[๖๗] วิมานแก้วมณีของท่านนี้สูง ๑๒ โยชน์ โดยรอบมีปราสาท ๗๐๐ มีเสา
แล้วไปด้วยแก้วไพฑูรย์ ปูลาดด้วยเครื่องลาดอันงามยิ่ง ท่านอยู่ ดื่ม
บริโภคสุธาโภชน์ในวิมานนั้น อนึ่ง เทพบุตรผู้มีเสียงไพเราะ พากัน
มาบรรเลงพิณทิพย์ในปราสาทหลังหนึ่งๆ มีนางเทพอัปสร ๖ หมื่นคน
ล้วนเคยศึกษามาแล้ว ทั้งรูปก็งามยิ่ง อยู่ในชั้นไตรทศ พากันมาฟ้อนรำ
ขับร้องให้ท่านบันเทิงใจ ท่านถึงความเป็นเทพเจ้าผู้มีฤทธิ์ มีอานุภาพมาก
เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองและมี
รัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะบุญอะไร?
เทพบุตรนั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจ
จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่าผู้ใดมีจิตเลื่อมใส ได้ถวาย
ผลมะม่วงในภิกษุสงฆ์ผู้ปฏิบัติตรงย่อมได้ผลอันไพบูลย์ ผู้นั้นแลไปสู่
สวรรค์บันเทิงอยู่ในไตรทิพย์ เสวยผลบุญอันไพบูลย์ ฉันใด ข้าแต่ท่าน
มหามุนี ข้าพเจ้าได้ถวายผลไม้ ๔ ผล ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะเหตุ
นั้นแล การถวายผลไม้จึงควรแท้ทีเดียว มนุษย์ผู้ต้องการความสุข
ปรารถนาความสุขอันเป็นทิพย์ หรือปรารถนาความเป็นผู้มีส่วนดีงามใน
มนุษย์ จงถวายทานเป็นนิตย์ทีเดียว ข้าพเจ้ามีวรรณะงามเช่นนี้เพราะ
บุญนั้น ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญนั้น.
จบ ผลทายกวิมานที่ ๓
๔. อุปัสสยทายกวิมานที่ ๑
ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในอุปัสสยทายกวิมานที่ ๑พระมหาโมคคัลลานเถระ ถามเทพบุตรตนหนึ่งว่าพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๙๗–๙๘