อปคตสูตร

สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค · เล่ม ๑๖ ข้อ ๖๓๕

 [๖๓๕] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรราหุล รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เป็นอดีตก็ดี ที่เป็นอนาคตก็ดี ที่เป็นปัจจุบันก็ดี ที่เป็นภายในก็ดี ที่เป็นภายนอกก็ดี หยาบก็ดี ละเอียดก็ดีเลวก็ดี ประณีตก็ดี อยู่ในที่ไกลก็ดี อยู่ในที่ใกล้ก็ดี รูปทั้งหมดนั้น อันอริยสาวกเห็นแล้วด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา ดังนี้ย่อมเป็นผู้หลุดพ้นไปเพราะไม่ถือมั่น [ขันธ์ทั้งห้าก็ควรทำอย่างนี้]เวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง ... สัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง ... สังขารเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ...วิญญาณอย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เป็นอดีตก็ดี ที่เป็นอนาคตก็ดี ที่เป็นปัจจุบันก็ดี ที่เป็นภายในก็ดีที่เป็นภายนอกก็ดี หยาบก็ดี ละเอียดก็ดีเลวก็ดี ประณีตก็ดี อยู่ในที่ไกลก็ดี อยู่ในที่ใกล้ก็ดีวิญญาณทั้งหมดนั้นอันอริยสาวกเห็นแล้วด้วยปัญญาอันชอบ ตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา ดังนี้ ย่อมเป็นผู้หลุดพ้นไปเพราะไม่ถือมั่นดูกรราหุล เมื่อบุคคลรู้อยู่เห็นอยู่อย่างนี้แล มนัสจึงจะปราศจากอหังการ มมังการ และมานะในกายที่มีใจครองนี้ และในสรรพนิมิตภายนอก ก้าวล่วงส่วนแห่งมานะด้วยดี สงบระงับพ้นวิเศษแล้ว ดังนี้ ฯจบสูตรที่ ๑๒จบทุติยวรรคที่ ๒_________  รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ๑. จักขุสูตร ๒. รูปสูตร ๓. วิญญาณสูตร๔. สัมผัสสสูตร ๕. เวทนาสูตร ๖. สัญญาสูตร๗. เจตนาสูตร ๘. ตัณหาสูตร ๙. ธาตุสูตร๑๐. ขันธสูตร ๑๑. อนุสยสูตร ๑๒. อปคตสูตรจบราหุลสังยุตต์ที่ ๖___________  ลักขณสังยุตต์ปฐมวรรคที่ ๑๑. อัฏฐิสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๒๕๔–๒๕๖

อธิบายเนื้อหา
ข้อความนี้ปรากฏที่อื่นอีก แห่ง