เล่ม ๓๒ ข้อ ๓๐

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑

 [๓๐] เวลานั้น เราเป็นจระเข้อยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา เราขวนขวายหาเหยื่อของ  ตน ได้ไปยังท่าน้ำ สมัยนั้น พระสยัมภูผู้อัครบุคคลพระนามว่าสิทธัตถะ  พระองค์ประสงค์จะเสด็จข้ามแม่น้ำ จึงเสด็จเข้ามาสู่ท่าน้ำ ก็เมื่อ  พระสัมพุทธเจ้าเสด็จมาถึง แม้เราก็มาถึงที่ท่าน้ำนั้น เราได้เข้าไปใกล้  พระสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้กราบทูลดังนี้ว่า เชิญเสด็จขึ้น (หลังข้าพระองค์)  เถิดพระมหาวีรเจ้า ข้าพระองค์จักข้ามส่งพระองค์ ขอพระองค์ทรงอนุ  เคราะห์วิสัยของบิดาข้าพระองค์เถิด พระมหามุนี พระมหามุนีทรงสดับ  คำทูลเชิญของเราแล้วเสด็จขึ้น (หลัง) เราร่าเริง มีจิตยินดี ได้ข้าม  ส่งพระผู้มีพระภาค ผู้นายกของโลก ที่ฝั่งแม่น้ำโน้น พระผู้มีพระภาค  สิทธัตถะนายกของโลก ทรงยังเราให้พอใจ ณ ที่นั้นว่า ท่านจักได้บรรลุ  อมตธรรม เราเคลื่อนจากกายนั้นแล้ว ได้ไปสู่เทวโลก แวดล้อมด้วย  นางอัปสร เสวยสุขอันเป็นทิพย์อยู่ เราได้เป็นจอมเทวดา เสวยเทวรัช  สมบัติอยู่ ๗ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ๓ ครั้ง  เราขวนขวายในวิเวก มีปัญญาและสำรวมแล้วด้วยดี ทรงกายอันเป็น  ที่สุดอยู่ในศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เรา  ได้ข้ามส่งพระนราสภ ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง  การข้ามส่งพระนราสภ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘  และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จ  แล้ว ฉะนี้แล.  ทราบว่า ท่านพระอุตติยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.  จบ อุตติยเถราปทาน.  ----------  เอกัญชลิกเถราปทานที่ ๙ (๒๙)  ว่าด้วยผลแห่งการประนมอัญชลี

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๘๒–๘๓

อธิบายเนื้อหา