เล่ม ๒๖ ข้อ ๓๘

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา

 [๓๘] ดูนางเทพธิดา ท่านมาเก็บเอาดอกปาริกฉัตตกะ มีสีงามหอมหวนยวนใจ  อันเป็นดอกไม้ทิพย์ มาร้อยกรองเป็นพวงมาลัยประดับกายขับร้องเล่น  สำเริงอยู่ เมื่อท่านกำลังฟ้อนรำอยู่ เสียงอันเป็นทิพย์น่าฟังวังเวงใจ  เปล่งจากอวัยวะใหญ่น้อยพร้อมๆ กัน ทั้งกลิ่นทิพย์อันหอมหวนยวนใจ  ก็ฟุ้งขจรไปจากอวัยวะใหญ่น้อยทุกๆ ส่วน เมื่อท่านไหวกายผายผันกลับ  ไปมา เสียงเครื่องประดับอันท่านประดับไว้ที่ช้องผมทุกๆ แห่ง เมื่อคราว  ลมพัดพานมาต้องเข้า ก็เปล่งเสียงไพเราะ คล้ายกับเสียงดนตรีเครื่อง ๕  อนึ่ง เสียงแห่งมาลัย เครื่องประดับเศียร คือ มงกุฏ ที่ถูกลมพัดต้อง  เข้าแล้วก็กังวานไพเราะ คล้ายกับเสียงดนตรีเครื่อง ๕ แม้กลิ่นแห้ง  ดอกไม้ที่ท่านสอดแซมไว้บนเศียรเกล้า ก็มีกลิ่นหอมหวนชวนให้ชื่นใจ  หอมฟุ้งไปทั่วสารทิศ ดังต้นอุโลกที่มีอยู่บนเขาคันธมาทน์ ฉะนั้น ท่าน  ย่อมสูดดมกลิ่นอันหอมหวนนั้น ทั้งได้ชมรูปทิพย์ซึ่งมิใช่ของมนุษย์  ดูกรนางเทพธิดา อาตมาถามท่านแล้ว ขอท่านจงบอก นี้เป็นผลแห่ง  กรรมอะไร?นางเทพธิดานั้นตอบว่า  พระคุณเจ้าขา แต่ก่อน เมื่อดิฉันยังอยู่ในเมืองมนุษย์ ได้น้อมนำ  เอาดอกอโศกซึ่งมีเกษรงามเลื่อมประภัสสร มีกลิ่นหอมฟุ้ง ไปบูชา  พระพุทธเจ้า ครั้นดิฉันทำกุศลกรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญแล้ว  จึงสร่างโศกหมดโรคภัย ได้รับแต่ความสุขกายสุขใจ รื่นเริงบันเทิงอยู่  เป็นนิตย์.  จบ ปาริฉัตตกวิมานที่ ๑๐  _____________________  รวมวิมานที่มีในวรรคนี้ คือ๑. อุฬารวิมาน ๒. อังฉุวิมาน๓. ปัลลังกวิมาน ๔. ลตาวิมาน๕. คุตติลวิมาน ๖. ทัททัลลวิมาน๗. เสสวดีวิมาน ๘. มัลลิกาวิมาน๙. วิสาลักขิวิมาน ๑๐. ปาริฉัตตกวิมาน.  จบ ปาริฉัตตกวรรคที่ ๓.  ___________________________  มัญชิฏฐกวรรคที่ ๔  ๑. มัญชิฏฐกวิมาน  ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในมัญชิฏฐกวิมานพระมหาโมคคัลลานเถระถามนางเทพธิดาตนหนึ่งว่า

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๕๕–๕๗

อธิบายเนื้อหา