[๖๖๑] ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายสาวกทั้งหลายเป็นผู้มีจักษุหนอ เป็นผู้มีญาณหนอ เพราะแม้สาวกก็จักรู้จักเห็นสัตว์เห็นปานนี้หรือจักเป็นพยาน เมื่อก่อน สามเณรีนั้นเราก็ได้เห็นแล้วเหมือนกัน แต่ว่ามิได้พยากรณ์หากว่าเราจะพึงพยากรณ์สามเณรีนี้ไซร้ คนอื่นก็จะไม่พึงเชื่อถือเรา ข้อนั้นพึงเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์ เพื่อความทุกข์สิ้นกาลนาน แก่ผู้ที่ไม่เชื่อถือเรา ดูกรภิกษุทั้งหลาย สามเณรีได้เป็นสามเณรีผู้ชั่วช้าในศาสนาของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยผลของกรรมนั้น สามเณรี
นั้นหมกไหม้แล้วในนรกสิ้นร้อยปี พันปี หมื่นปี แสนปี เป็นอันมาก ด้วยผลของกรรมนั่นแหละยังเหลืออยู่ สามเณรีนั้นจึงต้องเสวยการได้อัตภาพเห็นปานดังนี้ ฯจบสูตรที่ ๑๑จบทุติยวรรคที่ ๒_________รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ๑. กูปนิมุคคสูตร ๒. คูถขาทิสูตร๓. นิจฉวิตถีสูตร ๔. มังคุฬิตถีสูตร๕. โอกิลินีสูตร ๖. สีสัจฉินนสูตร๗. ภิกขุสูตร ๘. ภิกขุนีสูตร๙. สิกขมานาสูตร ๑๐. สามเณรสูตร๑๑. สามเณรีสูตรจบลักขณสังยุตต์ที่ ๗___________
โอปัมมสังยุตต์๑. กูฏาคารสูตรพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๒๖๔–๒๖๖