[๒๔๔] ครั้งนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับฯลฯ ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกว่าภิกษุเป็นพระธรรมกถึกๆ ดังนี้ ภิกษุเป็นพระธรรมกถึกด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุ ถ้าภิกษุแสดงธรรมเพื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัดเพื่อดับจักษุ ควรเรียกได้ว่า ภิกษุเป็นพระธรรมกถึก ถ้าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อหน่ายเพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับจักษุ ควรเรียกได้ว่า ภิกษุปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมถ้าเป็นผู้หลุดพ้นเพราะหน่าย เพราะคลายกำหนัด เพราะดับ เพราะไม่ถือมั่นจักษุ ควรเรียกได้ว่า ภิกษุผู้บรรลุนิพพานในปัจจุบัน ฯลฯ ภิกษุแสดงธรรมเพื่อหน่ายเพื่อคลายกำหนัดเพื่อดับใจ ควรเรียกได้ว่า ภิกษุเป็นพระธรรมกถึก ถ้าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัดเพื่อดับใจ ควรเรียกได้ว่า ภิกษุเป็นผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ถ้าเป็นผู้หลุดพ้นเพราะหน่ายเพราะคลายกำหนัด เพราะดับ เพราะไม่ถือมั่นใจ ควรเรียกได้ว่า ภิกษุผู้บรรลุนิพพานในปัจจุบัน ฯจบสูตรที่ ๑๐จบนวปุราณวรรคที่ ๕_______________________รวมสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ๑. กรรมสูตร ๒. สัปปายสูตรที่ ๑ ๓. สัปปายสูตรที่ ๒ ๔. สัปปายสูตรที่ ๓๕. สัปปายสูตรที่ ๔ ๖. อนันเตวาสิกานาจริยสูตร ๗. ติตถิยสูตร๘. ปริยายสูตร๙. อินทรียสูตร ๑๐. ธรรมกถิกสูตร ฯ_____________________รวมวรรคในตติยปัณณาสก์นี้ คือ๑. โยคักเขมิวรรค ๒. โลกกามคุณวรรค ๓. คหปติวรรค ๔. เทวทหวรรค๕. นวปุราณวรรค ฯจบตติยปัณณาสก์______________________
นันทิขยวรรคที่ ๑นันทิขยสูตรที่ ๑พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๑๔๕–๑๔๖