[๘๖๑] ความมัวเมาในโคตร เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยโคตรนี้เรียกว่า ความมัวเมาในโคตร
ความมัวเมาในความไม่มีโรค เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความไม่มีโรค นี้เรียกว่าความมัวเมาในความไม่มีโรค
ความมัวเมาในความเป็นหนุ่มสาว เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความเป็นหนุ่มสาว นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความเป็นหนุ่มสาว
ความมัวเมาในชีวิต เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยชีวิต นี้เรียกว่า ความมัวเมาในชีวิต
ความมัวเมาในลาภ เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยลาภ นี้เรียกว่า ความมัวเมาในลาภ
ความมัวเมาในสักการะ เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยสักการะนี้เรียกว่า ความมัวเมาในสักการะ
ความมัวเมาในการทำความเคารพ เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยการทำความเคารพ นี้เรียกว่า ความมัวเมาในการทำความเคารพ
ความมัวเมาในความเป็นหัวหน้า เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความเป็นหัวหน้า นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความเป็นหัวหน้า
ความมัวเมาในบริวาร เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยบริวาร นี้เรียกว่า ความมัวเมาในบริวาร
ความมัวเมาในโภคสมบัติ เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยโภคสมบัตินี้เรียกว่าความมัวเมาในโภคสมบัติ
ความมัวเมาในวรรณะแห่งสรีระและคุณความดี เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยวรรณะแห่งสรีระและคุณความดี นี้เรียกว่า ความมัวเมาในวรรณะแห่งสรีระและคุณความดี
ความมัวเมาในการศึกษา เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยการศึกษานี้เรียกว่าความมัวเมาในการศึกษา
ความมัวเมาในปฏิภาณ เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยปฏิภาณ นี้เรียกว่า ความมัวเมาในปฏิภาณ
ความมัวเมาในความเป็นผู้รัตตัญญู เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความเป็นผู้รัตตัญญู นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความเป็นผู้รัตตัญญู
ความมัวเมาในความถือบิณฑบาตเป็นวัตร เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความเป็นผู้ถือบิณฑบาตเป็นวัตร นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความถือบิณฑบาตเป็นวัตร
ความมัวเมาในความไม่มีใครดูหมิ่น เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความไม่มีใครดูหมิ่น นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความไม่มีใครดูหมิ่น
ความมัวเมาในอิริยาบถ เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยอิริยาบถ นี้เรียกว่า ความมัวเมาในอิริยาบถ
ความมัวเมาในอิทธิฤทธิ์ เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยอิทธิฤทธิ์นี้เรียกว่าความมัวเมาในอิทธิฤทธิ์
ความมัวเมาในยศ เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยยศ นี้เรียกว่า ความมัวเมาในยศ
ความมัวเมาในศีล เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยศีล นี้เรียกว่า ความมัวเมาในศีล
ความมัวเมาในฌาน เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยฌาน นี้เรียกว่า ความมัวเมาในฌาน
ความมัวเมาในศิลปะ เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยศิลปะ นี้เรียกว่า ความมัวเมาในศิลปะ
ความมัวเมาในความมีทรวดทรงสูง เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความมีทรวดทรงสูง นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความมีทรวดทรงสูง
ความมัวเมาในความมีทรวดทรงสันทัด เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความมีทรวดทรงสันทัดนี้เรียกว่า ความมัวเมาในความมีทรวดทรงสันทัด
ความมัวเมาในความมีทรวดทรงงาม เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความมีทรวดทรงงาม นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความมีทรวดทรงงาม
ความมัวเมาในความมีร่างกายบริบูรณ์ เป็นไฉน
ความมัวเมา กิริยาที่มัวเมา สภาพที่มัวเมา ความถือตัว กิริยาที่ถือตัวสภาพที่ถือตัวการยกตน การเทอดตน การเชิดชูตนดุจธง การยกตนขึ้น ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความมีร่างกายบริบูรณ์ นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความมีร่างกายบริบูรณ์พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๔๒๓–๔๒๖