[๒๐๑] คำว่า ภวาภเว ในอุเทศว่า "ภวาภเว สงฺคมิมํ วิสชฺช" ดังนี้ ความว่าในภพน้อยและภพใหญ่ คือ ในกรรมภพ (กรรมวัฏ) ในปุนัพภพ (วิปากวัฏ) ในกามภพ(กามธาตุ) ในกรรมภพ ในกามภพ ในปุนัพภพ ในรูปภพ ในกรรมภพ ในรูปภพ ในปุนัพภพในอรูปภพ ในกรรมภพ ในวิปากวัฏอันให้เกิดใหม่ในอรูปภพ ในภพบ่อยๆ ในคติบ่อยๆในอุปบัติบ่อยๆ ในปฏิสนธิบ่อยๆ ในความเกิดแห่งอัตภาพบ่อยๆ. บาปธรรมเป็นเครื่องข้องในบทว่า สงฺคํ มี ๗ อย่าง คือ ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ กิเลส ทุจริต เป็นเครื่องข้อง.
คำว่า สละแล้ว คือ สลัดแล้ว ซึ่งบาปธรรมเป็นเครื่องข้องทั้งหลาย. อีกอย่างหนึ่งความว่า เปลื้องปล่อยบาปธรรมทั้งหลายเป็นเครื่องข้อง คือ เป็นเครื่องผูก เครื่องพัน เครื่องคล้อง เครื่องเกี่ยวข้อง เครื่องผูกพัน เครื่องพัวพัน. เปรียบเหมือนชนทั้งหลายย่อมทำความปลดปล่อยยาน คานหาม รถ เกวียน หรือล้อเลื่อน ย่อมให้เสียไป ฉันใด นรชนนั้นสละ สลัดบาปธรรมเป็นเครื่องข้องเหล่านั้น หรือปลดเปลื้องบาปธรรมทั้งหลายเป็นเครื่องข้อง
เป็นเครื่องผูกไว้ เป็นเครื่องพัน เป็นเครื่องคล้องไว้ เป็นเครื่องเกี่ยวข้อง เป็นเครื่องพัวพันเป็นเครื่องผูกพัน ฉันนั้นเหมือนกัน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า สลัดแล้วซึ่งบาปธรรมเป็นเครื่องข้องนี้ในภพน้อยและภพใหญ่.พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๗๙–๘๐