สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต · เล่ม ๒๕ ข้อ ๒๓๗
[๒๓๗] จริงอยู่ พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคผู้เป็นพระอรหันต์ตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ก้าวล่วงบ่วงแห่งมารแล้ว ย่อมรุ่งเรืองดุจอาทิตย์ฉะนั้นธรรม ๓ ประการเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ประกอบแล้วด้วยศีลขันธ์อันเป็นของพระอเสขะ ๑เป็นผู้ประกอบแล้วด้วยสมาธิขันธ์อันเป็นของพระอเสขะ ๑ เป็นผู้ประกอบแล้วด้วยปัญญาขันธ์อันเป็นของพระอเสขะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบแล้วด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล ก้าวล่วงบ่วงแห่งมารแล้ว ย่อมรุ่งเรืองดุจพระอาทิตย์ฉะนั้น ฯ
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่าภิกษุใด เจริญศีล สมาธิ และปัญญาดีแล้ว ภิกษุนั้นก้าวล่วงบ่วงแห่งมารได้แล้ว ย่อมรุ่งเรือง ดุจพระอาทิตย์ฉะนั้น ฯเนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วฉะนี้แล ฯจบสูตรที่ ๑๐จบวรรคที่ ๑_____________รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ๑. อกุศลมูลสูตร ๒. ธาตุสูตร๓. เวทนาสูตรที่ ๑ ๔. เวทนาสูตรที่ ๒๕. เอสนาสูตรที่ ๑ ๖. เอสนาสูตรที่ ๒๗. อาสวสูตรที่ ๑ ๘. อาสวสูตรที่ ๒๙. ตัณหาสูตร ๑๐. มารเธยยสูตร ฯ
อิติวุตตกะ ติกนิบาต วรรคที่ ๒๑. ปุญญกิริยาวัตถุสูตรพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๒๐๓–๒๐๕