----------------รวมวรรค

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก · เล่ม ๓๓ ข้อ ๑๔๖

 [๑๔๖] ในพระนครพันธุมดี มีพระบรมกษัตริย์พระองค์หนึ่งพระนามว่าพันธุมา ดิฉันเป็นพระอัครมเหสีของท้าวเธอ ดิฉันย่อมพูดกะคนบางคน ครั้งนั้น ดิฉันอยู่ในที่ลับ นั่งคิดอย่างนี้ว่า ก็กุศลที่จะพึงถือเอาไปที่เราทำไว้ไม่มีเลย เราจะต้องไปนรกที่มีความเร่าร้อนใหญ่ยิ่งเผ็ดร้อน ร้ายกาจ ทารุณ โดยแน่นอน ในข้อนี้เราไม่มีความสงสัยเลยดังนี้ ดิฉันเข้าไปเฝ้าพระราชา แล้วกราบทูลว่า ขอเดชะ ขอพระองค์จงพระราชทานสมณะให้หม่อมฉันสักองค์หนึ่งเถิด หม่อมฉันจักนิมนต์ให้ท่านฉัน พระมหาราชาได้พระราชทานสมณะผู้มีอินทรีย์อันอบรมแล้วให้ดิฉัน ดิฉันรับบาตรของท่านแล้ว นิมนต์ท่านให้ฉันจนอิ่มหนำ ด้วยข้าวที่ระคนด้วยน้ำนมและทธิ ดิฉันบูชาด้วยข้าวที่ระคนด้วยน้ำนมและทธิแล้ว ทำของหอมและเครื่องไล้ทา เอาร่างแหปิดแล้วเอาผ้าเหลืองคลุมไว้ ดิฉันนึกถึงอารมณ์ของดิฉันนี้ตราบเท่าสิ้นชีวิต ยังจิตให้เลื่อมใสในกรรมนั้นแล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ดิฉันได้เป็นพระอัครมเหสีของท้าวสักรินทเทวราช ๓๐ พระองค์สิ่งที่ดิฉันปรารถนาด้วยใจ ย่อมเกิดสมดังประสงค์ ดิฉันได้เป็นพระอัครมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๐ พระองค์ ดิฉันเป็นหญิงสร้างตัวเอง ท่องเที่ยวไปในภพน้อยใหญ่ ดิฉันพ้นจากเครื่องผูกพันทุกอย่างแล้ว มีการอุบัติไปปราศแล้ว มีอาสวะสิ้นไปหมดแล้ว บัดนี้  ภพใหม่ไม่มีอีก ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ ดิฉันได้ให้ทานใดในกาลนั้นด้วยทานนั้น ดิฉันจึงไม่รู้จักทุคติเคย นี้เป็นผลแห่งบิณฑบาต ดิฉันเผากิเลสทั้งหลายแล้ว .... พระพุทธศาสนาดิฉันได้ทำเสร็จแล้ว.ทราบว่า ท่านพระเอกปิณฑปาตทายิกาภิกษุณีได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.จบ เอกปิณฑปาตทายิกาเถริยาปทาน.กฏัจฉุภิกขาทายิกาเถริยาปทานที่ ๗ว่าด้วยผลแห่งการถวายภิกษาหารหนึ่งทัพพี

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๑๗๙–๑๘๐

อธิบายเนื้อหา