[๒๕๘] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดเป็นทุกข์ เธอทั้งหลายพึงละความพอใจในสิ่งนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งอะไรเล่าเป็นทุกข์ดูกรภิกษุทั้งหลาย จักษุเป็นทุกข์เธอทั้งหลายพึงละความพอใจในจักษุนั้นหูเป็นทุกข์ ... จมูกเป็นทุกข์ ... ลิ้นเป็นทุกข์ ... กายเป็นทุกข์ ... ใจเป็นทุกข์เธอทั้งหลายพึงละความรักใคร่ในใจนั้นเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดเป็นทุกข์เธอทั้งหลายพึงละความพอใจในสิ่งนั้นเสีย ฯจบสูตรที่ ๔ราคสูตรที่ ๒ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดเป็นทุกข์ เธอทั้งหลายพึงละความรักใคร่ในสิ่งนั้นเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งอะไรเล่าเป็นทุกข์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย จักษุเป็นทุกข์ เธอทั้งหลายพึงละความรักใคร่ในจักษุนั้นเสีย หูเป็นทุกข์ ... จมูกเป็นทุกข์... ลิ้นเป็นทุกข์ ... กายเป็นทุกข์ ...ใจเป็นทุกข์ เธอทั้งหลายพึงละความรักใคร่ในใจนั้นเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดเป็นทุกข์เธอทั้งหลายพึงละความรักใคร่ในสิ่งนั้นเสีย ฯจบสูตรที่ ๕
ฉันทราคสูตรที่ ๒ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดเป็นทุกข์ เธอทั้งหลายพึงละความพอใจและความรักใคร่ในสิ่งนั้นเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งอะไรเล่าเป็นทุกข์ ดูกรภิกษุทั้งหลายจักษุเป็นทุกข์ เธอทั้งหลายพึงละความพอใจและความรักใคร่ในจักษุนั้นเสีย หูเป็นทุกข์ ... จมูกเป็นทุกข์ ... ลิ้นเป็นทุกข์ ... กายเป็นทุกข์... ใจเป็นทุกข์เธอทั้งหลายพึงละความพอใจและความรักใคร่ในใจนั้นเสีย ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดเป็นทุกข์ เธอทั้งหลายพึงละความพอใจและความรักใคร่ในสิ่งนั้นเสีย ฯจบสูตรที่ ๖ฉันทสูตรที่ ๓พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๑๕๖–๑๕๗