึ้น
 แล้ว.
                       อุปปาทนิโรธวาร จบ
                          ปวัตติวาร จบ
                           ปริญญาวาร
      [๒๗๓] บุคคลใดย่อมกำหนดรู้รูปขันธ์ บุคคลนั้นย่อมกำหนดรู้