[๓๘๙] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันโดยธาตุเทียว คือสัตว์จำพวกที่เกียจคร้าน ย่อมคบค้ากันย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่เกียจคร้าน สัตว์จำพวกที่มีสติหลงลืม ย่อมคบค้ากันย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีสติหลงลืม สัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม สัตว์จำพวกที่ปรารภความเพียร ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่ปรารภความเพียร สัตว์จำพวกที่มีสติมั่นคง ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีสติมั่นคง สัตว์จำพวกที่มีปัญญา ย่อมคบค้ากันย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีปัญญา ฯจบสูตรที่ ๑๒________
[ส่วนที่เป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน ในที่ทุกแห่ง พึงทำเหมือนอย่างข้างต้นนั้น เทอญ]จบทุติยวรรคที่ ๒รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ๑. สัตติมสูตร ๒. สนิทานสูตร ๓. คิญชกาวสถสูตร๔. หีนาธิมุตติสูตร ๕. จังกมสูตร ๖. สตาปารัทธสูตร๗. อัสสัทธมูลกสูตรที่ ๑ ๘. อัสสัทธมูลกสูตรที่ ๒. ๙. อหิริกมูลกสูตร๑๐. อโนตตัปปมูลกสูตร ๑๑. อัปปสุตสูตร ๑๒. กุสิตสูตร ฯ_________
ธาตุสังยุตต์ทสกัมมปถวรรคที่ ๓๑. อสมาหิตสูตรพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๑๖๑–๑๖๓