[๑๖๙] ๑. ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่ง มีไถยจิต ลักเตียงของสงฆ์ แล้วมีความรังเกียจ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ตรัสถามว่า ดูกรภิกษุ เธอคิดอย่างไร?ภิ. ข้าพระพุทธเจ้า คิดลัก พระพุทธเจ้าข้าภ. ดูกรภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว๒. ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่ง มีไถยจิต ลักตั่งของสงฆ์ แล้วมีความรังเกียจจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ตรัสถามว่า ดูกรภิกษุ เธอคิดอย่างไร?ภิ. ข้าพระพุทธเจ้า คิดลัก พระพุทธเจ้าข้าภ. ดูกรภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว๓. ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่ง มีไถยจิต ลักฟูกของสงฆ์ แล้วมีความรังเกียจจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ตรัสถามว่า ดูกรภิกษุ เธอคิดอย่างไร?ภิ. ข้าพระพุทธเจ้า คิดลัก พระพุทธเจ้าข้าภ. ดูกรภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว๔. ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่ง มีไถยจิต ลักหมอนของสงฆ์ แล้วมีความรังเกียจจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ตรัสถามว่า ดูกรภิกษุ เธอคิดอย่างไร?ภิ. ข้าพระพุทธเจ้า คิดลัก พระพุทธเจ้าข้าภ. ดูกรภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว๕. ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่ง มีไถยจิต ลักบานประตูของสงฆ์ แล้วมีความรังเกียจ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ตรัสถามว่า ดูกรภิกษุ เธอคิดอย่างไร?ภิ. ข้าพระพุทธเจ้า คิดลัก พระพุทธเจ้าข้าภ. ดูกรภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว๖. ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่ง มีไถยจิต ลักบานหน้าต่างของสงฆ์ แล้วมีความรังเกียจจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ตรัสถามว่า ดูกรภิกษุ เธอคิดอย่างไร?ภิ. ข้าพระพุทธเจ้า คิดลัก พระพุทธเจ้าข้าภ. ดูกรภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว
๗. ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่ง มีไถยจิต ลักไม้กลอนของสงฆ์ แล้วมีความรังเกียจ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ตรัสถามว่า ดูกรภิกษุ เธอคิดอย่างไร?ภิ. ข้าพระพุทธเจ้า คิดลัก พระพุทธเจ้าข้าภ. ดูกรภิกษุ เธอต้องอาบัติปาราชิกแล้ว
เรื่องของมีเจ้าของ ไม่ควรนำไปใช้พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๒๘๔–๒๘๕