[๓๔๕] พระนครสาวัตถี. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเป็นผู้พิจารณาเห็นความเป็นอนัตตาในรูป ในเวทนา ในสัญญา ในสังขาร ในวิญญาณ นี้ย่อมเป็นธรรมสมควรแห่งกุลบุตรผู้บวชด้วยศรัทธา. เมื่อพิจารณาเห็นความเป็นอนัตตาในรูป ในเวทนา ในสัญญา ในสังขารในวิญญาณ ย่อมกำหนดรู้ซึ่งรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เมื่อกำหนดรู้ซึ่งรูป เวทนาสัญญา สังขาร วิญญาณ ย่อมหลุดพ้นไปจากรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จากชาติชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส เรากล่าวว่า ย่อมหลุดพ้นไปจากทุกข์.
จบ สูตรที่ ๑๔.
จบ กุกกุฬวรรคที่ ๔.
-----------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. กุกกุฬสูตร๘. อนัตตสูตรที่ ๑
๒. อนิจจสูตรที่ ๑ ๙. อนัตตสูตรที่ ๒
๓. อนิจจสูตรที่ ๒ ๑๐. อนัตตสูตรที่ ๓
๔. อนิจจสูตรที่ ๓ ๑๑. กุลปุตตสูตรที่ ๑
๕. ทุกขสูตรที่ ๑ ๑๒. กุลปุตตสูตรที่ ๒
๖. ทุกขสูตรที่ ๒ ๑๓. กุลปุตตสูตรที่ ๓
๗. ทุกขสูตรที่ ๓ ๑๔. กุลปุตตสูตรที่ ๔
--------------------------------------
ทิฏฐิวรรคที่ ๕
๑. อัชฌัตติกสูตร
ว่าด้วยเหตุแห่งสุขและทุกข์ภายในพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๑๗๖–๑๗๘