ปุณณมสูตร

สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค · เล่ม ๑๗ ข้อ ๑๙๒

 [๑๙๒] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่ง ได้เกิดความปริวิตกแห่งใจขึ้นว่า ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ได้ยินว่า ด้วยประการดังนี้แล รูปเป็นอนัตตา เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นอนัตตา กรรมที่อนัตตากระทำ จักถูกต้องอนัตตาคือกรรมได้อย่างไร? ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทราบความปริวิตกแห่งใจของภิกษุนั้นด้วยพระทัยแล้ว ได้ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่โมฆบุรุษบางคน ในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ตกอยู่ในอำนาจอวิชชา มีใจถูกตัณหาครอบงำ จะพึงสำคัญสัตถุศาสน์ ว่าเป็นคำสอนที่ควรคิดให้ตระหนักว่า ท่านผู้เจริญทั้งหลายได้ยินว่า ด้วยประการดังนี้แล รูปเป็นอนัตตา เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นอนัตตากรรมที่อนัตตากระทำ จักถูกต้องอัตตาคือกรรมได้อย่างไร? นี้เป็นฐานะที่จะมีได้. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย อันเราได้แนะนำไว้แล้ว ด้วยการทวนถามในธรรมนั้นๆ ในบาลีประเทศนั้นๆ จะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน รูปเที่ยงหรือไม่เที่ยง? ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า ไม่เที่ยงพระเจ้าข้า.  พ. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เที่ยงหรือไม่เที่ยง?  ภิ. ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า.  พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า?  ภิ. เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า.  พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือหนอ ที่จะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา?  ภิ. ไม่ควรเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า.  พ. เพราะเหตุนั้นแล ฯลฯ อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ฯลฯ ย่อมทราบชัดว่า ฯลฯ กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ฉะนี้แล.  จบ สูตรที่ ๑๐.  จบ ขัชชนิยวรรคที่ ๓.  ------------------------------------  รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ  ๑. อัสสาทสูตร ๖. สีหสูตร  ๒. สมุทยสูตร ๑ ๗. ขัชชนิยสูตร  ๓. สมุทยสูตร ๒ ๘. ปิณโฑลยสูตร  ๔. อรหันตสูตรที่ ๑ ๙. ปาลิเลยยกสูตร  ๕. อรหันตสูตรที่ ๒ ๑๐. ปุณณมสูตร.  ----------------------------------------  เถรวรรคที่ ๔  ๑. อานันทสูตร  ว่าด้วยปัจจัยให้มีและไม่ให้มีตัณหามานะทิฏฐิ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๑๐๑–๑๐๓

อธิบายเนื้อหา
ข้อความนี้ปรากฏที่อื่นอีก แห่ง