[๔๘] พระนครสาวัตถี. ฯลฯ ครั้งนั้นแล ท่านพระอานนท์เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มี
พระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความดับเรียกว่านิโรธ ความดับแห่งธรรมเหล่าไหนแล เรียกว่านิโรธ. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ รูปแลเป็นของไม่เที่ยง อันปัจจัยปรุงแต่ง อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา มีความคลายไปเป็นธรรมดามีความดับไปเป็นธรรมดา ความดับแห่งรูปนั้น เรียกว่านิโรธ. เวทนาไม่เที่ยง ฯลฯ สัญญาไม่เที่ยง ฯลฯ สังขารไม่เที่ยง ฯลฯ วิญญาณไม่เที่ยง อันปัจจัยปรุงแต่งอาศัยปัจจัยเกิดขึ้นมีความสิ้นไปเป็นธรรมดา มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา มีความคลายไปเป็นธรรมดา มีความดับไปเป็นธรรมดา ความดับแห่งวิญญาณนั้น เรียกว่านิโรธ. ดูกรอานนท์ ความดับแห่งธรรมเหล่านี้แล เรียกว่านิโรธ.
จบ สูตรที่ ๑๐
จบ อนิจจวรรคที่ ๒.
------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อนิจจสูตรที่ ๑ ๖. อนัตตสูตรที่ ๒
๒. ทุกขสูตรที่ ๑๗. อนิจจเหตุสูตร
๓. อนัตตสูตรที่ ๑ ๘. ทุกขเหตุสูตร
๔. อนิจจสูตรที่ ๒ ๙. อนัตตเหตุสูตร
๕. ทุกขสูตรที่ ๒ ๑๐. อานันทสูตร.
----------------------------------------
ภารวรรคที่ ๓
๑. ภารสูตร
ว่าด้วยขันธ์ ๕ เป็นภาระพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๒๓–๒๕