[๒๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัตตุเทสก์ผู้ประกอบไปด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือนถูกนำไปวางไว้ในนรก ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ ภัตตุเทสก์ย่อมถึงฉันทาคติ ย่อมถึงโทสาคติ ย่อมถึงโมหาคติ ย่อมถึงภยาคติ ดูกรภิกษุทั้งหลายภัตตุเทสก์ผู้ประกอบไปด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือนถูกนำไปวางไว้ในนรกดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัตตุเทสก์ผู้ประกอบไปด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือนถูกนำไปวางไว้ในสวรรค์ ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ ภัตตุเทสก์ย่อมไม่ถึงฉันทาคติย่อมไม่ถึงโทสาคติ ย่อมไม่ถึงโมหาคติ ย่อมไม่ถึงภยาคติ ดูกรภิกษุทั้งหลายภัตตุเทสก์ผู้ประกอบไปด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือนถูกนำไปวางไว้ในสวรรค์ ฯ
ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งไม่สำรวมในกาม ไม่ประกอบด้วย
ธรรม ไม่เคารพในธรรม มีปรกติถึงฉันทาคติ โทสาคติ
โมหาคติ และภยาคติ ก็แลบุคคลนี้เราเรียกว่า เป็น
หยากเยื่อในบริษัท อันสมณะผู้รู้กล่าวแล้วอย่างนี้ ชน
เหล่าใดตั้งอยู่ในธรรม มี ปรกติไม่ถึงฉันทาคติ โทสาคติ
โมหาคติ ภยาคติ ย่อมไม่ กระทำกรรมอันลามก เพราะ
ฉะนั้น บุคคลนั้นชื่อว่า เป็น สัตบุรุษที่น่าสรรเสริญ ก็
แลบุคคลนี้เราเรียกว่าเป็นผู้ผุดผ่องในบริษัท อันสมณะ
ผู้รู้กล่าวแล้วอย่างนี้ ฯ
จบสูตรที่ ๑๐
จบวรรคที่ ๒
______
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ๑. จารสูตร ๒. ศีลสูตร๓. ปธานสูตร ๔. สังวรสูตร๕. ปัญญัติสูตร ๖. โสขุมมสูตร๗. อคติสูตรที่ ๑ ๘. อคติสูตรที่ ๒๙. อคติสูตรที่ ๓ ๑๐. ภัตตุเทสกสูตร ฯ
______
อุรุเวลวรรคที่ ๓
อุรุเวลสูตรที่ ๑พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๑๘–๒๐