สมบูรณ์ด้วยแก้ว๗ประการมีพลมากคุณวิเศษเหล่านี้คือปฏิสัมภิทา

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ · เล่ม ๓๒ ข้อ ๓๑๘

 [๓๑๘] ในกาลนั้น เราเที่ยวค้นหาพระเจดีย์ อันชื่อว่าอุตตมะ ของพระพุทธเจ้า  พระนามว่าสิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก ในไพรวันอันเป็นป่าใหญ่ เรา  ออกจากป่าใหญ่ จึงได้พบพระที่นั่งทอง เราทำหนังสัตว์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง  ประนมกรอัญชลีสรรเสริญพระพุทธเจ้าผู้นายกของโลก ครั้นสรรเสริญ  พระพุทธเจ้าผู้อัครนายกของโลกในส่วนกลางวันแล้ว มีจิตโสมนัสยินดี  ได้เปล่งวาจานี้ว่า ขอนอบน้อมแด่พระองค์ บุรุษอาชาไนย ขอนอบน้อม  แด่พระองค์ อุดมบุรุษ ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า เชษฐบุรุษของโลก  ประเสริฐกว่านระ พระองค์เป็นสัพพัญญู ครั้นเราสรรเสริญพระพุทธเจ้า  พระนามว่าสิขี ด้วยการทำนิมิตกราบไหว้อาสนะแล้ว บ่ายหน้ากลับไป  ทางทิศอุดร ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้สรรเสริญพระพุทธเจ้าผู้  ประเสริฐกว่าชน ด้วยการสรรเสริญนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล  แห่งการสรรเสริญ ในกัลปที่ ๒๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗  พระองค์ ทรงพระนามว่าอดุลยะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มี  พลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖  เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.  ทราบว่า ท่านพระอาสนถวิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.  จบ อาสนถวิกเถราปทาน.  สัททสัญญกเถราปทานที่ ๗ (๓๑๗)  ว่าด้วยผลแห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๓๐๒–๓๐๓

อธิบายเนื้อหา
ข้อความนี้ปรากฏที่อื่นอีก แห่ง