[๖๔๘] จังกีพราหมณ์ได้เห็นพราหมณ์ และคฤหบดีชาวโอปาสาทพราหมณคาม พากันออกจากโอปาสาทพราหมณคามเป็นหมู่ มุ่งหน้าไปทางทิศอุดร พากันไปยังป่าไม้สาละอันชื่อว่าเทพวัน ครั้นเห็นแล้วจึงเรียกนักการมาถามว่า พ่อนักการ พราหมณ์และคฤหบดีชาวโอปาสาทพราหมณคาม พากันออกจากโอปาสาทพราหมณคามเป็นหมู่ๆ มุ่งหน้าไปทางทิศอุดร พากันไปยังป่าไม้สาละอันชื่อว่าเทพวัน ทำไมกัน. นักการตอบว่า ข้าแต่ท่านจังกี มีเรื่องอยู่ พระสมณโคดมศากยบุตรเสด็จออกผนวชจากศากยสกุล เสด็จจาริกไปในโกศลชนบทพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ เสด็จถึงโอปาสาทพราหมณคาม ประทับอยู่ ณ ป่าไม้สาละอันชื่อว่าเทพวัน ทางทิศเหนือแห่งโอปาสาทพราหมณคาม ก็กิติศัพท์อันงามของท่านพระโคดมพระองค์นั้น ได้ขจรไปอย่างนี้ว่าแม้เพราะเหตุนี้ๆ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นพระอรหันต์ ... เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกธรรม พราหมณ์และคฤหบดีเหล่านั้น พากันไปเพื่อเฝ้าท่านพระโคดมพระองค์นั้น.
จ. พ่อนักการ ถ้าเช่นนั้น ท่านจงเข้าไปหาพราหมณ์และคฤหบดีชาวโอปาสาทพราหมณคาม แล้วจึงกล่าวอย่างนี้ว่า ดูกรท่านผู้เจริญทั้งหลาย จังกีพราหมณ์สั่งมาอย่างนี้ว่าขอท่านผู้เจริญทั้งหลายจงรออยู่ก่อน แม้จังกีพราหมณ์ก็จะไปเฝ้าพระสมณโคดม.
นักการรับคำจังกีพราหมณ์แล้ว เข้าไปหาพราหมณ์และคฤหบดีชาวโอปาสาทพราหมณคามแล้วกล่าวว่า ดูกรท่านผู้เจริญทั้งหลาย จังกีพราหมณ์สั่งมาอย่างนี้ว่า ขอท่านทั้งหลายจงรอก่อนแม้จังกีพราหมณ์ก็จักไปเฝ้าพระสมณโคดมด้วย.
จังกีพราหมณ์จะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๔๔๖