[๓๕๐] มีภูเขาชื่อลัมพกะ อยู่ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่า
อุปติสสะ เสด็จจงกรมอยู่ในที่แจ้ง ในกาลก่อนเราเป็นพรานเนื้ออยู่
(เที่ยวไป) ในป่าใหญ่ ได้พบพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้ประเสริฐกว่า
เทวดา เป็นสยัมภูผู้ไม่แพ้อะไรๆ ขณะนั้น เรามีจิตเลื่อมใสยิ่งนัก ได้
ถวายหญ้ากำมือหนึ่งสำหรับประทับนั่ง แด่พระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอัน
ใหญ่หลวงพระองค์นั้น ครั้นถวายแก่พระองค์ผู้ประเสริฐกว่าเทวดาแล้ว
ยังจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้า แล้วบ่ายหน้ากลับไป
ทางทิศอุดร พอเราไปได้ไม่นานสีหะได้เบียดเบียนเรา เราถูกสีหะทำให้
ล้มลงแล้ว ทำกาลกิริยา ณ ที่นั้น (เพราะ) กรรมที่เราทำแล้วในสำนัก
พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ ไม่มีอาสวะ เราได้ไปสู่เทวโลก เหมือนกำลังลูกศร
พ้นจากแล่ง ในเทวโลกนั้น มีปราสาทงามอันบุญกรรมนิรมิต (ใน
ปราสาทนั้น) มีเครื่องประดับพันหนึ่ง ลูกคลีหนัง ๗ ลูก ธงสีเขียว
รัศมีของปราสาทนั้นพุ่งออกขึ้นไปสูงเหมือนพระจันทร์ เราเกลื่อนกล่น
ด้วยนางเทพกัญญา เบิกบานด้วยวัตถุกามและกิเลสกาม เราอันกุศลมูล
มูลตักเตือนแล้ว จุติจากเทวโลกมาสู่ความเป็นมนุษย์แล้ว ได้บรรลุความ
สิ้นอาสวะ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายที่นั่ง ด้วยทานนั้น เรา
ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งหญ้ากำมือเดียว คุณวิเศษเหล่านี้ คือ
ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระ
พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระติณมุฎฐิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ติณมุฏฐิทายกเถราปทาน.
ตินทุกผลทายกเถราปทานที่ ๙ (๓๔๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลมะพลับพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๓๓๓–๓๓๔