าณเป็นเครื่องสิ้นไปแห่งอาสวะดังนี้เป็นสูตร

อภิธรรมปิฎก กถาวัตถุปกรณ์ · เล่ม ๓๗ ข้อ ๑๑๕๗

 [๑๑๕๗] ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้ไปสู่ปรโลก ยังอัตภาพให้เป็นไปได้ในปรโลกนั้น  ด้วยทานอันบุคคลให้แล้วแต่โลกนี้ หรือ?  ส. ถูกแล้ว  ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย มารดาบิดาเล็งเห็น  ฐานะ ๕ ประการ จึงปรารถนาบุตรซึ่งจะเกิดในสกุล ฐานะ ๕ เป็น  ไฉน? เราเลี้ยงเขามาแล้ว เขาจักเลี้ยงเราตอบ เขาจักช่วยทำกิจ  ของเรา สกุลวงศ์จักดำรงอยู่นาน เขาจักดูแลทรัพย์ มฤดกสืบไป  ก็หรือเมื่อเราล่วงลับไปแล้ว เขาจักทำบุญส่งไปให้ ดูกรภิกษุทั้ง  หลาย มารดาบิดาเล็งเล็งเห็นฐานะ ๕ ประการนี้แล จึงปรารถนา  บุตรซึ่งจะเกิดในสกุล  บัณฑิตเล็งเห็นฐานะ ๕ ประการ จึงปรารถนาบุตร คือ เรา  เลี้ยงเขามาแล้ว เขาจักเลี้ยงเราตอบ เขาจักช่วยทำกิจของเรา สกุล  วงศ์จักดำรงอยู่ได้นาน เขาจักดูแลทรัพย์มฤดกสืบไป ก็หรือเมื่อเรา  ล่วงลับไปแล้ว เขาจักทำบุญส่งไปให้ บัณฑิตทั้งหลายเล็งเห็นฐานะ  ๕ ประการนี้ จึงปรารถนาบุตร  เพราะฉะนั้น สัปปุริสชน คนเรียบร้อย จึงเป็นคนกตัญญูกต  เวที เมื่อระลึกถึงอุปการคุณที่ท่านได้ทำก่อน ย่อมเลี้ยงมารดาบิดา  ทำกิจของท่านตามฐานะที่ท่านเป็นบุพพการี บุตรผู้อยู่ในโอวาท  บิดามารดาเลี้ยงมาแล้ว เลี้ยงตอบ ไม่ทำวงศ์สกุลให้เสื่อม มีศรัทธา  ถึงพร้อมด้วยศีล เป็นบุตรที่ควรสรรเสริญ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง  มิใช่หรือ?  ส. ถูกแล้ว  ป. ถ้าอย่างนั้น บุคคลผู้ไปสู่ปรโลก ก็ยังอัตภาพให้เป็นไปได้ในปรโลกนั้น  ด้วยทานอันบุคคลให้แล้วแต่โลกนี้ น่ะสิ  อิโตทินนกถา จบ  -----------  ปฐวีกัมมวิปาโกติกถา

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๔๗๔–๔๗๕

อธิบายเนื้อหา