[๗๙๕] ญาณวัตถุหมวดละ ๑ คือ วิญญาณ ๕ (๑) เป็นเหตุ เป็นอเหตุกะ เป็นเหตุวิปปยุต เป็นสัปปัจจยะ เป็นสังขตะ เป็นอรูป เป็นโลกิยะเป็นสาสวะ เป็นสัญโญชนิยะเป็นคันถนิยะ เป็นโอฆนิยะ เป็นโยคนิยะ เป็นนีวรณิยะ เป็นปรามัฏฐะ เป็นอุปาทานิยะเป็นสังกิเลสิกะ เป็นอัพยากฤตเป็นสารัมมณะ เป็นอเจตสิกะ เป็นวิบาก เป็นอุปาทินนุปาทานิยะ เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกะ เป็นนสวิตักกสวิจาระ เป็นนอวิตักกวิจารมัตตะ เป็นอวิตักกาวิจาระเป็นนปีติสหคตะ เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพะ เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพเหตุกะ เป็นเนวาจยคามินาปจยคามี เป็นเนวเสกขนาเสกขะ เป็นปริตตะเป็นกามาวจร เป็นนรูปาวจร เป็นนอรูปาวจร เป็นปริยาปันนะ เป็นโนอปริยาปันนะเป็นอนิยตะ เป็นอนิยยานิกะ เป็นอุปปันนมโนวิญญาณวิญเญยยะ เป็นอนิจจะเป็นชราภิภูตะ
วิญญาณ ๕ มีวัตถุเป็นปัจจุบัน มีอารมณ์เป็นปัจจุบัน มีวัตถุเกิดก่อนมีอารมณ์เกิดก่อน มีวัตถุเป็นภายใน มีอารมณ์เป็นภายนอก มีวัตถุยังไม่แตกดับมีอารมณ์ยังไม่แตกดับ มีวัตถุต่างกัน มีอารมณ์ต่างกัน ย่อมไม่เสวยอารมณ์ของกันและกัน ย่อมไม่เกิดขึ้นเพราะไม่นึก ย่อมไม่เกิดขึ้นเพราะไม่ทำไว้ในใจ จะเกิดขึ้นโดยไม่สับสนกันก็หาไม่จะเกิดขึ้นไม่ก่อนไม่หลังกันก็หาไม่ ย่อมไม่เกิดต่อจากลำดับของกันและกัน วิญญาณ ๕ ไม่มีความคิดนึก บุคคลย่อมไม่รู้แจ้งธรรมอะไรๆ ด้วยวิญญาณ ๕ วิญญาณ ๕ สักแต่ว่าเป็นที่ตกไปแห่งอารมณ์อันใดอันหนึ่ง บุคคลย่อมไม่รู้แจ้งธรรมอะไรๆ แม้ต่อจากลำดับแห่งวิญญาณ ๕บุคคลย่อมไม่สำเร็จอิริยาบถอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยวิญญาณ ๕ บุคคลย่อมไม่สำเร็จอิริยาบถอย่างใดอย่างหนึ่ง แม้ต่อจากลำดับแห่งวิญญาณ ๕ บุคคลย่อมไม่ประกอบกายกรรม# ๑. จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ.
ไม่ประกอบวจีกรรม ด้วยวิญญาณ ๕ ย่อมไม่ประกอบกายกรรม ไม่ประกอบวจีกรรมแม้ต่อจากลำดับแห่งวิญญาณ ๕ บุคคลย่อมไม่สมาทานกุศลธรรมและอกุศลธรรม ด้วยวิญญาณ ๕ย่อมไม่สมาทานกุศลธรรมและอกุศลธรรม แม้ต่อจากลำดับแห่งวิญญาณ ๕ บุคคลย่อมไม่เข้าสมาบัติ ไม่ออกจากสมาบัติด้วยวิญญาณ ๕ ย่อมไม่เข้าสมาบัติ ไม่ออกจากสมาบัติแม้ต่อจากลำดับแห่งวิญญาณ ๕บุคคลย่อมไม่จุติ ไม่เกิดด้วยวิญญาณ ๕ ย่อมไม่จุติไม่เกิด แม้ต่อจากลำดับแห่งวิญญาณ ๕ บุคคลย่อมไม่หลับ ไม่ตื่น ไม่ฝัน ด้วยวิญญาณ ๕ย่อมไม่หลับ ไม่ตื่นไม่ฝัน แม้ต่อจากลำดับแห่งวิญญาณ ๕ ปัญญาที่แสดงเรื่องของวิญญาณ ๕ตามความเป็นจริงดังที่กล่าวมานี้ ญาณวัตถุหมวดละ ๑ ย่อมมีด้วยประการฉะนี้
ทุกมาติกาพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๓๘๐–๓๘๑