[๓๖๓] พ. ดูกรกัจจานะ ธาตุคืออวิชชานี้ เป็นธาตุใหญ่แล ดูกรกัจจานะ สัญญาที่เลวทิฐิที่เลว วิตกที่เลว เจตนาที่เลว ความปรารถนาที่เลวความตั้งใจที่เลว บุคคลที่เลว วาจาที่เลว บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยธาตุที่เลวบุคคลที่เลวนั้น ย่อมบอก ย่อมแสดง ย่อมบัญญัติย่อมแต่งตั้ง ย่อมเปิดเผยย่อมจำแนก ย่อมทำให้ตื้น ซึ่งธรรมที่เลว เรากล่าวว่า อุปบัติของบุคคลที่เลวนั้นย่อมเลว ดูกรกัจจานะ สัญญาที่ปานกลาง ทิฐิที่ปานกลาง วิตกที่ปานกลางเจตนาที่ปานกลาง ความปรารถนาที่ปานกลาง ความตั้งใจที่ปานกลาง บุคคลที่ปานกลาง วาจาที่ปานกลาง บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยธาตุที่ปานกลาง บุคคลที่ปานกลางนั้น ย่อมบอก ย่อมแสดงย่อมบัญญัติ ย่อมแต่งตั้ง ย่อมเปิดเผย ย่อมจำแนก ย่อมทำให้ตื้น ซึ่งธรรมที่ปานกลาง เรา
กล่าวว่า อุปบัติของบุคคลที่ปานกลางนั้น เป็นปานกลาง ดูกรกัจจานะ สัญญาที่ประณีต ทิฐิที่ประณีต วิตกที่ประณีต เจตนาที่ประณีต ความปรารถนาที่ประณีต ความตั้งใจที่ประณีตบุคคลที่ประณีต วาจาที่ประณีต บังเกิดขึ้นเพราะอาศัยธาตุที่ประณีต บุคคลที่ประณีตนั้น ย่อมบอกย่อมแสดง ย่อมบัญญัติ ย่อมแต่งตั้ง ย่อมเปิดเผยย่อมจำแนก ย่อมทำให้ตื้น ซึ่งธรรมที่ประณีต เรากล่าวว่า อุปบัติของบุคคลที่ประณีตนั้น ย่อมประณีต ฯจบสูตรที่ ๓๔. หีนาธิมุตติสูตรพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๑๕๐–๑๕๑