[๒๐๔] คำถามในคำว่า ปุจฺฉามิ ในอุเทศว่า "ปุจฺฉามิ ตํ ภควา พฺรูหิ เม ตํ" ดังนี้มี ๓ อย่าง คือ อทิฏฐโชตนาปุจฺฉา ๑ ทิฏฐสังสันทนาปุจฉา ๑ วิมติเฉทนาปุจฉา ๑. ฯลฯปุจฉา ๓ อย่างนี้ ฯลฯ ถามถึงนิพพาน.
คำว่า ปุจฺฉามิ ตํ ความว่า ข้าพระองค์ขอทูลถาม คือ ทูลวิงวอน ทูลเชื้อเชิญ ทูลให้ประสาทปัญหานั้น ขอพระองค์จงตรัสบอกปัญหานั้นแก่ข้าพระองค์ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่าข้าพระองค์ขอทูลถามปัญหานั้น.
คำว่า ภควา นี้ เป็นเครื่องกล่าวโดยเคารพ ฯลฯ คำว่า ภควา นี้ เป็นสัจฉิกาบัญญัติ.
คำว่า พฺรูหิ เม ตํ ความว่า ขอพระองค์โปรดตรัสบอก คือ โปรดบอก ... ขอทรงโปรดประกาศ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ขอทูลถามปัญหานั้น ขอพระองค์โปรดตรัสบอกปัญหานั้นแก่ข้าพระองค์.
คำว่า อิจฺจ ในอุเทศว่า "อิจฺจายสฺมา โธตโก" ดังนี้ เป็นบทสนธิ. คำว่า อายสฺมาเป็นเครื่องกล่าวด้วยความรัก. คำว่า โธตโก เป็นชื่อ ฯลฯ เป็นคำร้องเรียกของพราหมณ์นั้นเพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ท่านพระโธตกะทูลถามว่า.พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๘๒