จบภิกษุณีสังยุต

สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค · เล่ม ๑๕ ข้อ ๕๕๔

 [๕๕๔] ลำดับนั้น วชิราภิกษุณีได้มีความดำริว่า นี่ใครหนอกล่าวคาถา จะเป็นมนุษย์หรืออมนุษย์ ฯ  ทันใดนั้น วชิราภิกษุณีได้มีความดำริว่า นี่คือมารผู้มีบาปใคร่จะให้เรา บังเกิดความกลัวความหวาดเสียว ความขนพองสยองเกล้า และใคร่จะให้เคลื่อน จากสมาธิ จึงกล่าวคาถา ฯ  ครั้นวชิราภิกษุณีทราบว่า นี่คือมารผู้มีบาป แล้วจึงได้กล่าวกะมารผู้มีบาป ด้วยคาถาว่า  ดูกรมาร เพราะเหตุไรหนอ ความเห็นของท่านจึงหวนกลับ มาว่าสัตว์ ฯ  ในกองสังขารล้วนนี้ ย่อมไม่ได้นามว่าสัตว์ ฯ  เหมือนอย่างว่า เพราะคุมส่วนทั้งหลายเข้า เสียงว่ารถย่อมมี ฉันใด ฯ  เมื่อขันธ์ทั้งหลายยังมีอยู่ การสมมติว่าสัตว์ย่อมมี ฉันนั้น ฯ  ความจริงทุกข์เท่านั้นย่อมเกิด ทุกข์ย่อมตั้งอยู่และเสื่อมสิ้นไป นอกจากทุกข์  ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์ ไม่มี อะไรดับ ฯ  ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเป็นทุกข์ เสียใจว่า วชิราภิกษุณีรู้จักเรา ดังนี้ จึงได้อันตรธานไปในที่นั้นเอง ฯ  จบภิกษุณีสังยุต  _______ รวมพระสูตรในภิกขุนีสังยุตนี้มี ๑๐ สูตร คือ  อาฬวิกาสูตรที่ ๑ โสมาสูตรที่ ๒ โคตมีสูตรที่ ๓ วิชยาสูตรที่ ๔ อุบลวรรณาสูตรที่ ๕จาลาสูตรที่ ๖ อุปจาลาสูตรที่ ๗ สีสุปจาลาสูตรที่ ๘ เสลาสูตรที่ ๙ กับวชิราสูตรครบ ๑๐ ฯ  _______  พรหมสังยุต  ปฐมวรรคที่ ๑  อายาจนสูตรที่ ๑

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๑๖๗–๑๖๘

อธิบายเนื้อหา
ข้อความนี้ปรากฏที่อื่นอีก แห่ง