สารบัญพระไตรปิฎก ๔๕ เล่ม
อธิบายภาพรวม
พระวินัยปิฎก
พระวินัยปิฎกเป็นส่วนแรกของพระไตรปิฎก มี ๘ เล่ม ว่าด้วยสิกขาบทหรือศีลของภิกษุและภิกษุณี พร้อมเรื่องต้นบัญญัติของแต่ละสิกขาบท และระเบียบวิธีของสงฆ์ เช่น การอุปสมบท อุโบสถ กฐิน และสังฆกรรมต่าง ๆ (โครงสร้างพระไตรปิฎก ๔๕ เล่ม) เนื้อหาแบ่งเป็น ๔ ส่วนใหญ่ คือ มหาวิภังค์ว่าด้วยสิกขาบทของภิกษุ ภิกขุนีวิภังค์ว่าด้วยสิกขาบทของภิกษุณี มหาวรรคและจุลวรรคว่าด้วยระเบียบและกิจการของสงฆ์ และปริวารเป็นคู่มือสรุปความแบบถามตอบ (โครงสร้างพระไตรปิฎก ๔๕ เล่ม) พระวินัยปิฎกเป็นหลักในการรักษาความเป็นอยู่ร่วมกันของสังฆะ เป็นเรื่องของสมมติบัญญัติที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ให้สงฆ์ยึดถือปฏิบัติ ต่างจากด้านธรรมที่เป็นความจริงตามสภาวะ ในด้านวินัยนี้ แม้พระอรหันต์ก็ยังปฏิบัติตามสิกขาบทที่ทรงบัญญัติไว้อย่างเคร่งครัด (รู้จักพระไตรปิฎก น. ๕๙–๖๐) สิกขาบทในพระปาติโมกข์ที่พระภิกษุสวดทุกกึ่งเดือนนั้น พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่ามี ๑๕๐ กับทั้งที่เกินออกไป หรือ ๑๕๐ มีเศษ ซึ่งอรรถกถาอธิบายว่าทรงหมายถึงสิกขาบทที่ได้ทรงบัญญัติแล้วในเวลานั้น ต่อมามีสิกขาบทเพิ่มขึ้นเป็น ๒๐๐ มีเศษ จนมาลงตัวที่ ๒๒๗ ข้อในปัจจุบัน (รู้จักพระไตรปิฎก น. ๙–๑๐)
พระสุตตันตปิฎก
พระสุตตันตปิฎกเป็นส่วนที่ประมวลพระธรรมเทศนา เรื่องราว และภาษิตของพระพุทธเจ้าและพระสาวก มีทั้งหมด ๒๕ เล่ม จัดแบ่งเป็น ๕ นิกาย (โครงสร้างพระไตรปิฎก ๔๕ เล่ม) การจัดหมวดหมู่นี้มิได้มุ่งเพื่อการเล่าเรียน แต่วางไว้เพื่อความสะดวกในการเก็บรักษาและแบ่งความรับผิดชอบในการทรงจำสาธยาย โดยทีฆนิกายรวมพระสูตรขนาดยาว มัชฌิมนิกายรวมพระสูตรขนาดกลาง สังยุตตนิกายจัดตามหัวเรื่อง เช่น ขันธสังยุตต์ โกสลสังยุตต์ อังคุตตรนิกายจัดตามจำนวนหัวข้อธรรมจากหมวด ๑ ถึงหมวด ๑๑ ส่วนขุททกนิกายเป็นที่รวมคัมภีร์เบ็ดเตล็ดที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว เช่น ธรรมบท เถรคาถา เถรีคาถา ชาดก (รู้จักพระไตรปิฎก น. ๗๕–๗๗) พระสงฆ์แต่ละกลุ่มแต่ละสายรับภาระศึกษาและทรงจำนิกายที่ตนได้รับมอบหมาย สืบทอดกันมาเป็นพวกทีฆภาณกา มัชฌิมภาณกา เป็นต้น ผู้ที่รู้ระบบการจัดหมวดหมู่นี้ดี ย่อมสามารถค้นคว้าพุทธพจน์ในเรื่องเดียวกันจากต่างนิกายมาศึกษาประกอบกันได้อย่างพรั่งพร้อม (รู้จักพระไตรปิฎก น. ๗๗–๗๘)
ทีฆนิกาย
ทีฆนิกาย เป็นนิกายแรกในพระสุตตันตปิฎก จัดเป็นชุมนุมพระสูตรขนาดยาว โดยท่านนำพระสูตรที่มีความยาวมาก มาเรียงลำดับรวมไว้ด้วยกันเป็นพวกหนึ่ง มีเพียง ๓๔ สูตร แต่ใช้เนื้อที่หนังสือถึง ๓ เล่ม (รู้จักพระไตรปิฎก น. ๗๕) การจัดหมวดหมู่พระไตรปิฎกในลักษณะนี้ ท่านมิได้มุ่งเพื่อความสะดวกในการศึกษาเล่าเรียน แต่เป็นระบบที่วางไว้เพื่อประโยชน์ในการเก็บรักษา และการแบ่งความรับผิดชอบของพระสงฆ์ที่ทรงจำสาธยายสืบทอด กลุ่มที่รับภาระรักษาหมวดทีฆนิกายนี้ เรียกว่าพวกทีฆภาณกา (รู้จักพระไตรปิฎก น. ๗๖) เนื้อหาของทีฆนิกายมีความหลากหลาย เพราะจัดตามความยาว มิได้จัดตามหัวข้อธรรม เมื่ออ่านตามลำดับ จะพบพระสูตรที่มีเรื่องราวและสาระต่างแนวกัน เช่น มหานิทานสูตร ว่าด้วยหลักปฏิจจสมุปบาทอันลึกซึ้ง มหาปรินิพพานสูตร ว่าด้วยพุทธกิจตอนเสด็จดับขันธปรินิพพาน มหาสมยสูตร ว่าด้วยการชุมนุมครั้งใหญ่ของเทวดา มหาสติปัฏฐานสูตร ว่าด้วยการเจริญสมถวิปัสสนา และปายาสิราชัญญสูตร ว่าด้วยการพิสูจน์เรื่องตายแล้วเกิด (รู้จักพระไตรปิฎก น. ๗๗) ทีฆนิกายแบ่งเป็น ๓ วรรค คือ สีลขันธวรรค มหาวรรค และปาฏิกวรรค ตามลำดับเล่ม ๙ ถึงเล่ม ๑๑
มัชฌิมนิกาย
มัชฌิมนิกาย เป็นนิกายที่สองในพระสุตตันตปิฎก รวบรวมพระสูตรขนาดกลาง มีทั้งหมด ๑๕๒ สูตร จัดไว้ในพระไตรปิฎก ๓ เล่ม คือเล่ม ๑๒ ถึงเล่ม ๑๔ แบ่งออกเป็นสามปัณณาสก์ ได้แก่ มูลปัณณาสก์ มัชฌิมปัณณาสก์ และอุปริปัณณาสก์ การจัดหมวดหมู่พระสูตรในนิกายนี้ ท่านใช้ความยาวของพระสูตรเป็นเกณฑ์ คือนำพระสูตรที่ยาวปานกลาง ไม่ว่าจะมีเนื้อหาสาระอย่างไร มาเรียงรวมไว้ด้วยกัน ต่างจากทีฆนิกายที่รวมพระสูตรขนาดยาว และต่างจากสังยุตตนิกายที่จัดตามหัวข้อเรื่อง (รู้จักพระไตรปิฎก น. ๗๕–๗๖) ระบบการจัดหมวดหมู่เช่นนี้มิได้มุ่งเพื่อความสะดวกในการศึกษาเล่าเรียน แต่วางไว้เพื่อความสะดวกและได้ผลดีในการเก็บรักษา รวมทั้งเพื่อแบ่งความรับผิดชอบในการทรงจำสาธยายสืบทอด โดยพระสงฆ์คณะที่รับภาระรักษามัชฌิมนิกาย เรียกว่า มัชฌิมภาณกา (รู้จักพระไตรปิฎก น. ๗๗) ในมัชฌิมนิกายมีพระสูตรสำคัญหลายสูตร เช่น สติปัฏฐานสูตร ในเล่ม ๑๒ ซึ่งเป็นแหล่งหลักฐานสำคัญของหลักสติปัฏฐาน ๔ ที่ผู้ศึกษาสามารถเทียบเคียงกับมหาสติปัฏฐานสูตรในทีฆนิกาย และสติปัฏฐานสังยุตต์ในสังยุตตนิกายได้ (รู้จักพระไตรปิฎก น. ๗๗)
สังยุตตนิกาย
สังยุตตนิกาย เป็นนิกายที่สามในพระสุตตันตปิฎก ประมวลพระสูตรค่อนข้างสั้นจนถึงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จัดเรียงตามหัวเรื่องหรือหัวข้อธรรม เรียกว่า สังยุตต์ ซึ่งแปลว่า เกี่ยวกับ หรือ ว่าด้วย เช่น พระสูตรที่ว่าด้วยขันธ์ห้ารวมไว้ในขันธสังยุตต์ พระสูตรเกี่ยวกับพระภิกษุรวมไว้ในภิกขุสังยุตต์ พระสูตรเกี่ยวกับพระเจ้าโกศลรวมไว้ในโกสลสังยุตต์ รวมทั้งสิ้น ๕๖ สังยุตต์ มีจำนวนพระสูตรมากถึง ๗๗๖๒ สูตร ใช้เนื้อที่หนังสือ ๕ เล่ม (รู้จักพระไตรปิฎก น. ๗๕–๗๖) การจัดหมวดหมู่แบบสังยุตต์นี้เป็นระบบเพื่อความสะดวกในการเก็บรักษาและแบ่งภาระของพระสงฆ์ผู้ทรงจำสาธยาย มิได้จัดไว้เพื่อความสะดวกในการศึกษาเล่าเรียนโดยตรง แต่ผู้ที่รู้ระบบการจัดคลังของท่าน ก็สามารถใช้ระบบนี้สืบค้นเรื่องที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เมื่อจะศึกษาเรื่องสติปัฏฐาน ก็ตรงไปที่สติปัฏฐานสังยุตต์ในเล่ม ๑๙ ซึ่งรวมพระสูตรเรื่องนี้ไว้ ๖๖ หน้า (รู้จักพระไตรปิฎก น. ๗๗–๗๘) สังยุตตนิกายแบ่งเป็น ๕ วรรค บรรจุใน ๕ เล่ม ได้แก่ สคาถวรรค (เล่ม ๑๕) นิทานวรรค (เล่ม ๑๖) ขันธวารวรรค (เล่ม ๑๗) สฬายตนวรรค (เล่ม ๑๘) และมหาวารวรรค (เล่ม ๑๙) ซึ่งเล่มสุดท้ายนี้เป็นเล่มใหญ่ที่สุดของนิกาย มีถึง ๑๘๐๓ ข้อ รวมโพธิปักขิยธรรมและหลักปฏิบัติสำคัญไว้มาก
อังคุตตรนิกาย
อังคุตตรนิกาย เป็นนิกายที่ ๔ ในพระสุตตันตปิฎก ประมวลพระสูตรจำนวนมากมายถึง ๙,๕๕๗ สูตร จัดไว้ในหนังสือ ๕ เล่ม คือเล่ม ๒๐ ถึงเล่ม ๒๔ หลักในการจัดหมวดหมู่ของนิกายนี้ใช้จำนวนหรือตัวเลขเป็นเกณฑ์ กล่าวคือ นำพระสูตรที่แสดงธรรมโดยระบุจำนวนหัวข้อเท่ากัน มาเรียงรวมไว้ด้วยกัน เป็นหมวด ๑ หมวด ๒ หมวด ๓ เรื่อยไปจนถึงหมวด ๑๑ (รู้จักพระไตรปิฎก น. ๗๖–๗๗) การจัดหมวดหมู่เช่นนี้เป็นระบบที่วางไว้เพื่อความสะดวกในการเก็บรักษาและการแบ่งความรับผิดชอบในการทรงจำสาธยายของพระสงฆ์ในยุคแรก มิใช่จัดเรียงไว้เพื่อความสะดวกในการเล่าเรียนตามลำดับหัวข้อธรรม เมื่อผู้ศึกษารู้ระบบการจัดเก็บนี้แล้ว ก็สามารถค้นเข้าถึงพุทธวจนะที่ต้องการได้อย่างเป็นระบบ (รู้จักพระไตรปิฎก น. ๗๗–๗๘) ในชุดนี้ เล่ม ๒๐ รวมเอกนิบาต ทุกนิบาต และติกนิบาต เล่ม ๒๑ เป็นจตุกกนิบาต เล่ม ๒๒ รวมปัญจกนิบาตและฉักกนิบาต เล่ม ๒๓ รวมสัตตกนิบาต อัฏฐกนิบาต และนวกนิบาต และเล่ม ๒๔ รวมทสกนิบาตและเอกาทสกนิบาต
ขุททกนิกาย
ขุททกนิกาย เป็นนิกายที่ห้าในพระสุตตันตปิฎก รวมคัมภีร์เบ็ดเตล็ดที่มีลักษณะเฉพาะตัว ไม่อาจจัดเข้าในสี่นิกายแรกคือทีฆนิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย และอังคุตตรนิกายได้ จึงนำมารวมไว้เป็นหมวดที่ห้า กินเนื้อที่ในพระไตรปิฎกถึง ๙ เล่ม คือเล่ม ๒๕ ถึงเล่ม ๓๓ (รู้จักพระไตรปิฎก น. ๗๗) ในหมวดนี้มีคัมภีร์รวม ๑๕ คัมภีร์ เช่น ขุททกปาฐะ ธรรมบท อุทาน อิติวุตตกะ สุตตนิบาต วิมานวัตถุ เปตวัตถุ เถรคาถา เถรีคาถา ชาดก มหานิทเทส จูฬนิทเทส ปฏิสัมภิทามรรค อปทาน พุทธวังสะ และจริยาปิฎก โดยชาดกซึ่งเป็นเรื่องราวในอดีตชาติของพระโพธิสัตว์ กินเนื้อที่ถึงสองเล่ม (เล่ม ๒๗–๒๘) ส่วนอปทานก็แบ่งเป็นสองภาคเช่นกัน คัมภีร์ในขุททกนิกายมีทั้งที่เป็นพุทธวจนะโดยตรง เช่น ธรรมบท อุทาน สุตตนิบาต และที่เป็นภาษิตของพระสาวก เช่น เถรคาถา เถรีคาถา ตลอดจนเรื่องราวความเป็นไปในหมู่พระเถระพระเถรี วิถีชีวิตของเทวดาและเปรต และเรื่องบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์ นับเป็นคลังข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้เห็นภาพรวมของคำสอน วิถีปฏิบัติ และบริบททางสังคมสมัยพุทธกาลได้กว้างขวาง (รู้จักพระไตรปิฎก น. ๖๔–๖๕)
พระอภิธรรมปิฎก
พระอภิธรรมปิฎกเป็นปิฎกที่สามในพระไตรปิฎก มีทั้งหมด ๑๒ เล่ม คือเล่ม ๓๔ ถึงเล่ม ๔๕ ประมวลหลักธรรมล้วนที่จัดวางอย่างเป็นระบบเชิงวิเคราะห์ ไม่อิงบุคคล เหตุการณ์ หรือเรื่องราวแวดล้อมเหมือนพระสูตร (โครงสร้างพระไตรปิฎก ๔๕ เล่ม) เนื้อหาแบ่งเป็น ๗ คัมภีร์ ได้แก่ ธัมมสังคณี วิภังค์ ธาตุกถา ปุคคลบัญญัติ กถาวัตถุ ยมก และปัฏฐาน โดยปัฏฐานเป็นคัมภีร์ใหญ่ที่สุด ใช้เนื้อที่ถึง ๖ เล่ม ตั้งแต่เล่ม ๔๐ ถึงเล่ม ๔๕ (โครงสร้างพระไตรปิฎก ๔๕ เล่ม) พระอภิธรรมปิฎกจัดอยู่ในหมวดหมู่ของพระไตรปิฎกโดยเป็นระบบการเก็บรักษาที่ท่านวางไว้เพื่อความสะดวกและได้ผลดีในการเก็บรักษาและถ่ายทอด มิใช่จัดเรียงไว้เพื่อการเล่าเรียนโดยตรง ผู้ศึกษาที่มุ่งเจาะหลักธรรมเรื่องใด สามารถสืบค้นจากอภิธรรมปิฎกประกอบกับพระสูตรได้ เช่น หลักสติปัฏฐาน ๔ มีสติปัฏฐานวิภังค์อยู่ในเล่ม ๓๕ ด้วย (รู้จักพระไตรปิฎก น. ๗๗–๗๘)
คำอธิบายนี้ผู้จัดทำเรียบเรียงจากหนังสือ รู้จักพระไตรปิฎก ให้ชัด ให้ตรง ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) ด้วยความตั้งใจให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้น