้มีพระภาคผู้เลิศกว่าสัตว์ได้ทรงแสดงพระสูตร

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต · เล่ม ๒๕ ข้อ ๔๔๔

 [๔๔๔] ๑. อุรคสูตร ๒. ธนิยสูตร ๓. ขัคควิสาณสูตร๔. กสิภารทวาชสูตร ๕. จุนทสูตร ๖. ปราภวสูตร๗. วสลสูตร ๘. เมตตสูตร  ๙. เหมวตสูตร ๑๐. อาฬวกสูตร๑๑. วิชยสูตร ๑๒. มุนีสูตรวรรคที่ ๑ นี้มีเนื้อความดีมาก รวมพระสูตรได้ ๑๒ สูตร พระผู้มีพระภาคผู้มีพระจักษุหามลทินมิได้ ทรงจำแนกแสดงไว้ดีแล้ว บัณฑิตทั้งหลายได้สดับกันมาว่าอุรควรรค ฯ๑. รตนสูตร ๒. อามคันธสูตร ๓. หิริสูตร ๔. มังคลสูตร๕. สุจิโลมสูตร ๖. ธรรมจริยสูตร ๗. พราหมณธรรมมิกสูตร๘. นาวาสูตร ๙. กึสีลสูตร ๑๐. อุฏฐานสูตร๑๑. ราหุลสูตร๑๒. วังคีสสูตร ๑๓. สัมมาปริพพาชนียสูตร๑๔. ธรรมิกสูตรวรรคที่ ๒ นี้รวมพระสูตรได้ ๑๔ สูตรพระผู้มีพระภาคทรงจำแนกไว้ดีแล้ว ในวรรคที่ ๒ นั้นบัณฑิตทั้งหลายกล่าววรรคที่ ๒ นั้นว่าจุฬกวรรค ฯ๑. ปัพพัชชาสูตร ๒. ปธานสูตร ๓. สุภาษิตสูตร๔. สุนทริกสูตร๕. มาฆสูตร ๖. สภิยสูตร ๗. เสลสูตร๘. สัลลสูตร ๙. วาเสฏฐสูตร ๑๐. โกกาลิกสูตร๑๑. นาลกสูตร ๑๒. ทวยตานุปัสสนาสูตรวรรคที่ ๓ นี้รวมพระสูตรได้ ๑๒ สูตร พระผู้มีพระภาคทรงจำแนกไว้ดีแล้วในวรรคที่ ๓ บัณฑิตได้สดับกันมามีชื่อว่า มหาวรรค ฯ๑. กามสูตร ๒. คุหัฏฐกสูตร ๓. ทุฏฐัฏฐกสูตร๔. สุทธัฏฐกสูตร๕. ปรมัฏฐกสูตร ๖. ชราสูตร๗. ติสสเมตเตยยสูตร ๘. ปสูรสูตร๙. มาคันทิยสูตร๑๐. ปุราเภทสูตร ๑๑. กลหวิวาทสูตร ๑๒. จูฬวิยูหสูตร๑๓. มหาวิยูหสูตร ๑๔. ตุวฏกสูตร ๑๕. อัตตทัณฑสูตร๑๖. สาริปุตตสูตร วรรคที่ ๔ นี้รวมพระสูตรได้ ๑๖ สูตรพระผู้มีพระภาคทรงจำแนกไว้ดีแล้วในวรรคที่ ๔ บัณฑิตทั้งหลายกล่าววรรคที่ ๔ นั้นว่า อัฏฐกวรรค ฯพระผู้มีพระภาคผู้ประเสริฐในคณะ ประทับอยู่ ณ ปาสาณกเจดีย์อันประเสริฐ อันบุคคลตกแต่งไว้ดีแล้ว ในมคธชนบทเป็นรัมณียสถานเป็นประเทศอันสวยงาม เป็นที่อยู่อาศัยแห่งบุคคลผู้มีบุญอันได้กระทำ  ไว้แล้ว อนึ่ง ได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคอันพราหมณ์ ๑๖ คน ทูลถามปัญหาแล้ว ได้ทรงประกาศประทานธรรมกะชนทั้งสองพวกผู้มาประชุมกันเต็มที่ณ ปาสาณกเจดีย์ ในบริษัทประมาณ ๑๒ โยชน์ เพราะการถามโสฬสปัญหา พระผู้มีพระภาคผู้ทรงชนะ ผู้เลิศกว่าสัตว์ได้ทรงแสดงธรรมอันประกาศอรรถบริบูรณ์ด้วยพยัญชนะเป็นที่เกิดความเกษมอย่างยิ่ง เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่โลกพระผู้มีพระภาคผู้เลิศกว่าสัตว์ได้ทรงแสดงพระสูตรอันวิจิตรด้วยธรรมเป็นอันมาก เป็นเหตุให้ปลดเปลื้องกิเลสทั้งปวงได้ทรงแสดงพระสูตร อันประกอบด้วยบทแห่งพยัญชนะ และอรรถ มีความเปรียบเทียบซึ่งหมายรู้กันแล้วด้วยอักขระอันมั่นคง เป็นส่วนแห่งความแจ่มแจ้งแห่งวิจารณญาณของโลกพระผู้มีพระภาคผู้เลิศกว่าสัตว์ ได้ทรงแสดงพระสูตรอันไม่มีมลทินเพราะมลทินคือราคะ มลทินคือโทสะ มลทินคือโมหะเป็นส่วนแห่งธรรมปราศจากมลทิน เป็นส่วนแห่งความแจ่มแจ้งแห่งวิจารณญาณของโลกได้ทรงแสดงพระสูตรอันประเสริฐ อันไม่มีมลทินเพราะมลทินคือกิเลสมลทินคือทุจริต เป็นส่วนแห่งธรรมปราศจากมลทิน เป็นส่วนแห่งความแจ่มแจ้งแห่งวิจารณญาณของโลก ได้ทรงแสดงพระสูตรอันประเสริฐเป็นเหตุปลดเปลื้องอาสวะ กิเลสเป็นเครื่องผูกกิเลสเป็นเครื่องประกอบ นิวรณ์ และมลทินทั้ง ๓ ของโลกนั้น พระผู้มีพระภาคผู้เลิศกว่าสัตว์ ได้ทรงแสดงพระสูตรอันประเสริฐหามลทินมิได้ เป็นเครื่องบรรเทาความเศร้าหมองทุกอย่าง เป็นเครื่องคลายความกำหนัด ไม่มีความหวั่นไหว ไม่มีความโศก เป็นธรรมอันละเอียด ประณีตและเห็นได้ยาก ได้ทรงแสดงพระสูตรอันประเสริฐ อันหักรานราคะและโทสะให้สงบ เป็นเครื่องตัดกำเนิด ทุคติ วิญญาณ ๕ความยินดีในพื้นฐานคือ ตัณหา เป็นเครื่องต้านทานและเป็นเครื่องพ้น ได้ทรงแสดงพระสูตรอันประเสริฐ ลึกซึ้งเห็นได้ยากและละเอียดอ่อน มีอรรถอันละเอียด  บัณฑิตควรรู้แจ้งเป็นส่วนแห่งความแจ่มแจ้งแห่งวิจารณญาณของโลกได้ทรงแสดงพระสูตรอันประเสริฐ ดุจดอกไม้เครื่องประดับอันยั่งยืน๙ ชนิด อันจำแนกอินทรีย์ ฌานและวิโมกข์ มีมรรคมีองค์ ๘เป็นยานอย่างประเสริฐ พระผู้มีพระภาคผู้เลิศกว่าสัตว์ ได้ทรงแสดงพระสูตรอันประเสริฐ ปราศจากมลทิน บริสุทธิ์เปรียบด้วยห้วงน้ำวิจิตรด้วยรตนะ เสมอด้วยดอกไม้ มีเดชอันเปรียบด้วยพระอาทิตย์ พระผู้มีพระภาคผู้เลิศกว่าสัตว์ได้ทรงแสดงพระสูตรอันประเสริฐ ปลอดโปร่งเกษม ให้สุขเย็นสงบ มีประโยชน์อย่างยิ่งในการต่อต้านมัจจุ เป็นเหตุให้เห็นนิพพานอันดับกิเลสสนิทดีแล้วของโลกนั้น ฯ  จบสุตตนิบาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๔๑๕–๔๑๘

อธิบายเนื้อหา