[๓๕] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ชายาของเจ้าลิจฉวีองค์หนึ่งในพระนครเวสาลีประพฤตินอกใจ. จึงเจ้าลิจฉวีองค์นั้นรับสั่งกะนางว่าเจ้างดเว้นได้เป็นการดี เราจักทำความพินาศให้แก่เจ้า. แม้นางถูกว่ากล่าวอย่างนี้ก็ไม่เชื่อฟัง. ก็สมัยนั้นแล คณะเจ้าลิจฉวีแห่งพระนครเวสาลีกำลังประชุมกันด้วยกรณียะบางอย่าง. จึงเจ้าลิจฉวีองค์นั้นได้กล่าวกะเจ้าลิจฉวีเหล่านั้นว่า ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย ขอจงโปรดอนุญาตสตรีผู้หนึ่งให้แก่ข้าพเจ้า.คณะถามว่า สตรีผู้นั้นคือใคร?เจ้าชายสามีของนางตอบว่า คือ ภรรยาของข้าพเจ้า ประพฤตินอกใจ ข้าพเจ้าจักฆ่านาง.คณะกล่าวว่า จงเข้าใจเอาเอง รู้เอาเองเถิด.สตรีผู้นั้นทราบข่าวว่า สามีใคร่จักฆ่าเรา จึงเก็บสิ่งของที่ดีๆ หนีไปยังพระนครสาวัตถีเข้าหาเหล่าเดียรถีย์ขอบวช พวกเดียรถีย์ไม่ปรารถนาจะให้นางบวช นางจึงเข้าไปหาภิกษุณี ขอบวช แม้ภิกษุณีทั้งหลายก็ไม่ปรารถนาจะให้นางบวช จึงเข้าไปหาภิกษุณีถุลลนันทา แสดงห่อของแล้วขอบวช ภิกษุณีถุลลนันทารับห่อของ แล้วให้นางบวช.ครั้นเจ้าลิจฉวีนั้นทรงสืบหาสตรีนั้นไปถึงพระนครสาวัตถี พบนางบวชอยู่ในสำนักภิกษุณีจึงเข้าเฝ้าพระเจ้าปเสนทิโกศลกราบทูลว่า ขอเดชะ ชายาของหม่อมฉันลักของมีค่ามาสู่พระนครสาวัตถี ขอพระองค์จงทรงอนุญาตชายาของหม่อมฉันผู้นั้นเถิด พระพุทธเจ้าข้า.พระราชารับสั่งว่า พนาย ถ้าเช่นนั้น เชิญท่านค้นหา พบแล้วมาบอก.เจ้าลิจฉวีกราบทูลว่า หม่อมฉันเห็นนางบวชอยู่ในสำนักภิกษุณี พระพุทธเจ้าข้า.พระราชาตรัสว่า ถ้านางบวชอยู่ในสำนักภิกษุณี เราก็ทำอะไรนางไม่ได้ เพราะพระธรรมอันพระผู้มีพระภาคตรัสดีแล้ว ขอนางจงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด.จึงเจ้าลิจฉวีนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนเหล่าภิกษุณีจึงได้ให้หญิงโจรบวชเล่า.ภิกษุณีทั้งหลายได้ยินเจ้าลิจฉวีนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ...ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนแม่เจ้าถุลลนันทาจึงได้ให้หญิงโจรบวชเล่า แล้วแจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลาย.
ทรงสอบถามลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุณีถุลลนันทาให้หญิงโจรบวชหรือ จริงหรือ?ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.
ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบทพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีถุลลนันทา จึงได้ให้หญิงโจรบวชเล่า การกระทำของนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ...ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลาย จงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:
พระบัญญัติ๑๐. ๒. อนึ่ง ภิกษุณีใด รู้อยู่ว่าหญิงเป็นโจร ผู้ปรากฏ เป็นนักโทษประหาร ไม่บอกกล่าวพระราชา หมู่ คณะ นายหมวดหรือนายกอง รับให้บวช เว้นแต่บวชมาแล้ว ภิกษุณีแม้นี้ก็ต้องธรรมคือสังฆาทิเสส ชื่อนิสสารณียะ มีอันให้ต้องอาบัติขณะแรกทำ.เรื่องชายาเจ้าลิจฉวีกับภิกษุณีถุลลนันทา จบ.
สิกขาบทวิภังค์พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๒๑–๒๒