[๓๕๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความถือตัวด้วยตัณหา ท่านกล่าวด้วยบทว่า อสฺมิ (เราเป็น) ความถือตัวด้วยทิฐิ ท่านกล่าวด้วยบทว่า อยมหมสฺมิ (นี้เป็นเรา)ความถือตัวด้วยสัสสตทิฐิ ท่านกล่าวด้วยบทว่า ภวิสฺสํ (เราจักเป็น) ความถือตัวด้วยอุจเฉททิฐิ ท่านกล่าวด้วยบทว่า น ภวิสฺสํ (เราจักไม่เป็น) ความถือตัวด้วยสัสสตทิฐิ ท่านกล่าวด้วยบทว่า รูปีภวิสฺสํ (เราจักมีรูป) ความถือตัวด้วยอุจเฉททิฐิ ท่านกล่าวด้วยบทว่า อรูปี ภวิสฺสํ (เราจักไม่มีรูป) ความถือตัวด้วยสัสสตทิฐิ ท่านกล่าวด้วยบทว่า สญฺญี ภวิสฺสํ (เราจักมีสัญญา)ความถือตัวด้วยอุจเฉททิฐิ ท่านกล่าวด้วยบทว่า อสญฺญี ภวิสฺสํ (เราไม่มีสัญญา) ความถือตัวด้วยทิฐิ ท่านกล่าวด้วยบทว่า เนวสญฺญินาสญฺญี ภวิสฺสํ (เราจักมีสัญญาก็หามิได้ ไม่มีสัญญาก็หามิได้) ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความถือตัวเป็นโรค เป็นดังหัวฝี เป็นดังลูกศร เพราะเหตุนั้นแล เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราจักมีใจกำจัดมานะออกได้อยู่ ดูกรภิกษุทั้งหลายเธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แล ฯจบสูตรที่ ๑๒จบอาสีวิสวรรคที่ ๔______________________รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ๑. อาสีวิสสูตร ๒. รถสูตร ๓. กุมมสูตร๔. ทารุขันธสูตรที่ ๑ ๕. ทารุขันธสูตรที่ ๒ ๖. อวัสสุตสูตร๗. ทุกขธรรมสูตร ๘. กึสุกสูตร ๙. วีณาสูตร๑๐. ฉัปปาณสูตร ๑๑. ยวกลาปิสูตร ๑๒. เทวาสุรสังคามสูตร ฯรวมวรรคที่มีในจตุปัณณาสก์ คือ๑. นันทิขยวรรค ๒. สัฏฐินยวรรค ๓. สมุททวรรค ๔. อาสีวีสวรรค ฯจบจตุตถปัณณาสก์จบสฬายตนสังยุต___________________________________
ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑สมาธิสูตรพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๒๑๘–๒๑๙