[๑๒๘] ในกาลนั้น เราเป็นพราหมณ์อยู่ในนครธัญญวดี รู้จบไตรเพท เป็นผู้
เข้าใจตัวบท เข้าใจไวยากรณ์ เป็นผู้ฉลาดในตำรา ทำนายลักษณะคัมภีร์
อิติหาสะ และตำราทำนายนิมิต พร้อมทั้งคัมภีร์นิฆัณฑุและคัมภีร์เกฏุภะ
บอกมนต์กะศิษย์ทั้งหลาย เราวางดอกอุบล ๕ กำไว้บนหลัง เราประสงค์
จะบวงสรวงบูชายัญในสมาคมบิดามารดา ในกาลนั้น พระผู้มีพระภาค
พระนามว่าวิปัสสีผู้ประเสริฐกว่านระ แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ทรงยังทิศ
ทั้งปวงให้สว่างไสวเสด็จมา เราปูลาดอาสนะแล้ว ลาดดอกอุบลนั้น
แล้วนิมนต์พระมหามุนี นำมาสู่เรือนของตน อามิสอันใดที่เราตระเตรียม
ไว้ มีอยู่ในเรือนของตน เราเลื่อมใสได้ถวายอามิสนั้น แด่พระพุทธเจ้า
ด้วยมือทั้งสองของตน เราทราบเวลาที่พระผู้มีพระภาคเสวยแล้ว ได้ถวาย
ดอกอุบลกำหนึ่ง พระสัพพัญญูทรงอนุโมทนาแล้ว บ่ายพระพักตร์กลับ
ไปยังทิศอุดร ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายดอกไม้ใดในกาลนั้น
ด้วยการถวายดอกไม้นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายดอกไม้
ในกัลปลำดับ ต่อแต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิราชพระนามว่า วรทัส
สนะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ
ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้
ทราบว่า ท่านพระกุสุมาสนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ กุสุมาสนิยเถราปทาน.
ผลทายกเถราปทานที่ ๗ (๑๒๗)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายเมล็ดบัวพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๑๗๗–๑๗๘