[๓๗๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตัณหา ๓ และมานะ ๓ ควรละ ตัณหา ๓ เป็นไฉนคือ กามตัณหา ๑ ภวตัณหา ๑ วิภวตัณหา ๑ ตัณหา ๓ นี้ควรละ มานะ ๓เป็นไฉน คือความถือตัวว่าเสมอเขา ๑ ความถือตัวว่าเลวกว่าเขา ๑ ความถือตัวว่าดีกว่าเขา ๑ มานะ ๓ นี้ควรละดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดแล ตัณหา ๓ และมานะ๓ นี้ย่อมเป็นธรรมชาติอันภิกษุละได้แล้วเมื่อนั้น ภิกษุนี้เรากล่าวว่า ได้ตัดตัณหาขาดแล้ว คลายสังโยชน์ได้แล้ว ได้กระทำที่สุดทุกข์เพราะละมานะได้โดยชอบ ฯ
จบสูตรที่ ๑๑
จบอานิสังสวรรคที่ ๕
_______________
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปาตุภาวสูตร ๒. อานิสังสสูตร๓. อนิจจสูตร ๔. ทุกขสูตร๕. อนัตตสูตร ๖. นิพพานสูตร๗. อโนทิสสสูตรที่ ๑ ๘. อโนทิสสูตรที่ ๒๙. อโนทิสสูตรที่ ๓ ๑๐. ภวสูตร๑๑. ตัณหาสูตร ฯ
จบทุติยปัณณาสก์
__________________
วรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์
ติกวรรคที่ ๑
๑. ราคสูตรพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๓๙๘–๓๙๙