[๓๘] ดูนางเทพธิดา ท่านมาเก็บเอาดอกปาริกฉัตตกะ มีสีงามหอมหวนยวนใจ
อันเป็นดอกไม้ทิพย์ มาร้อยกรองเป็นพวงมาลัยประดับกายขับร้องเล่น
สำเริงอยู่ เมื่อท่านกำลังฟ้อนรำอยู่ เสียงอันเป็นทิพย์น่าฟังวังเวงใจ
เปล่งจากอวัยวะใหญ่น้อยพร้อมๆ กัน ทั้งกลิ่นทิพย์อันหอมหวนยวนใจ
ก็ฟุ้งขจรไปจากอวัยวะใหญ่น้อยทุกๆ ส่วน เมื่อท่านไหวกายผายผันกลับ
ไปมา เสียงเครื่องประดับอันท่านประดับไว้ที่ช้องผมทุกๆ แห่ง เมื่อคราว
ลมพัดพานมาต้องเข้า ก็เปล่งเสียงไพเราะ คล้ายกับเสียงดนตรีเครื่อง ๕
อนึ่ง เสียงแห่งมาลัย เครื่องประดับเศียร คือ มงกุฏ ที่ถูกลมพัดต้อง
เข้าแล้วก็กังวานไพเราะ คล้ายกับเสียงดนตรีเครื่อง ๕ แม้กลิ่นแห้ง
ดอกไม้ที่ท่านสอดแซมไว้บนเศียรเกล้า ก็มีกลิ่นหอมหวนชวนให้ชื่นใจ
หอมฟุ้งไปทั่วสารทิศ ดังต้นอุโลกที่มีอยู่บนเขาคันธมาทน์ ฉะนั้น ท่าน
ย่อมสูดดมกลิ่นอันหอมหวนนั้น ทั้งได้ชมรูปทิพย์ซึ่งมิใช่ของมนุษย์
ดูกรนางเทพธิดา อาตมาถามท่านแล้ว ขอท่านจงบอก นี้เป็นผลแห่ง
กรรมอะไร?นางเทพธิดานั้นตอบว่า
พระคุณเจ้าขา แต่ก่อน เมื่อดิฉันยังอยู่ในเมืองมนุษย์ ได้น้อมนำ
เอาดอกอโศกซึ่งมีเกษรงามเลื่อมประภัสสร มีกลิ่นหอมฟุ้ง ไปบูชา
พระพุทธเจ้า ครั้นดิฉันทำกุศลกรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญแล้ว
จึงสร่างโศกหมดโรคภัย ได้รับแต่ความสุขกายสุขใจ รื่นเริงบันเทิงอยู่
เป็นนิตย์.
จบ ปาริฉัตตกวิมานที่ ๑๐
_____________________
รวมวิมานที่มีในวรรคนี้ คือ๑. อุฬารวิมาน ๒. อังฉุวิมาน๓. ปัลลังกวิมาน ๔. ลตาวิมาน๕. คุตติลวิมาน ๖. ทัททัลลวิมาน๗. เสสวดีวิมาน ๘. มัลลิกาวิมาน๙. วิสาลักขิวิมาน ๑๐. ปาริฉัตตกวิมาน.
จบ ปาริฉัตตกวรรคที่ ๓.
___________________________
มัญชิฏฐกวรรคที่ ๔
๑. มัญชิฏฐกวิมาน
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในมัญชิฏฐกวิมานพระมหาโมคคัลลานเถระถามนางเทพธิดาตนหนึ่งว่าพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๕๕–๕๗