จิตตุปปาทกัณฑ์

อภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณีปกรณ์ · เล่ม ๓๔ ข้อ ๑๘๕

 [๑๘๕] ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน?  โยคาวจรบุคคล เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภูมิ ไม่มีบริกรรมสัญญาในรูปภายในเห็นรูปภายนอกที่ไพบูลย์ ตั้งใจว่า จะรู้จะเห็นครอบงำรูปนั้น สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน มีกำลังน้อย มีอารมณ์ไพบูลย์ ฯลฯ อยู่ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯอวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ฯลฯ  สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล.  ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน?  โยคาวจรบุคคล เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภูมิ ไม่มีบริกรรมสัญญาในรูปภายในเห็นรูปภายนอกที่ไพบูลย์ ตั้งใจว่า จะรู้จะเห็นครอบงำรูปนั้น สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม  ทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌาน มีกำลังมาก มีอารมณ์ไพบูลย์ ฯลฯ อยู่ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯอวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ฯลฯ  สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล.  ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน?  โยคาวจรบุคคล เจริญมรรคปฏิปทาเพื่อเข้าถึงรูปภูมิ ไม่มีบริกรรมสัญญาในรูปภายในเห็นรูปภายนอกที่ไพบูลย์ ตั้งใจว่า จะรู้จะเห็นครอบงำรูปนั้น บรรลุทุติยฌาน ฯลฯ บรรลุตติยฌาน ฯลฯ บรรลุจตุตถฌาน ฯลฯ บรรลุปฐมฌาน ฯลฯ บรรลุปัญจมฌาน มีกำลังน้อยมีอารมณ์ไพบูลย์ ฯลฯ มีกำลังมาก มีอารมณ์ไพบูลย์ ฯลฯ อยู่ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะมีในสมัยนั้น ฯลฯ  สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล.  อารมณ์ ๒ จบ  ---------------  แจกฌานอย่างละ ๘ อีกอย่างหนึ่ง

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๗๓–๗๔

อธิบายเนื้อหา
ข้อความนี้ปรากฏที่อื่นอีก แห่ง