มหาวรรค

อภิธรรมปิฎก กถาวัตถุปกรณ์ · เล่ม ๓๗ ข้อ ๑๒๑

 [๑๒๑] ป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้ โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?  ส. ถูกแล้ว  ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราเห็นสัตว์ทั้งหลายจุติอยู่ อุปบัติอยู่ เลวบ้าง ประณีตบ้าง มีพรรณะงามบ้าง มีพรรณะทรามบ้าง เป็นสุคติบ้าง เป็นทุคติบ้าง ด้วยจักษุเพียงดังทิพย์ อันบริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์ ย่อมรู้ชัดซึ่งสัตว์ทั้งหลายว่าเป็นไปตามกรรม ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?  ส. ถูกแล้ว  ป. ถ้าอย่างนั้น ก็หยั่งเห็นบุคคลได้ โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์น่ะสิ  ส. ท่านได้ทำความตกลงแล้วว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราเห็นสัตว์ทั้งหลายจุติอยู่ อุปบัติอยู่ เลวบ้าง ประณีตบ้าง มีพรรณะงามบ้าง มีพรรณะทรามบ้าง เป็นสุคติบ้าง เป็นทุคติบ้าง ด้วยจักษุเพียงดังทิพย์ อันบริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์ย่อมรู้ชัดซึ่งสัตว์ทั้งหลายว่าเป็นไปตามกรรม ดังนี้ ด้วยเหตุนั้นแหละ ท่านจึงหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?  ป. ถูกแล้ว  ส. พระผู้มีพระภาคทรงเห็นรูปหรือทรงเห็นบุคคล ด้วยจักษุเพียงดังทิพย์ อัน  บริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์  ป. ทรงเห็นรูป  ส. รูปคือบุคคล รูปจุติ รูปอุปบัติ รูปเป็นไปตามกรรม หรือ?  ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ  ส. พระผู้มีพระภาคทรงเห็นรูปหรือทรงเห็นบุคคล ด้วยจักษุเพียงดังทิพย์ อัน  บริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์  ป. ทรงเห็นบุคคล  ส. บุคคล คือรูป คือรูปายตนะ คือรูปธาตุ คือสีเขียว คือสีเหลือง คือ  สีแดง คือสีขาว คือสิ่งที่รู้ได้ด้วยจักษุ กระทบที่จักษุ มาสู่คลองจักษุ  หรือ?  ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ  ส. พระผู้มีพระภาคทรงเห็นรูปหรือทรงเห็นบุคคล ด้วยจักษุเพียงดังทิพย์ อัน  บริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์  ป. ทรงเห็นทั้งสองอย่าง  ส. ทั้งสองอย่างคือรูป คือรูปายตนะ คือรูปธาตุ ทั้งสองอย่างคือสีเขียวทั้งสองอย่างคือสีเหลือง ทั้งสองอย่างคือสีแดง ทั้งสองอย่างคือสีขาว ทั้งสองอย่างคือสิ่งที่รู้ได้ด้วยจักษุ ทั้งสองอย่างกระทบที่จักษุ ทั้งสองอย่างมาสู่คลองจักษุ ทั้งสองอย่างจุติ ทั้งสองอย่างอุปบัติ ทั้งสองอย่างเป็นไปตามกรรม หรือ?  ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ  อุปาทาปัญญัตตานุโยค จบ  ----------  กัลยาณวรรค

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๕๗–๕๙

อธิบายเนื้อหา
ข้อความนี้ปรากฏที่อื่นอีก แห่ง