หัวข้อ : .....เชิญลงชื่อในสมุดเยี่ยมครับ.....
ข้อความที่ :
ผมจะดีใจมาก หากท่านได้รับประโยชน์จากเวปนี้
ขอขอบคุณที่เข้ามาอ่านและลงชื่อในสมุดเยี่ยมครับ
(เพื่อความรวดเร็ว ท่านสามารถกดปุ่ม END เพื่อไปที่ช่องกรอกข้อมูลด้านล่างโดยตรง
และเมื่อส่งข้อความแล้ว โปรแกรมจะแสดงข้อความใหม่ให้โดยอัตโนมัติ)

โดย : :::::อมตะ (ETERNITY)::::: - 19/03/2001 21:00

ข้อความที่ 1 : เป็นเว็ปไซด์ที่ดีมาก ๆ ครับ

โดย : พระมหาศักดา - จังหวัด สระบุรี - 09/01/2006 19:37

ข้อความที่ 2 : อนุโมทนาใน ความตั้งใจที่จะให้ผู้คนรู้จัก ธรรมะ เพื่อสังคมที่ดีและความหลุดพ้น ในภพภูมิต่อๆๆๆๆไป

โดย : pbaiyai@yahoo.com - จังหวัด กรุงเทพ ฯ - 09/01/2006 22:57

ข้อความที่ 3 : เมื่อก่อนมีทุกขเวทนาเป็นที่สุด พอได้มาสู่แสงธรรมอันวิเศษที่ท่านพระอาจารย์ได้สั่งสอน รู้สึกมีความสุขจิตใจเบิกบาน อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงที่ท่านพระอาจารย์เมตตา ให้แสงธรรม รู้สึกซาบซึ้งและจะทำความดีไปตลอดชีวิตตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน ...

ขอให้ทุกท่านมีดวงตาเห็นธรรม ทำแต่สิ่งที่ดี ๆ ของคุณพระพุธ พระธรรม พระสงฆ์ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุธเจ้า
จนถึงความพ้นทุกข์ทุกคนเทอญ..

โดย : dchatree2005@yahoo.com - จังหวัด เลย (วัดพุทธยานรังสี ผานกเค้า) แม่ชีนวลจันทร์ ชาตรี - 14/01/2006 13:42

ข้อความที่ 4 : Hello
I saw this webpapge with pleasure. Thank you so much for all who has a good idea and wishing you the best thing in your life.

Thank you
Sompong

โดย : icq321321@yahoo.com - จังหวัด nakhon Pathom - 14/01/2006 15:33

ข้อความที่ 5 : การให้ธรรมทานชนะการให้ทั้งปวง ขออนุโมทนาบุญด้วยนะครับ ขอให้ผู้จัดทำเจริญๆๆ มีดวงตาเห็นธรรมตามรอยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอให้พ้นทุกข์ ถึงพระนิพพานในอนาคต มีประโยชน์มากๆๆ จาก พ.จ.อ.เตชสิทธิ์ ประสมทรัพย์ 99/2 ถ.วังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กทม ฯ

โดย : เชิญลงชื่อในสมุดเยี่ยมครับ - จังหวัด กรุงเทพฯ - 24/01/2006 09:02
WWW : http://koknavy@chaiyo.com

ข้อความที่ 6 : ผมขอเสนอให้มีเนื่อหาในส่วนของ พุทธพจน์ที่พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ เช่น "เราหยุดแล้ว ท่านซิยังไม่หยุด" ()
ขออนุโมทนาสาธุ

ผิดพลาดประการใดขออโหสิ ด้วยครับ


โดย : t@hotmail.com - จังหวัด ฉะเชิงเทรา - 27/01/2006 16:24

ข้อความที่ 7 : ขอให้มนุษย์ที่สร้างสรรค์สิ่งดีๆ พบแต่ความสุขความเจริญ
คิดหวังสิ่งใด ขอให้สมหวัง
รวยๆอย่างมีความสุข ปราศจากความทุกข์กาย ทุกข์ใจ ทั้งปวง

โดย : trai - จังหวัด nontabury - 30/01/2006 11:47
WWW : http://www.kosita.com

ข้อความที่ 8 : ชีวิตจะไม่ไร้ค่าถ้าคนเราเกิดมามีธรรมและแสวงหาธรรมที่ไม่มี

โดย : banna_rt@hotmail.com - จังหวัด กรุงเทพมหานคร - 07/02/2006 13:35

ข้อความที่ 9 : พระธรรมคำสอนที่ต้องศึกษาน่ารู้

โดย : liamrat_1@hotmail.com - จังหวัด นครราชสีมา - 03/03/2006 13:05

ข้อความที่ 10 : ประเทศชาติ ปัจจุบันการเมืองทำบ้านเมืองสับสน ค่าครองชีพสูง คนต้องการอำนาจและความเป็นใหญ่ ไม่รักแผ่นดิน ปากพูดใจมันไม่ทำกัน ประเทศชาติไทย ปี 2549 คนไทยควรมีสติไม่ควรตกเป็นเครื่องมือของใครๆๆๆๆ มั่นถือศิล 5 และสวดมนต์กันทุกวันกันมากๆๆๆๆ คนไทยควรมีสติไม่ควรตกเป็นเครื่องมือของใครๆๆๆๆ มั่นถือศิล 5 และสวดมนต์กันทุกวันกันมากๆๆๆๆ คนไทยควรมีสติไม่ควรตกเป็นเครื่องมือของใครๆๆๆๆ มั่นถือศิล 5 และสวดมนต์กันทุกวันกันมากๆๆๆๆ คนไทยควรมีสติไม่ควรตกเป็นเครื่องมือของใครๆๆๆๆ มั่นถือศิล 5 และสวดมนต์กันทุกวันกันมากๆๆๆๆ ******คนไทยไม่ควรเชื่ออะไรง่ายๆ*******คนไทยควรมีสติไม่ควรตกเป็นเครื่องมือของใครๆๆๆๆ มั่นถือศิล 5 และสวดมนต์กันทุกวันกันมากๆๆๆๆ

โดย : ศุภเสฎฐ์ chpu@thaimail.com - จังหวัด กรุงเทพ - 15/03/2006 18:11

ข้อความที่ 11 : เห็นด้วยครับพี่ทั้งหลาย อยากให้พี่นักปกครองบ้านเมือง พ่อแม่พี่น้อง
ญาติสนิทมิตรสหายทั้งหลาย อย่าได้ประมาทศีลธรรมเลย
ผลของการมีศีลธรรมคืองานบันดาลสุขอย่างพระท่านว่า
ให้ลองดูนะครับ จะเจริญเจริญเจริญ ทั้งตัวเอง ครอบครัว ญาติพี่น้อง มิตรสหาย
ชาติบ้านเมืองจะร่มเย็นเพราะศีลธรรมครับ
***เป็นเวบไซด์ที่ดีมีสาระที่สุดที่เคยเข้ามาครับ***
ขอพระคุณพี่ทีมงานที่ทำเวบไซด์ดีๆแบบนี้ครับ

โดย : นายสัญญา หลักทอง - จังหวัด อุบลราชธานี - 02/04/2006 11:18

ข้อความที่ 12 : ขออนุโมทนาในความตั้งใจเผยแพร่พระธรรม
ด้วยเทคโนโลยี่ด้วยครับ
ความไม่ประมาท เกิดขึ้นแก่ทุกท่านและคณะผู้จัดทำครับ

โดย : หมาดำ - จังหวัด กทม - 13/04/2006 00:36

ข้อความที่ 13 : ขออนุโมทนาในความเพียร และความตั้งใจในการเผยแพร่สื่อธรรมทาน ในเวปไซต์นี้อย่างซาบซึ้งสูงสุด
การแผยแพร่ธรรมะในพระพุทธศาสนาถือว่าเป็นการให้ ในลักษณะของบุญกิริยาวัตถุที่สูงสุดว่าการให้ทานทั้งหลาย ซึ่งขอให้ผลบุญนี้จงท่วมท้นทวีคูณแก่ผู้กระทำและทีมงานอย่างเป็นอนันต์ด้วยเทอญ...

จาก: เวป www.mocyc.com/estor/?pawina รับเขียนโปรแกรมขายตรง MLM, program MLM, ด้วยฐานข้อมูล My SQL รองรับข้อมูลได้หลายล้านรหัสสมาชิก ใช้งานได้ทั้งในระบบแลนด์และบนเวปไซต์ มีระบบเช็คยอดสมาชิกในตัวเอง, จำหน่ายแอร์ และติดตั้งแอร์บ้าน แอร์สำนักงาน ราคาพิเศษ ในกรุงเทพฯ และปริมณทล
email: voorachai@yahoo.co.th

โดย : voorachai@yahoo.co.th - จังหวัด Bangkok - 20/04/2006 19:28
WWW : http://www.mocyc.com/estore/?pawina

ข้อความที่ 14 : เป็น website ที่ให้ประโยชน์ต่อชีวิตของดิฉ้นอย่างมหาศาล
กราบขอบพระคุณคณะผู้จัดทำเป็นอย่างสูง

ดารณี ช่วยชาติ

โดย : daranee@birbaumer.ch - จังหวัด Zug, Switzerland - 29/04/2006 22:38

ข้อความที่ 15 : มีคุณค่าอย่างสูงสุดครับ ขอขอบพระคุณมากครับ

โดย : nodnod_11@yahoo.com - 07/05/2006 16:13

ข้อความที่ 16 : ได้อ่านผู้จัดการวันนี้ จึงได้รู้ว่ามีคนที่มีศรัทธาและเผยแพร่ธรรมะในยุคโลกาภิวัตต์ ขออานิสงค์ในกุศลเจตนานี้จงส่งผลให้ทุกท่านประสพแต่สิ่งที่ดีในชีวิตค่ะ.

โดย : su_thathip@yahoo.com - จังหวัด BKK - 09/05/2006 09:33

ข้อความที่ 17 : REally gladful to find pratripitaka available online. like others said, this is the greatest treasure. Thank you very much for doing this....Anumotana =)

โดย : Om - 17/05/2006 15:12

ข้อความที่ 18 : การศึกษาธรรมะเป็นสิ่งที่ประเสริฐของชีวิต แต่แก่นแท้ของธรรมะคือสิ่งที่เราต้องศึกษาต่อไป เพราะหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้ามีค่าอย่างมากในการดำเนินชีวิต ต้องขอขอบคุณต่อเวบไซต์ที่ได้ทำการเผยแพร่หลักทางพุทธศาสนาอย่างมากด้วยใจจริง

โดย : ผู้ระลึกถึงความตายอยู่ข้างหน้า - จังหวัด กรุงเทพมหานคร - 22/05/2006 09:56

ข้อความที่ 19 : ข้าพเจ้าเข้ามาดูครั้งแรกและน่าชมเชยการจัดทำเวปไซต์นี้


ได้ฟังเสียงสวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็นออน์ไลน์ ข้อมูล เผยแพร่ ที่ดีแก่ประชาชนทั่วไป ขอให้พัฒนาต่อไป

โดย : ว่าที่ร.ต.ศูภเสฏฐ์ รวีภัคพงศ์ - จังหวัด กรุงเทพมหานคร - 31/05/2006 20:08

ข้อความที่ 20 : เป็นเวปที่ดีมากๆครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ ขอให้ทำต่อไปอย่าหยุด ผมอยากเสนอแนะให้โฆษณาประชาสัมพันธ์ ผ่านเวปอื่นๆ เพื่อทุกคนจะได้เข้าถึงได้ง่ายครับ

โดย : นักศึกษาแพทย์ - จังหวัด กทม. - 01/06/2006 18:24

ข้อความที่ 21 : ทำชั่วได้ชั่ว ทำดีได้ดี

โดย : เรื่องรุจี - จังหวัด เชียงใหม่ - 08/06/2006 19:09
WWW : -

ข้อความที่ 22 : It's very good website, very usefull for buddhism study. Thanks a lot.

โดย : tonysuping@verizon.net - จังหวัด Saint Petersburg, Florida, U.S.A. - 14/06/2006 18:21

ข้อความที่ 23 : บังเอิญที่ใช้โปรแกรมค้นหาเกียวกับประวัติพระที่สนใจ...พอดีมีชี่อพระไตรปิฏกปรากฎอยู่ด้วย...ความที่อยากศึกษามานานมากประกอบกับไม่มีเงินซื้อหนังสือ...พอได้เข้ามาเยี่ยมชมเกิดความปิติเป็นอย่างสูงที่สิ่งที่ต้องการได้มาอยู่ตรงหน้าแล้ว...ขอขอบคุณที่มีเว็ป...ดีๆมาให้ได้ดูได้ศึกษากัครับ...เป็นกำลังใจช่วยครับ...

โดย : engine_group.001@hotmail.com - จังหวัด supunburi - 18/06/2006 21:06

ข้อความที่ 24 : ขอให้เจริญด้วยธรรม

โดย : ญญ - 22/06/2006 11:00

ข้อความที่ 25 : ขออนุโมทนา สาธุ ด้วยค่ะ

โดย : บัวบาน - จังหวัด กรุงเทพฯ - 18/07/2006 11:19

ข้อความที่ 26 : เป็นเwebsiteที่ดีมาก ผู้จัดทำมีระดับจิตใจที่สูงมาก ขอให้พัฒนาต่อไปเพื่อให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงพุทธศาสนาที่แท้จริง แล้วจะพบว่าประเทศชาติมีความเจริญอย่างแท้จริง เนื่องจากเป็นความเจริญที่เกิดจากระดับจิตใจที่สูงของคนในชาติ ไม่ใช่เจริญแต่ทางวัตถุอย่างเช่นปัจจุบันที่นับวันจะมีแต่ความวุ่นวายและเดือดร้อนไม่มีที่สิ้นสุด

โดย : p_teps@thaimail.com - จังหวัด เพชรบูรณ์ - 19/07/2006 23:23

ข้อความที่ 27 : ขออนุโมทนา สธุ กัลผลบุญ ที่ท่านได้กระทำ เป็น ธรรมทาน แด่สาธุชน ทั่วไป
ขอให้ บุญรักษา
คน ค้นหาความตาย
PS อยากได้ CD บรรยายธรรมจากท่าน Download file ก็ได้ please advise

โดย : kirknil@yahoo.com.sg - จังหวัด กรุงเทพ - 22/07/2006 12:25

ข้อความที่ 28 : ขออนุโมทนา ในการเผยแผ่ ธรรมของท่าน ปัจจุบันนี้ เราอยู่ใน กลียุก ยุกที่มีมิจฉาทิฐิ มากกว่า สัมมาทิฐิ อายุกัป 75 ปี ความเป็นจริงของชีวิตคือสัจธรรม ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ การกระทำของท่านเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พุทธศาสนายังเจริญรุ่งเรืองได้
การปฏิบัติธรรม ในหลักสัจธรรมของพุทธบริษัท จึงต้องใช้บารมีธรรมส่วนหนึ่ง และการสร้างกรรมใหม่ส่วนหนึ่ง สั่งสมในภพต่อๆไปจนบรรลุถึงขั้นดับทุกข์ ตามที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงเรื่องบัว 4 เหล่า การสำเร็จมรรคผลนิพพานจึงใช้เวลาไม่เท่ากัน การเผยแผ่ธรรมจึงเป็นการให้มากกว่าการหวังผลในการให้จะเป็นผลแห่งทานบารมีที่ท่านจะได้รับในภพต่อไป

โดย : mrk50999@gmail.com - จังหวัด นครปฐม - 24/07/2006 11:27
WWW : http://board.dserver.org/t/tipitaka/00000001.html

ข้อความที่ 29 : ขออนุโมทนากับเว็บไซต์ธรรมะแห่งนี้
ขอให้ท่านผู้จัดทำจงเจริญในพระศาสนา
ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายิ่งขึ้นไป

ปมุตฺโต ภิกฺขุ
วันศุกร์ที่ ๒๘ เดือนกรกฎาคม พระพุทธศักราชล่วงแล้ว ๒๕๔๙
เวลา ๐๙.๔๒ น.

โดย : surabhata@hotmail.com - จังหวัด กรุงเทพมหานคร - 28/07/2006 09:35

ข้อความที่ 30 : Well done!

โดย : Frank - จังหวัด christine@yahoo.com - 20/08/2006 08:59

ข้อความที่ 31 : Well done!

โดย : Simon - จังหวัด terry@pisem.net - 20/08/2006 09:07

ข้อความที่ 32 : ได้พบกับสิ่งที่ดีๆในชีวิต หลังจากปฏิบิติตามพระพุทธพจน์ โดยเฉพาะ ปัจฉิมโอวาท ค่ะ.

โดย : su_thathip@yahoo.com - จังหวัด BKK - 01/09/2006 09:44

ข้อความที่ 33 : ศึกษาธรรมะวันละนิดจิตเบิกบาน

โดย : t_vunchai@hotmail.com - จังหวัด พระนครศรีอยุธยา - 11/09/2006 22:36

ข้อความที่ 34 : ดีครับ ในโลกนี้ยังมีคนที่ดีๆอยู่มากครับ อย่าท้อถอยที่จะทำความดีนะครับ

โดย : somchai1009@hotmail.com - จังหวัด ขอนแก่น - 04/10/2006 08:41

ข้อความที่ 35 : ได้เข้ามาศึกษาหาความรู้จากเวบนี้หลายครั้งทุกๆครั้งที่ได้เข้ามาเกิดความรู้สึกมีความสุขกับการอ่านเป็นอย่างยิ่งขออนุโมทนาให้ผู้จัดทำเวบไชรนี้จงพบแต่ความสุขความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานทุกๆด้านเทอญ

โดย : s_prachoup@hotmail.com - จังหวัด เพชรบุรี - 08/10/2006 21:46
WWW : http://www.petchnavy.com

ข้อความที่ 36 : อยากให้เว็บนี้มีมากๆ เพราะจะใด้มาเข้าเว็บนี้บ่อยๆค่ะ


โดย : มะเหมี่ยว - จังหวัด อุดรธานี - 09/10/2006 11:00

ข้อความที่ 37 : อนุโมทนา สาธุ

โดย : d_jit@hotmail.com - จังหวัด trang - 23/10/2006 23:42

ข้อความที่ 38 : ขอบคุณมากๆครับสำหรับข้อมูลเกี่ยวกับพระไตรปิฎก ขออนุโมทนา สาธุ กับผลบุญ ที่ท่านได้กระทำ เป็น ธรรมทาน แด่สาธุชน ทั่วไป
ขอให้บุญรักษา ท่านตลอดกาลนาน เทอญ


โดย : นายปิ่น ประมาพันธ์ Email :pin.pam@chaiyo.com - จังหวัด 64/29หมู่12 ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี 20000 - 17/11/2006 20:08

ข้อความที่ 39 : วิธีการ search ดีและเร็วดีมากครับ

ขออนุโมทนา

โดย : นายพิทยากร กันตะบุตร - จังหวัด กทม. - 19/11/2006 04:41

ข้อความที่ 40 : เป็นอะไรที่มีประโยชน์มากจริงๆ ขอบคุณที่ทำเวบดีๆออกมา

โดย : jack_arsenal1@yahoo.com - จังหวัด กรุงเทพ - 23/11/2006 12:38

ข้อความที่ 41 : ขออนุโมทนาครับ
๒๗ พฤษจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙

โดย : นายวิชัย อินทรคุปะกุล vichai_195@hotmail.com - จังหวัด ราชบุรี - 27/11/2006 08:21

ข้อความที่ 42 : ดีใจที่มีเวปดีๆไว้กล่อมเกลาจิตใจ

โดย : kateprung448@yahoo.co.th - จังหวัด bangkok - 02/12/2006 00:55

ข้อความที่ 43 : ขอบคุณผู้จัดทำการเผยแผ่ธรรมะทาง internet มีประโยชน์มากๆค่ะ ดิฉันต้องการหนังสือที่เป็นหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ที่เป็นภาษาอังกฤษ ไม่ทราบหาซื้อได้ที่ไหนค่ะ...ใครทราบช่วยบอกที....ขอบคุณค่ะ....

โดย : monrada 7 @hotmail.com - จังหวัด มุกดาหาร - 15/12/2006 21:46

ข้อความที่ 44 : ข้าพเจ้าขออนุโมทนากับท่านด้วย ที่มีจิตใจที่ดีคนหนึ่งในโลกนี้ ขอให้บุญกุศลที่เกิดขึ้นในการนี้ ช่วยให้ท่านมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง
สมบูรณ์ มีแต่ความสุขความเจริญ และขอให้ค้นพบทางแห่งที่ท่านประสงค์ทุกประการเทอญ. พร้อมนี้ข้าพเจ้าขอฝากข้อความให้กับ
ผู้ที่มีบุญได้อ่านสิ่งที่ดี ๆ ที่ข้าพเจ้าตั้งใจช่วยเหลือสังคมเช่นกัน หวังว่าท่านคงไม่ว่านะ เพราะไม่ได้มีผลประโยชน์ส่วนตัวของข้าพเจ้า
เลย เป็นประโยชน์กับมนุษย์โลกทุกคน และขอให้ทุก ๆ ท่าน ที่อ่านแล้วช่วยคิด และต่อยอดให้ดีขึ้นด้วยเถิด ขอให้บุญกุศลเกิดแก่ทุกท่าน
คิดสิ่งใดสมปรารถนาในทางที่ดี และไม่เบียดเบียนคนอื่นด้วย สาธุ
อารัมพบท
ก่อนอื่นเราทำความเข้าใจกันก่อน ซึ่งใคร ๆ ก็รู้ว่า เมื่อครั้งเราเกิดมาจากท้องแม่ เรามาแต่ตัวเปล่า พ่อแม่
ต้องจัดหาซื้อเสื้อผ้ามาเตรียมให้ตอนก่อนที่ท่าน(แม่) จะคลอดเราออกมา เมื่อครั้นเราโตขึ้นจากเด็กทารกเป็นเด็กเล็ก
เราได้ผ่านการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆจากพ่อแม่จนเรามีการพัฒนาเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เราก็ได้เข้าโรงเรียนจนกระทั่ง เราเรียน
จบการศึกษา(แต่ละคนเรียนจบการศึกษาสูงต่ำไม่เท่ากัน) คำถาม ๆ ว่า เราเรียนมาเพื่ออะไร แท้ที่จริงเราเรียนมาเพื่อ
มีความรู้ เรารู้ไปเพื่ออะไร เพื่อสามารถไปทำงานทำธุรกิจส่วนตัว หรืออื่น ๆ อีกมากมาย ถามว่าเราทำงานเพื่ออะไร
เป็นส่วนใหญ่ คำตอบคือเงิน (แต่ไม่ทุกกรณี) เราต้องการเงินไปเพื่ออะไร คำตอบคือเพื่อไว้ซื้อปัจจัย 4 ได้แก่ อาหาร
เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ขณะนี้อาจเพิ่มเป็น ปัจจัย 5 หรือปัจจัย 6 คือ รถยนต์ โทรศัพท์ และเพื่อตอบ
สนองความสะดวกสบายของเรา ก็คือเพื่อ ซื้อทีวี ดูหนัง ฟังเพลง ซื้อของใช้ต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องมีเงินมาเพื่อ
ซื้อ และแลกเปลี่ยนทั้งสิ้น
คนเราโดยทั่วไป ในการทานอาหารในแต่ละมื้อ สมมุติว่า ถ้าซื้อข้าวแกงนอกบ้านทาน ตกประมาณคนละ 2 - 4 จาน
เป็นอย่างมาก ๆ แล้ว ถ้าปัจจุบันข้าวแกงจานละ 30-40 บาท จะเป็นจำนวนเงินอย่างสูงคือมื้อละ 160 บาทต่อคน(คิดโดยทั่ว ๆ
ไปสำหรับคนมีอันจะกิน ถ้าเป็นคนรวยก็คูณ 2 หรือ คูณ 3 หรือ คูณ 4 ก็ได้ โดยถัวเฉลี่ยแล้วไม่น่าเกินกว่านี้ เพราะบางมื้ออาจ
แพงหน่อย แต่คงไม่ได้ทุกมื้อ เพราะมันเบื่อแน่นอน) เท่ากับ คนเราค่าอาหารตกประมาณวันละ 480 บาทต่อคนเท่านั้นหรือ
ประมาณเดือนละ 14,400 บาท ถ้าสมมุติต่อไปว่า คนรวยมีสมาชิกในครอบครัวสูงสุด 20 คน (ส่วนคนจน เราจะไม่พูดถึงเพราะ
ต้องการให้คนรวยเห็นถึงความรู้จักพอ หรือพอเพียง) คิดเป็นค่าใช้จ่ายในการกินประมาณเดือนละ 288,000 บาท เท่านั้น
(ถ้าสมาชิกในครอบครัวมีไม่ถึง 20 คนก็คิดลดหลั่นกันไป ผมกำลังชี้ให้เห็นถึงจำนวนอย่างมาก ๆ หรือคิดเผื่อไว้แล้วเท่านั้น
เพื่อให้เห็นว่าขนาดคิดเกิน ๆ ไว้ ก็ใช้เงินเป็นจำนวนเงินตามตัวเลข ตามที่ชี้ให้เห็น ถ้าใช้ไม่ถึงยิ่งมีเงินเหลืออีกมาก)
ถ้าเราได้ตัวเลขออกมาอย่างนี้ถามว่า เวลานี้เรามีเงินเท่าใดจึงจะปลอดภัยในการมีชีวิตอยู่ในสังคมอย่างสบายใจ
ผมขอยกตัวอย่างไว้ให้ท่านพิจารณาก็แล้วกัน เพื่อประกอบตามความเหมาะสมของแต่ละท่าน
ถ้าผมสมมุติว่า ตัวเลขดังกล่าวประมาณ 100,000,000 บาท(หนึ่งร้อยล้านบาท) ปัจจุบันมีสถาบันการเงินให้ดอกเบี้ย
ไว้สูงถึง 6% กว่า เราคิดแบบหลอกตัวเองไว้ก็แล้วกันว่า โดยประมาณ 5.30% (ดอกเบี้ยสุทธิหลังหักภาษีแล้ว) เราจะได้ดอกเบี้ย
ปีละ 5,300,000 บาท หรือคิดเป็นเดือน ๆ ละ 441,666.67 บาท หรือคิดเป็นวัน ๆ ละ 14,722.22 บาท
ถามว่า ท่านมีรายได้แบบมั่นคง ถึงเดือนละ 441,666.67 บาท แล้วท่านคนรวยทั้งหลาย มีการใช้จ่ายอย่างสูงประมาณ
เดือนละ 288,000 บาท ยังคงเหลืออีกประมาณเดือนละ 153,666.67 บาท ถามว่าท่านยังไม่พอใจหรือกับการใช้เงินที่ไม่หมด
ในแต่ละเดือน เงินที่เหลือดังกล่าวแสนกว่าบาท ท่านอาจจะนำไปผ่อนรถ ผ่อนบ้าน หรือผ่อนอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องไปกระทบ
กระเทือนเงินต้น หรือถ้าท่านมีบ้าน รถ และอื่น ๆ เพรียบพร้อมอยู่แล้ว ก็นำส่วนที่เหลือไปทบเป็นเงินต้นต่อไปอีกยิ่งทำให้
ท่านรวยมากเข้าไปอีกไม่รู้จักจบสิ้น
ผมกำลังชี้ให้เห็นว่า ท่านคนรวยทั้งหลาย(ไม่ใช่ว่าท่านคิดไม่ได้หรือคิดไม่เป็น แต่ท่านอาจจะลืมคิดไป) ทั้งที่เป็น
พ่อค้า นักธุรกิจ นักการเมือง ฯลฯ ถ้าท่านมีเงินถึง ร้อยล้านบาทแล้ว ท่านก็สบายแล้ว ท่านต้องการอะไรมากไปกว่านี้ ยิ่งถ้า
ท่านมีเงินมากกว่านี้เช่น 200 ล้าน 500 ล้าน หรือ 1,000 ล้าน หรือ 10,000 ล้าน หรือ หลาย ๆ หมื่นล้านบาท ยิ่งเป็นส่วนเกิน
ที่ท่านไม่สามารถนำไปใช้ในชาติหน้าได้เลยแม้แต่บาทเดียว
ผมขอแนะนำอย่างนี้ (เชื่อหรือไม่เชื่อแล้วแต่ท่าน) สำหรับคนรวย ที่รวยมาก ๆ ถ้าธุรกิจของท่านดำเนินการไป
อย่างราบรื่น โดยไม่ต้องไปเบียดเบียนใคร ไปชิงดีชิงเด่น หรือแข่งขันถึงต้องรบราฆ่าฟันกับใคร ก็ขอให้ท่านดำเนินธุรกิจของ
ท่านไปเรื่อย ๆ โดยขอให้ท่านให้สวัสดิการคนในองค์กรธุรกิจของท่านให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ตามสมควรอย่างสมเหตุสมผล
เมื่อธุรกิจของท่านยังมีกำไรจากการดำเนินการหลังหักภาษีให้รัฐบาลอย่างถูกต้องแล้ว ขอให้ท่านช่วยเหลือสังคมโดยอาจจะ
หักเงินกำไรของกิจการในองค์กรของท่านไปช่วยเหลือสังคมประมาณ 10-20% หรือ 30-40% หรือ 40-50% ตามแต่ที่ท่านจะ
พิจารณาตามความเหมาะสม ที่เหลือเก็บสะสมไว้ขยายธุรกิจหรือไว้แก้ไขเมื่อมีปัญหาใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตที่เราไม่รู้
ส่วนบริษัทมหาชน ก็เช่นเดียวกัน ท่านสามารถช่วยเหลือสังคมได้เช่นเดียวกัน ที่เหลือก็จ่ายเงินปันผล ให้ผู้ถือหุ้นไป
สำหรับคนรวยที่รวยมาก ๆ ถ้าธุรกิจของท่าน ต้องไปเบียดเบียนใคร หรือเบียดเบียนสังคม หรือต้องไปชิงดีชิงเด่น
หรือต้องแข่งขันถึงต้องรบราฆ่าฟันกับใคร หรือธุรกิจของท่านต้องทำให้สังคมเดือนร้อน ด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม ขอให้ท่านเลิก
กิจการเสียเถิด เพราะมันไม่ได้ทำให้ท่านมีความสุข ซ้ำยังทำให้ผู้อื่นทุกข์ ท่านควรไปหาความสุขในชีวิตของท่านให้คุ้มกับ
ความรวยที่ท่านได้มีโอกาสรวย ซึ่งอีกหลายพันล้านคนอยากมีแต่เขาไม่สามารถทำได้เช่นท่าน และให้คุ้มกับชีวิตที่เหลืออยู่อีก
ไม่มากนัก อีกประการหนึ่งการที่ท่านเลิกธุรกิจเสียก็เป็นการเปิดโอกาสให้คนอื่นที่เขาด้อยกว่าท่าน ให้เขามีช่องทางทำ
มาหากิน อันจะทำให้เขามีความสามารถมีโอกาสรวยเช่นท่านได้ และทุก ๆ คนที่รวยแล้ว เปิดช่องทางให้คนที่ยังไม่รวยให้
เขามีช่องทางทำมาหากินเพื่อให้ทุก ๆ คนมีโอกาสรวยกันถ้วนหน้า ก็จะเป็นสังคมที่มีแต่ความสุขกันถ้วนหน้า คนใหนรวย
ก่อนก็สามารถไปหาความสุขได้ก่อน ก็ยุติธรรมดี ขอให้คนรวยอย่าละโมบโลภมากเลย ทุกอย่างในโลกนี้ล้วนแล้วแต่เป็น
มายาทั้งสิ้น ถึงเวลาทุกคนก็ต้องตายไปจากโลกใบนี้ ท่านมาตัวเปล่า ท่านก็จากไปตัวเปล่าเช่นเดียวกัน เสมอภาคกันทุกคน
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นักการเมือง ก็เช่นกัน ถ้าท่านผู้ใดรวยอยู่แล้วและมีเงินมากอย่างเหลือเฟือ ใช้อย่างใดก็ใช้ไม่หมด (ยกเว้นเล่น
การพนัน) ท่านได้โปรดคำนึงถึงประเทศชาติให้มาก ๆ อย่าไปโกงกิน หรือ คอรัปชั่น อีกเลยเพราะ ความรวยที่ท่านมีอยู่ก็กิน
ไม่หมดในชาตินี้อยู่แล้ว และตายไปก็ไม่สามารถเอาไปได้แม้แต่บาทเดียว ท่านจะโกงกิน หรือ คอรัปชั่น ไปอีกทำไม ถ้าท่าน
รักชาติต้องช่วยชาติ ต้องเสียสละเพื่อประเทศชาติ ต้องช่วยคิดหาทางให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง และอย่าลืมคนจนที่รอความ
หวังจากท่านเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของเขา ขอให้ท่านหาทางทำให้คนจนหมดไปจากประเทศ ชีวิตแห่งความสุขต้องมีการแบ่งปันกัน
แม้จะไม่เสมอภาค แต่ขอให้อย่าต่างกันมากเกินไปจนสุดขั้ว
เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข่าว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกคือคุณบิลเกตส์ ผู้ซึ่ง
เป็นเจ้าของบริษัทไมโครซอฟของอเมริกา ได้ประกาศต่อมหาชนชาวอเมริกาว่า ทรัพย์สินทั้งหมดของเขา(ซึ่งมีมาก
ประมาณเท่ากับ งบประมาณแผ่นดินของประเทศไทย 4 - 5 เท่าตัว) จะอุทิศให้กับสังคม 95 % จะเหลือไว้ให้กับทายาท
ของเขาเพียงประมาณ 5 % เท่านั้น มีคนรวยสักกี่คนในประเทศไทยที่ได้คิดอย่างนี้บ้างหรือไม่ (เท่าที่รู้เห็นจะมี
มูลนิธิอมตะของท่าน วิกรม กรมดิษฐ์ เท่านั้นที่เคยได้ยินมา แต่อุทิศให้กี่เปอร์เซ็นต์ ไม่ทราบชัด)
โครงการช่วยเหลือคนจน (ขอมอบให้คนรวยทุกคนช่วยกัน มากน้อยแล้วแต่จะพิจารณาของแต่ละท่าน)
โครงการช่วยเหลือคนจนนี้หากว่าใครจะสามารถต่อยอดได้ดีกว่า ก็ยิ่งดี เรามาช่วย ๆ กันคิดต่อยอด สำหรับ
ผมเองขอคิดเป็นแนวทางในเบื้องต้นก่อนก็แล้วกัน แนวความคิดคือ
1. ถ้าเรามีเงินจำนวนหนึ่ง (จะได้มาจากคนรวยคนใดคนหนึ่ง หรือหลายคน หรือคนรวยทุก ๆ คน
ช่วยกัน ด้วยการมีส่วนร่วมในการบริจาค หรือ ร่วมกันบริหาร โดยไม่คิดที่จะมีผลประโยชน์ใด ๆ เลยในโครงการนี้ก็ได้)
แน่นอนว่าเงินจำนวนนี้จะต้องมีจำนวนเงิน หลายพันล้านบาท หรือถึงหลายหมื่นล้านบาท อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไป หรือรัฐบาลจะนำโครงการนี้ไปใช้ก็ย่อมได้ และเป็นการดีอย่างยิ่ง จะด้วยการเจียดเงินจาก
กองสลากกินแบ่งรัฐบาล หวยบนดิน ที่มีรายได้เดือนละกว่าพันล้าน หรืองบประมาณแผ่นดินส่วนหนึ่งของแต่ละปี
ค่อย ๆ มาสบทบก็ไม่เลวนัก เบื้องต้น ต้องซื้อที่ดินสร้างอาคารสถานที่ก่อน จะเป็นที่ใหน ก็แล้วแต่คณะกรรมการที่
เราจะพูดถึงกันต่อไป
2. จะต้องสรรหาคณะกรรมการเข้ามาดำเนินการ คณะกรรมการดังกล่าวจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
2.1 เป็นคนดี มีความเมตตากรุณา มีคุณธรรม มีจริยะธรรม มีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ รู้จัก
ให้อภัยผู้อื่นอย่างมีเหตุมีผล ไม่เป็นคนพยาบาตอาคาดมาดร้ายผู้อื่น มีจิตสำนึกเอื้ออาทรผู้อื่น
อย่างมีเหตุผล และเป็นผู้มีความยุติธรรมสูง มีความหนักแน่น มีอุดมคติหรืออุดมการณ์ที่ดี
2.2 เป็นคนมีศีลธรรม ถ้าถือศีลห้าได้อย่างสม่ำเสมอก็ยิ่งดี ไม่เป็นคนใจแคบ และไม่เห็นแก่ตัว
2.3 เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีความรู้ความสามารถ จบการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีก็จะดียิ่ง
รู้ว่าควรทำสิ่งใดก่อนหลังอย่างเหมาะสม เป็นคนฉลาด มีความกระตือรือร้นในการทำงาน
2.4 เป็นผู้มีทัศนวิสัยกว้างไกล สามารถบริหารโครงการได้ดี มีทัศนคติที่ดี มีความเสียสละ
2.5 ต้องเป็นคนที่มีความสุขุม มีความอดทน ไม่โลภมาก มีกิเลศไม่มากจนเกินไป
2.6 เป็นคนที่ทำสิ่งใด ต้องเปิดเผยอย่างขาวสอาด ไม่คอรัปชั่น ไม่โกงกิน ไม่รับการติดสินบน
คุณสมบัติ 6 ข้อนี้ ค่อนข้างหาได้ยากมาก แต่ก็ต้องเปิดรับสมัครหาเข้ามาบริหารโครงการให้ได้
คนที่เข้ามาสมัคร ตามประกาศ ก็จะมีทั้งของแท้ และของเทียม ปะปนกันเข้ามา เราค่อยปรับปรุงคนใน
ภายภาคหน้าก็แล้วกัน เพราะกาลเวลาพิสูจน์คนอยู่แล้ว คนใหนไม่ดีจริงก็ให้ลาออกไป ตามความ
บกพร่องของคุณสมบัตินั้น ๆ ตามที่ประกาศไว้ โครงการนี้ไม่ควรมีคำว่า เด็กเส้น
คณะกรรมการที่สรรหาเข้ามา ควรได้รับเงินเดือนหรือสิ่งตอบแทนอย่างสมเหตุสมผล ไม่มาก
ไม่น้อยจนเกินไป
เมื่อได้คณะกรรมการที่สรรหามาแสนยากลำบากแล้ว ทีนี้ก็จะเริ่มออกความคิดเห็นต่าง ๆ อย่าง
สร้างสรร ว่าจะช่วยเหลือคนจนอย่างไร ก็สุดแล้วแต่ที่ประชุมจะออกมาอย่างไรที่ดีที่สุด ตรงตามวัตถุ
ประสงค์ที่สุด อย่าลืมว่า โครงการนี้คือ โครงการช่วยเหลือคนจน เราจะตั้งเป็นมูลนิธิช่วยเหลือคนจนก็ได้
ในเบื้องต้นผมจะร่างเป็นแนวทางคร่าว ๆ ก่อนก็ได้ แล้วไปพัฒนาต่อยอดให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ และอย่าลืม
ปิดช่องว่างของพวกมิจฉาชีพที่จะเกิดขึ้นในอนาคต คือพวกที่จะมาหากินกับโครงการนี้
คนจนแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ
1. คนจนที่เกียจคร้าน ไม่ขยันทำมาหากิน ไม่ขวนขวายหาเลี้ยงชีพ หรือคนรวย แล้วเล่น
การพนันเสียจนกลายเป็นคนเคยรวย แต่เป็นคนจนในปัจจุบัน
2. คนจนที่ขยันทำมาหากิน แต่มีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัวจนไม่อาจรวยได้ (อาจจะมีลูกมาก
มี พ่อ แม่ ที่แก่เฒ่า ลูก หรือ พ่อ แม่ เจ็บป่วยต้องเสียเงินค่ารักษาพยาบาลมากมาย ต้องเสียค่าเทอม
ถูกโกง ถูกหลอกลวง มีภาระต่าง ๆ มากกว่ารายจ่าย ฯลฯ) คนจนบางคนขยัน แต่หางานทำไม่ได้
คนจนประเภทนี้ ส่วนใหญ่จะมีการศึกษาไม่สูงนัก ทำให้โอกาสทางสังคมน้อยลงไปด้วยเพราะเหตุว่า
จะรู้ลู่ทาง หรือช่องทางทำมาหากินน้อยลง ตามความรู้ที่มีอยู่น้อย คนจนที่จัดอยู่ในประเภทที่ 2 นี้อีกพวกหนึ่งที่
มีการศึกษาสูงก็มี แต่ประสบความล้มเหลวในธุรกิจจนหมดเนื้อหมดตัว จะด้วยเหตุอันใดก็แล้วแต่
คนจนทั้ง 2 ประเภทนี้ คนจนประเภทที่ 2 น่าช่วยเหลืออย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ตามเราก็ควรให้
โอกาสช่วยเหลือคนจนประเภทที่ 1 เหมือนกัน เพราะเราควรให้โอกาสเผื่อว่าจะเปลี่ยนแปลงความ
ประพฤติไปในทางที่ดีขึ้นได้ โดยให้การศึกษา การอบรม จิตวิทยา และกำหนดหน้าที่การงานให้เขามี
ความรับผิดชอบ ค่อยเป็นค่อยไป
มีข้อความจริงอยู่อย่างหนึ่งที่ว่า ไม่มีอะไรฟรีในโลกนี้ ทุกอย่างต้องมีข้อแลกเปลี่ยน ส่วนที่ว่า
จะคุ้มกันหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และในสังคมของมนุษยชาติ ก็ต้องมีกฎเกณฑ์เหมือนกัน
ในเบื้องต้น คนจนที่กำลังจะอดตาย จะต้องให้เขาเหล่านั้นมีอาหารการกินเพื่อให้อยู่รอดก่อน
ถ้าไม่มีที่พักอาศัย ก็จัดหาที่พักอาศัยให้ ในพื้นที่ที่เราเตรียมไว้แล้ว คนจนทุกคนที่เราให้ความช่วยเหลือ
ต้องมีการทำบันทึกประวัติ และความเป็นมา เช่นเดียวกับหมอจะรักษาคนไข้ก็ต้องมีการซักประวัติ รู้ก่อนว่า
คนไข้ป่วยเป็นโรคอะไร มีอาการอย่างไร จะได้แก้ไขหรือรักษาได้ถูกโรค จ่ายยาได้ถูกต้อง คนจนในข้อ
นี้ ถ้าเขาไม่มีความรู้ ก็จัดอบรม ให้การศึกษา ให้ความรู้ สอนวิธีประกอบอาชีพ สอนวิธีการทำงาน จน
สามารถไปประกอบอาชีพได้ พร้อมกับหางานให้ทำ ในระหว่างหางานให้ทำก็ให้ทำงานอยู่กับองค์กรของ
เราไปพลาง ๆ ก่อนก็ได้เช่นกัน โดยองค์กรของเราจะต้องมี หน่วยโภชนาการ หน่วยดูแลสถานที่ หน่วย
สร้างอาคารพักอาศัย หน่วยทำความสะอาดสถานที่ขององค์กร หน่วยดูแลรักษาความปลอดภัยของสถานที่
ฯลฯ ให้คนจนเหล่านี้ไปทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งในองค์กร พร้อมกับให้สิ่งตอบแทนตามสมควร ถ้าเขาจะ
ทำงานกับองค์กรของเราก็สามารถให้ทำงานได้เช่นเดียวกันสำหรับผู้ที่ประสงค์จะทำงานกับองค์กรเรา
แต่ถ้าทำงานกับองค์กรของเราไปนาน ๆ แล้วอยากจะลาออกไปทำงานนอกองค์กรก็ย่อมได้ทุกเมื่อตามที่เขา
ประสงค์ แต่ในระหว่างที่ทำงานอยู่กับองค์กรของเรา ถ้ามีเงินเดือน ก็จะต้องมีการจ่ายค่าอาหารการกิน
จ่ายค่าที่พักอาศัย และจ่ายค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ตนได้ใช้บริการเหมือนคนทั่วไปในสังคมข้างนอกองค์กรเช่นกัน
คนที่ทำงานกับองค์กร จนมีเงินเก็บ จะไปทำธุรกิจส่วนตัวนอกองค์กร เมื่อใดก็ได้ตามสิทธิเสรีภาพของทุกคน
หากว่าคนจนส่วนใหญ่ที่เราให้ความช่วยเหลือ แต่ไม่มีที่ไป จะเข้าทำงานกับองค์กรของเราก็ได้
ถ้าองค์กรของเราขยายมากขึ้น ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็ต้องเพิ่มหน่วยงานขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของคนในองค์กร
เช่น ให้คนจนเหล่านี้ทำงานด้านการผลิต เช่น ปลูกข้าว ปลูกผัก ทำอาหารขาย ผลิตสินค้าต่าง ๆ เพื่อขายให้กับ
คนในและนอกองค์กร ผู้ใดมีความสามารถในด้านใดก็ให้ไปทำงานในด้านที่ตนมีความรู้ความสามารถ
ทุกคนที่ทำงานให้องค์กร ล้วนแล้วแต่ได้รับเงินเดือนเหมือนคนทั่วไป ตามความรู้ความสามารถ และมี
สวัสดิการต่าง ๆ ตามที่องค์กรทั่วไปพึงมีพึงกระทำ
ถึงจุด ๆ หนึ่ง ในที่สุดองค์กรของเราก็สามารถพึ่งพาอาศัยตนเองได้ แต่ก็รู้ว่าต้องใช้ระยะเวลา
อันยาวนานเช่นกัน ปัญหาต่าง ๆ ก็จะต้องมีมากขึ้น เราต้องมีการตั้งกฎเกณฑ์ กฎระเบียบต่าง ๆ ขององค์กร
กันไว้ก่อน ก่อนที่จะมีปัญหา สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ต้องมาจากคณะกรรมการที่เราสรรหามาดังกล่าวข้างต้น
กรณีคนจนที่อยู่นอกองค์กร เดือดร้อนเรื่องการเงิน ต้องมีการซักถามถึงปัญหาที่แท้จริง ว่าเป็น
อย่างไร เมื่อเอาเงินไปแล้วจะคืนได้อย่างไร ด้วยวิธีใด ความเป็นไปได้ของการคืนเงินด้วยวิธีนั้น ๆ มีมาก
น้อยขนาดไหน การให้ความช่วยเหลือต้องมีการใช้คืน ไม่ใช่ให้ฟรี ๆ เพราะไม่อย่างงั้น ทุกคนจะรอแต่
ของฟรี ไม่ต้องทำงานเพื่อหาเงินมาคืน จะกลายเป็นทำให้สังคมเลวร้ายขึ้น เช่น ขอยืมเงินไปเพื่อให้ลูก
ไปศึกษาเล่าเรียน ก็ต้องดูด้วยว่าลูกเขามีความตั้งใจเรียนหรือไม่ ประวัติการเรียนของลูกเขาเป็นอย่างไร
ถ้าการพิจารณาทุกอย่างเห็นควรให้ยืม ก็ให้ยืมไปพร้อมทำหนังสือยืม พร้อมกับทางแก้ไขถ้าถึงเวลา คืนไม่
ได้ให้เขาทำงานใช้หนี้ให้กับองค์กรอย่างไร เงินยืมนี้ไม่มีดอกเบี้ย เพราะเราเป็นองค์กรช่วยเหลือคนจน
อยู่แล้ว ไม่ใช่องค์กรเพื่อซ้ำเติมคนจน ตามตัวอย่างนี้ถือเป็นการเรียนก่อน ผ่อนทีหลัง เป็นต้น
องค์กรนี้จะต้องมีบุคคลากรด้านต่าง ๆ เช่น อาจจะเชิญวิทยากรนอกองค์กรมาให้ความรู้ต่าง ๆ ตาม
ที่เห็นสมควรแก่คนในองค์กร พร้อมกับต้องมีวิทยากรด้านจิตวิทยา ด้านบริหาร ด้านการเงิน ด้านการผลิต
ด้านการตลาด ด้านการค้า ด้านการแข่งขัน ด้านกลยุทธต่าง ๆ และอาจต้องมีการเชิญพระมาบรรยายอบรม
ให้คนมีศีลธรรม รู้บาปบุญคุณโทษให้มีจิตสำนึกดีต่อสังคม ฯลฯ
คนจนที่มาทำงานให้กับองค์กรของเรา เราให้เงินเดือน ให้สวัสดิการต่าง ๆ เช่นการรักษาพยาบาล
มีวันหยุดเช่นเดียวกับกิจการของบริษัทฯทั่วไป ในองค์กรควรมีสนามกีฬา มีที่ออกกำลังกาย มีสถานที่พักผ่อน
หย่อนใจ มีสระว่ายน้ำ มีสโมสร มีห้องประชุมขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ในองค์กรจะต้อง
มีกฎระเบียบ มีกฎเกณฑ์ที่ดี ต้องมีวินัย ต้องมีน้ำใจซึ่งกันและกัน มีความคิดที่ดี มีคุณธรรม จริยะธรรม
มีความเอื้ออาทรต่อกันเสมือนหนึ่งเป็นพี่น้องในครอบครัวเดียวกัน ต้องมีความซื่อสัตย์ต่อกัน จะต้องไม่มี
การคดโกงกัน แน่นอน สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีการให้ความรู้ ให้การศึกษา ให้มีการอบรมบ่มนิสัย
องค์กรนี้จะเป็นองค์กรตัวอย่างของสังคมที่ดี ของประเทศไทย และของโลกในอนาคตย่อมเป็นได้
องค์กรนี้จะทำให้ในประเทศไม่มีคนจนได้อย่างแท้จริง ถามว่าถ้าคนจนที่เป็นหนี้เป็นสินกับเจ้าหนี้
เราจะทำอย่างไร คำตอบคือเราต้องรู้รายละเอียดของที่มาของหนี้สิน ว่ามีความเป็นมาอย่างไร ปัญหาหนี้สิน
ต่าง ๆ ของแต่ละราย พร้อมศึกษาปัญหาว่าจะแก้ไขอย่างไร รายใดพอจะเจรจาหนี้ได้ก็เจรจาให้พร้อมกับ
โอนหนี้มาไว้กับองค์กร และให้คนจนเหล่านั้นมาทำงานใช้หนี้ให้กับองค์กรแทนจนกว่าจะหมดหนี้สิน
ถ้าระหว่างทำงานใช้หนี้ยังไม่หมด เกิดเสียชีวิตก่อนต้องให้ทายาทผู้รับมรดกมาทำงานใช้หนี้แทน ตามหนังสือ
ที่ร่างไว้อย่างรัดกุม องค์กรของเราจะต้องมีฝ่ายกฎหมาย มีฝ่ายบัญชี มีฝ่ายการเงิน มีฝ่ายธุรการ มีฝ่ายบุคคล
มีฝ่ายพยาบาล มีฝ่ายโภชนาการ มีฝ่ายผลิต มีฝ่ายการตลาด มีฝ่ายกิจกรรม มีฝ่ายอบรม ฯลฯ คือค่อย ๆ มี
ขึ้นมาตามการเติบโตขององค์กร
ตัวผมเองไม่บังอาจที่จะเป็นเจ้าของโครงการ ผมเพียงร่างโครงการนี้ไว้อย่างคร่าว ๆ พอเป็นแนว
ทางไว้เท่านั้น ผมหวังอย่างยิ่งที่จะได้รับความสนใจจากท่านคนรวยที่มีส่วนเกินของความรวยมาก ๆ และ
เก็บไว้เฉย ๆ ได้โปรดเสียสละส่วนเกินที่กินไม่หมดในชาตินี้ มาช่วยเหลือคนจนกันเถิด บุญกุศลที่ท่านได้
ช่วยกันเสียสละ หรือบริจาค จะทำให้ท่านมีความสุขและมีทรัพย์สมบัติมาก ๆ ตลอดไปทั้งในชาตินี้และ
ชาติหน้า ขออนุโมทนา


โดย : รณภพ ธนบวรมงคล Email ronphob@thaimail.comโทร. 086-6301156 - จังหวัด อุดรธานี - 16/12/2006 11:33
WWW : http://กำลังคิดว่าจะมีเวปของตัวเองดีหรือไม่ เพราะตั้งใจจะตั้งมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือคนจนอยู่

ข้อความที่ 45 : ขอ ชื่นชม ว่า จัด ทำดีมาก
ขอบคุณมาก และ ขออนุโมทนาด้วยค่ะ

โดย : จิราพร jirajira2001@yahoo.com - จังหวัด กทม - 21/12/2006 19:18

ข้อความที่ 46 : ขอบพระคุณและขอบใจผู้ที่ร่วมทำเว็ปไซด์เพื่อเผยแพร่ศาสนา และผู้เยี่ยมชมทุกท่าน ศาสนาทุกศาสนา สอนให้คนเป็นคนดี ไม่เข่นฆ่ากันเอง เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ขออนุโมทนาด้วย

โดย : sumatakso@hotmail.com - จังหวัด สุรินทร์ - 24/12/2006 12:47
WWW : http://www.okoso.th.gs (เว็ปยังไม่เสร็จ)

ข้อความที่ 47 : ขออนุโมทนาค่ะ
ขอขอบพระคุณในกุศลจิตของทุกๆท่านที่ได้จัดทำเว๊ปไซด์เพื่อไว้ศึกษาพระไตรปิฏก ขอให้เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปค่ะ


โดย : มะลิ - จังหวัด กระบี่ - 25/12/2006 11:09
WWW : http://kun_toy@hotmail.com

ข้อความที่ 48 : ขออนุโมทนา ด้วยคนครับ

โดย : nattawat-ng@hotmail.com - จังหวัด จันทบุรี - 05/01/2007 19:18

ข้อความที่ 49 : ขออนุโมทนากับคณะผู้จัดทำ ที่มีความเพียรรวบรวมเอาพระไตรปิฎก มาเผยแผ่เป็นธรรมทาน "การให้ธรรมะ ย่อมชนะการให้ทั้งปวง"

โดย : พ.ตะวัน คำสุจริต olemonta@hotmail.com - จังหวัด สกลนคร - 07/01/2007 14:08
WWW : http://www.sakoldham.com

ข้อความที่ 53 : Thanks so much for creating the site and give an opportunity for many to study Dharma. I always wanted to read those books when I went to the temples. So Thanks to you, now I can read them from anywhere. What a magnificent source for the peace of mind.

โดย : Ann H. - 27/01/2007 01:25

เชิญแสดงความเห็นครับ
ชื่อ, Email :
จังหวัด
WWW :
ข้อความ :


This Free service hosted by D'Server