ฏฐิ๖๒ที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในพรหมชาลสูตร

อภิธรรมปิฎก วิภังคปกรณ์ · เล่ม ๓๕ ข้อ ๑๐๑๗

 [๑๐๑๗] ปุริสโทษ ๘ เป็นไฉน  ปุริสโทษ ๘ คือ  ๑. ภิกษุในศาสนานี้ โจทภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุที่ถูกโจทด้วยอาบัตินั้นแก้ตัวด้วยความไม่มีสติว่า เราระลึกไม่ได้ๆ ดังนี้ นี้จัดเป็นปุริสโทษข้อที่ ๑  ๒. ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ภิกษุในศาสนานี้ โจทภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุที่ถูกโจทด้วยอาบัตินั้น ได้โต้ตอบผู้โจทว่า ประโยชน์อะไรหนอ ด้วยการกล่าวสำหรับท่านผู้โง่เขลา ผู้ไม่ฉลาดแม้ท่านยังสำคัญผิดที่จะกล่าวกะเรา ดังนี้ นี้จัดเป็นปุริสโทษข้อที่ ๒  ๓. ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ภิกษุในศาสนานี้ โจทภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุที่ถูกโจทด้วยอาบัตินั้นกลับปรับอาบัติแก่ภิกษุผู้โจทนั่นแหละว่า ท่านนั่นแหละต้องอาบัติชื่อนี้ ท่านจงแสดงอาบัตินั้นเสียก่อน ดังนี้ นี้จัดเป็นปุริสโทษข้อที่ ๓  ๔. ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ภิกษุในศาสนานี้ โจทภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุที่ถูกโจทด้วยอาบัตินั้น ยกเหตุอื่นๆ มาพูดกลบเกลื่อน พูดชักให้เขวไปนอกเรื่องทำเคือง ทำโกรธ ทำอาการไม่พอใจ นี้จัดเป็นปุริสโทษข้อที่ ๔  ๕. ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ภิกษุในศาสนานี้ โจทภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุที่ถูกโจทด้วยอาบัตินั้น โบกมือปฏิเสธในท่ามกลางสงฆ์ นี้จัดเป็นปุริสโทษข้อที่ ๕  ๖. ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ภิกษุในศาสนานี้ โจทภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุที่ถูกโจทด้วยอาบัตินั้น นิ่งเสีย ทรมานสงฆ์ให้ลำบาก นี้จัดเป็นปุริสโทษข้อที่ ๖  ๗. ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ภิกษุในศาสนานี้ โจทภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุที่ถูกโจทด้วยอาบัตินั้น ไม่เอื้อเฟื้อต่อสงฆ์ ไม่เอื้อเฟื้อต่อโจท หลีกไปเสียตามชอบใจทั้งที่ยังต้องอาบัติอยู่นี้จัดเป็นปุริสโทษข้อที่ ๗  ๘. ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ภิกษุในศาสนานี้ โจทภิกษุด้วยอาบัติ ภิกษุที่ถูกโจทด้วยอาบัติ นั้น พูดอย่างนี้ว่า ทำไมหนอท่านจึงขวนขวายในเรานัก บัดนี้เราจะลาสิกขาสึกไปเป็นคฤหัสถ์ เธอนั้นก็ลาสิกขาสึกไปเป็นคฤหัสถ์แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย บัดนี้แลท่าน ทั้งหลายจงยินดีแช่มชื่นเถิด ดังนี้ นี้จัดเป็นปุริสโทษข้อที่ ๘

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๔๗๕–๔๗๖

อธิบายเนื้อหา