อุปสีวมาณวกปัญหานิทเทส

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส · เล่ม ๓๐ ข้อ ๒๔๘

 [๒๔๘] คำว่า ท่านจะเป็นผู้มีสติเพ่งดูอากิญจัญญายตนสมาบัติ ความว่า พราหมณ์นั้นได้อากิญจัญญายตนสมาบัติ โดยปกติ ไม่รู้ว่าเป็นที่อาศัยว่าสมาบัตินี้เป็นที่อาศัยของเรา. พระผู้มีพระภาคย่อมตรัสบอกสมาบัติเป็นที่อาศัยและธรรมเป็นทางที่ออกยิ่งขึ้นไป แก่พราหมณ์นั้นว่าท่านเข้าเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ ออกจากสมาบัติแล้ว จงเพ่งดู คือ ตรวจดู พินิจดูพิจารณาดู ซึ่งธรรม คือ จิตและเจตสิกที่เกิดในสมาบัตินั้น โดยความเป็นธรรมไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นโรค เป็นฝี เป็นลูกศร เป็นความลำบาก เป็นอาพาธ เป็นของชำรุด เป็นเสนียดเป็นอุบาทว์ เป็นของไม่สำราญ เป็นภัย เป็นอุปสรรค เป็นของหวั่นไหว เป็นของทำลายเป็นของไม่ยั่งยืน เป็นของไม่มีที่ต้านทานเป็นของไม่มีที่เร้น เป็นของไม่เป็นสรณะ เป็นของไม่เป็นที่พึ่ง เป็นของว่าง เป็นของเปล่าเป็นของสูญ เป็นอนัตตา เป็นโทษ เป็นวิปริฌามธรรมเป็นของไม่มีแก่นสาร เป็นมูลแห่งทุกข์ เป็นของไม่เจริญ เป็นของมีอาสวะ เป็นดังเพชฌฆาตเป็นธรรมอันปัจจัยปรุงแต่ง เป็นเหยื่อมาร เป็นของมีชาติเป็นธรรมดา เป็นของมีชราเป็นธรรมดาเป็นของมีพยาธิเป็นธรรมดา เป็นของมีมรณะเป็นธรรมดา เป็นของมีโสกะ ปริเทวะ ทุกข์โทมนัสและอุปายาสเป็นธรรมดา เป็นของมีความเกิดเป็นธรรมดา เป็นของมีความดับเป็นธรรมดา เป็นของไม่น่าพอใจ เป็นของมีอาทีนพโทษ เป็นของไม่มีเครื่องสลัดออก.  คำว่า มีสติ ความว่า ความระลึก ความตามระลึก ความระลึกเฉพาะ ฯลฯ ความระลึกชอบ นี้เรียกว่า สติ.  พราหมณ์นั้นผู้เข้าไป เข้าไปพร้อม เข้ามา เข้ามาพร้อม เข้าถึง เข้าถึงพร้อม ประกอบด้วยสตินี้ ตรัสว่า มีสติ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เป็นผู้มีสติเพ่งดูอากิญจัญญายตนสมาบัติ.พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกพราหมณ์นั้นโดยชื่อว่า อุปสีวะ ในอุเทศว่า อุปสีวาติ ภควา ดังนี้.คำว่า ภควา นี้ เป็นเครื่องกล่าวโดยเคารพ ฯลฯ คำว่า ภควา นี้ เป็นสัจฉิกาบัญญัติ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรอุปสีวะ.

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๙๙

อธิบายเนื้อหา