เรื่องอันธวัน เรื่องพระปุณณะ นิวาปสูตร

สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ · เล่ม ๑๒ ข้อ ๓๖๐

 [๓๖๐] ดูกรพราหมณ์ ดังพรรณนามาฉะนี้ พรหมจรรย์จึงมิใช่มีลาภสักการะและความสรรเสริญเป็นอานิสงส์ มิใช่มีความถึงพร้อมแห่งศีลเป็นอานิสงส์ มิใช่มีความถึงพร้อมสมาธิเป็นอานิสงส์ มิใช่มีญาณทัสสนะเป็นอานิสงส์ พรหมจรรย์นี้มีเจโตวิมุติอันไม่กำเริบ เป็นประโยชน์ เป็นแก่น เป็นที่สุด.  เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ปิงคลโกจฉพราหมณ์ ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือตามประทีปในที่มืด ด้วยประสงค์ว่า ผู้มีจักษุจักเห็นรูปได้ ฉันใด ธรรมที่  พระองค์ทรงประกาศแล้วโดยอเนกปริยาย ก็ฉันนั้นเหมือนกัน. ข้าพระองค์นี้ ขอถึงพระองค์กับพระธรรมและภิกษุสงฆ์ว่า เป็นสรณะ ขอพระองค์จงทรงจำข้าพระองค์ว่า เป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต จำเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไป.  จบ จูฬสาโรปมสูตร ที่ ๑๐  จบ โอปัมมวรรค ที่ ๓  ____________________________  รวมพระสูตรในวรรคนี้  เรื่องพระโมลิยะภัคคุนะ เรื่องภิกษุชื่ออริฏฐะ  เรื่องอันธวัน เรื่องพระปุณณะ นิวาปสูตร  ปาสราสิสูตร จูฬหัตถิปโทปมสูตร มหาหัตถิ  ปโทปมสูตร มหาสาโรปมสูตร จูฬสาโรปม  สูตร.  ____________________________  มหายมกวรรค  ๑. จูฬโคสิงคสาลสูตร  เหตุแห่งความสามัคคี

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๒๗๐–๒๗๒

อธิบาย