าณเป็นเครื่องสิ้นไปแห่งอาสวะดังนี้เป็นสูตร

อภิธรรมปิฎก กถาวัตถุปกรณ์ · เล่ม ๓๗ ข้อ ๑๔๒๖

 [๑๔๒๖] ส. ศีลที่มีการสมาทานเป็นเหตุ เจริญได้ หรือ?  ป. ถูกแล้ว  ส. เมื่อบุคคลสมาทานศีลแล้ว ตรึกกามวิตกอยู่ ตรึกพยาบาทวิตกอยู่ ตรึก  วิหิงสาวิตกอยู่ ศีลก็เจริญได้ หรือ?  ป. ถูกแล้ว  ส. เป็นการประชุมกันแห่งผัสสะ ๒ อย่าง ฯลฯ แห่งจิต ๒ อย่าง หรือ?  ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ  ส. เป็นการประชุมกันแห่งผัสสะ ๒ อย่าง ฯลฯ แห่งจิต ๒ อย่าง หรือ?  ป. ถูกแล้ว  ส. ธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล ที่มีโทษและไม่มีโทษ ที่เลวและประณีต ที่  ดำและขาว ซึ่งเป็นข้าศึกกัน มาพบกัน หรือ?  ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ  ส. ธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล มีโทษและไม่มีโทษ เลวและประณีต ที่ดำ  และขาว ซึ่งเป็นข้าศึกกัน มาพบกัน หรือ?  ป. ถูกแล้ว  ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ๔ ประการนี้ ไกลกัน  ไกลกันนัก ๔ ประการเป็นไฉน ท้องฟ้าและแผ่นดินนี้ประการแรก  ซึ่งไกลกันไกลกันนัก ฯลฯ เพราะเหตุฉะนั้น ธรรมของสัตบุรุษจึง  ไกลจากอสัตบุรุษ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?  ป. ถูกแล้ว  ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ธรรมที่เป็นกุศล และอกุศลที่มีโทษและ  ไม่มีโทษ ที่เลวและประณีต ที่ดำและขาว ซึ่งเป็นข้าศึกกัน มาพบกัน  ได้

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๕๙๖–๕๙๗

อธิบายเนื้อหา
ข้อความนี้ปรากฏที่อื่นอีก แห่ง