ทรงพระนามว่าสมันตปาสาทิกะมีพลมากคุณวิเศษเหล่านี้คือปฏิสัมภิทา

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ · เล่ม ๓๒ ข้อ ๑๑๖

 [๑๑๖] ในกาลนั้น เราเป็นท้าวเทวราชมีนามชื่อว่าวรุณ พร้อมด้วยยาน พลทหาร  และพาหนะ บำรุงพระสัมพุทธเจ้า เมื่อพระโลกนาถพระนามว่าอัตถทัสสี  ผู้สูงสุดกว่าสัตว์เสด็จนิพพานแล้ว เราได้ถือเอาดนตรีทั้งปวงไปประโคม  ไม้โพธิ์อันอุดม เราประกอบด้วยการประโคม การฟ้อนรำ และกังสดาน  ทุกอย่าง บำรุงไม้โพธิพฤกษ์อันอุดมดังบำรุงพระสัมพุทธเจ้าเฉพาะพระ  พักตร์ ครั้นบำรุงโพธิพฤกษ์อันงอกขึ้นที่ดินดื่มรสด้วยรากนั้นแล้ว นั่งคู้  บัลลังก์ แล้วทำกาลกิริยา ณ ที่นั้นเอง เราปรารภกรรมของตน เลื่อม  ใสในโพธิพฤกษ์อันอุดม ได้เข้าถึงยังชั้นนิมมานรดีด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น  ดนตรี ๖ หมื่น แวดล้อมเราทุกเมื่อ เป็นไปในภพน้อยใหญ่ ทั้งใน  มนุษย์และในเทวดา ไฟ ๓ กองของเราดับแล้ว ภพทั้งปวงเราถอนขึ้น  ได้แล้ว เราทรงกายที่สุดในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในกัลปที่  ๕๐๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ ๓๔ พระองค์ มีพระ  นามชื่อว่า สุพาหุ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ คุณวิเศษเหล่านี้  คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว  พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.  ทราบว่า ท่านพระเอกาสนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.  จบ เอกาสนิยเถราปทาน.  สุวรรณปุปผิยเถราปทานที่ ๕ (๑๑๔)  ว่าด้วยผลแห่งการโปรยดอกไม้ทอง ๔ ดอก

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๑๖๖

อธิบายเนื้อหา