[๔๕๑] ๑๒. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สถานที่ ๓ แห่งนี้ ย่อมเป็นสถานที่ อันกษัตราธิราชผู้ได้รับมูรธาภิเษกแล้ว พึงทรงระลึกถึงตลอดพระชนม์ชีพ สถานที่ ๓ แห่งเป็นไฉน คือ กษัตราธิราชผู้ได้รับมูรธาภิเษกแล้ว ประสูติ ณ ที่ใดที่นี้เป็นสถานที่ ๑ อันกษัตราธิราชพึงทรงระลึกตลอดพระชนม์ชีพ ฯ
อีกประการหนึ่ง กษัตราธิราชผู้ได้รับมูรธาภิเษกแล้ว ณ ที่ใด ที่นี้เป็นสถานที่ ๒ อันกษัตราธิราชผู้ได้รับมูรธาภิเษกแล้ว พึงทรงระลึกถึงตลอดพระชนม์ชีพ ฯ
อีกประการหนึ่ง กษัตราธิราชผู้ได้รับมูรธาภิเษกแล้ว ทรงชำนะสงครามครั้งใหญ่ มีชัยทรงครอบครองสนามรบ ณ ที่ใด ที่นี้เป็นสถานที่ ๓ อันกษัตราธิราชผู้ได้รับมูรธาภิเษกแล้วพึงทรงระลึกถึงตลอดพระชนม์ชีพ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สถานที่ ๓ แห่งนี้แล เป็นสถานที่อันกษัตราธิราช ผู้ได้รับมูรธาภิเษกแล้ว พึงทรงระลึกถึงตลอดพระชนม์ชีพ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สถานที่ ๓ แห่งนี้ เป็นสถานที่อันภิกษุพึงระลึกถึงตลอดชีวิต ฉันนั้นเหมือนกันแล สถานที่ ๓ แห่งเป็นไฉน คือ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ณ ที่ใด ที่นี้เป็นสถานที่ ๑ อันภิกษุพึงระลึกถึงตลอดชีวิต ฯ
อีกประการหนึ่ง ภิกษุรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธนี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ณ ที่ใด ที่นี้เป็นสถานที่ ๒ อันภิกษุพึงระลึกถึงตลอดชีวิต ฯ
อีกประการหนึ่ง ภิกษุทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติอันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเองในปัจจุบันเข้าถึงอยู่ ณ ที่ใด ที่นี้เป็นสถานที่ ๓ อันภิกษุพึงระลึกถึงตลอดชีวิต ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สถานที่ ๓ แห่งนี้แล เป็นสถานที่อันภิกษุพึงระลึกถึงตลอดชีวิต ฯ
ภิกขุสูตรพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๑๐๑–๑๐๒