[๒๓๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในงูเห่า ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือเป็นสัตว์มักโกรธ ๑ มักผูกโกรธ ๑ มีพิษร้าย ๑ มีสองลิ้น ๑ มักประทุษร้ายมิตร ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในงูเห่า ๕ ประการนี้แล ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในมาตุคาม ๕ ประการนี้ฉันนั้นเหมือนกัน ๕ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้มักโกรธ ๑ มักผูกโกรธ ๑ มีพิษร้าย ๑ มีสองลิ้น ๑ มักประทุษร้ายมิตร ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในโทษ ๕ ประการนั้นความที่มาตุคามเป็นผู้มีพิษร้าย คือ โดยมากมาตุคามมีราคะจัด ความที่มาตุคามเป็นผู้มีสองลิ้น คือ โดยมากมาตุคามมีวาจาส่อเสียด ความ
ที่มาตุคามเป็นผู้มักประทุษร้ายมิตร คือ โดยมากมาตุคามมักประพฤตินอกใจ ดูกรภิกษุทั้งหลายโทษในมาตุคาม ๕ ประการนี้แล ฯ
จบสูตรที่ ๑๐
จบทีฆจาริกวรรคที่ ๓
__________________
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ทีฆจาริกสูตรที่ ๑ ๒. ทีฆจาริกสูตรที่ ๒๓. อภินิวาสสูตร ๔. มัจฉรสูตร๕. กุลุปกสูตรที่ ๑ ๖. กุลุปกสูตรที่ ๒๗. โภคสูตร ๘. ภัตตสูตร๙. สัปปสูตรที่ ๑ ๑๐. สัปปสูตรที่ ๒ ฯ
__________________
อาวาสิกวรรคที่ ๔
๑. อาวาสิกสูตรพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๒๓๖–๒๓๘