โลกสูตร

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต · เล่ม ๒๕ ข้อ ๒๙๕

 [๒๙๕] เรามีข้าวสำเร็จแล้ว มีน้ำนมรีด (จากแม่โค) รองไว้แล้วมีการอยู่กับชนผู้เป็นบริวารผู้มีความประพฤติอนุกูลเสมอกันที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำมหีเรามุงบังกระท่อมแล้ว ก่อไฟไว้แล้วแน่ะฝน หากว่าท่านย่อมปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯพระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาตอบว่าเราเป็นผู้ไม่โกรธ มีกิเลสดุจหลักตอปราศไปแล้ว เรามีการอยู่สิ้นราตรีหนึ่งที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำมหี กระท่อมมีหลังคาอันเปิดแล้ว ไฟดับแล้วแน่ะฝน หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯนายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่าเหลือบและยุงย่อมไม่มี โคทั้งหลายย่อมเที่ยวไปในประเทศใกล้แม่น้ำซึ่งมีหญ้างอกขึ้นแล้ว พึงอดทนแม้ซึ่งฝนที่ตกลงมาได้ แน่ะฝน หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯพระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาตอบว่าก็เราผูกแพไว้แล้ว ตกแต่งดีแล้ว กำจัดโอฆะ ข้ามถึงฝั่งแล้วความต้องการด้วยแพย่อมไม่มี แน่ะฝน หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯนายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่าภริยาเชื่อฟังเรา ไม่โลเล เป็นที่พอใจ อยู่ร่วมกันสิ้นกาลนาน เราไม่ได้ยินความชั่วอะไรๆ ของภริยานั้นแน่ะฝน หากท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯ  พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาตอบว่าจิตเชื่อฟังเรา หลุดพ้นแล้ว เราอบรมแล้ว ฝึกหัดดีแล้วสิ้นกาลนานและความชั่วของเราย่อมไม่มี แน่ะฝน หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯนายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่าเราเป็นผู้เลี้ยงตนด้วยอาหารและเครื่องนุ่งห่มและบุตรทั้งหลายของเราดำรงอยู่ดี ไม่มีโรค เราไม่ได้ยินความชั่วอะไรๆ ของบุตรเหล่านั้นแน่ะฝน หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯพระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาตอบว่าเราไม่เป็นลูกจ้างของใครๆ เราเที่ยวไปด้วยความเป็นพระสัพพัญญูผู้ไม่มีความต้องการในโลกทั้งปวง เราไม่มีความต้องการค่าจ้าง แน่ะฝนหากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯนายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่าโคแก่ ลูกโคอ่อนที่ยังไม่ได้ฝึก แม่โคที่มีครรภ์ ลูกโคหนุ่มแม่โคผู้ปรารถนาประเวณีมีอยู่ อนึ่ง แม้โคที่เป็นเจ้าฝูงแห่งโคก็มีอยู่ แน่ะฝนหากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯพระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาตอบว่าโคแก่ ลูกโคอ่อนที่ยังไม่ได้ฝึก แม่โคที่มีครรภ์ ลูกโคหนุ่มแม่โคที่ปรารถนาประเวณีก็ไม่มี อนึ่ง แม้โคที่เป็นเจ้าฝูงแห่งโคก็ไม่มี แน่ะฝนหากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯนายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่าเสาเป็นที่ผูกโคเราฝังไว้แล้ว ไม่หวั่นไหว เชือกสำหรับผูกพิเศษประกอบด้วยปมและบ่วงเราทำไว้แล้ว สำเร็จด้วยหญ้ามุงกระต่ายเป็นของใหม่มีสัณฐานดีสำหรับผูกโคทั้งหลาย แม้โคหนุ่มๆ ก็ไม่อาจจะให้ขาดได้เลยแน่ะฝน หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯ  พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาตอบว่าเราจักไม่เข้าถึงการนอนในครรภ์อีก เหมือนโคตัดเชือกสำหรับผูกขาดแล้ว เหมือนช้างทำลายเถากระพังโหมได้แล้วฉะนั้น แน่ะฝน หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯฝนได้ตกเต็มทั้งที่ลุ่ม ทั้งที่ดอนในขณะนั้นเอง นายธนิยะคนเลี้ยงโคได้ยินเสียงฝนตกอยู่ ได้กราบทูลเนื้อความนี้ว่าเป็นลาภของข้าพระองค์ไม่น้อยหนอ ที่ข้าพระองค์ได้เห็นพระผู้มีพระภาค ข้าแต่พระองค์ผู้มีจักษุ ข้าพระองค์ขอถึงพระองค์ว่าเป็นสรณะ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นมหามุนี ขอพระองค์ทรงเป็นพระศาสดาของข้าพระองค์ ทั้งภริยาทั้งข้าพระองค์เป็นผู้เชื่อฟัง ประพฤติพรหมจรรย์ในพระสุคตข้าพระองค์เป็นผู้ถึงฝั่งแห่งชาติและมรณะจะเป็นผู้กระทำซึ่งที่สุดแห่งทุกข์ได้ ฯมารผู้มีบาปได้กล่าวคาถาว่าคนย่อมเพลิดเพลินเพราะอุปธิทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุคคลผู้มีบุตรย่อมเพลิดเพลินเพราะบุตร บุคคลมีโคย่อมเพลิดเพลินเพราะโค ฉะนั้นคนผู้ไม่มีอุปธิ ย่อมไม่เพลิดเพลินเลย ฯพระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาตอบว่าคนย่อมเศร้าโศกเพราะอุปธิทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุคคลผู้มีบุตร ย่อมเศร้าโศกเพราะบุตร บุคคลผู้มีโค ย่อมเศร้าโศกเพราะโค ฉะนั้น คนผู้ไม่มีอุปธิ ย่อมไม่เศร้าโศกเลย ฯจบธนิยสูตรที่ ๒ขัคควิสาณสูตรที่ ๓

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๒๕๖–๒๕๘

อธิบายเนื้อหา