[๑๗๔] ส. ท่านหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลเป็นสังขตะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลเป็นอสังขตะ หรือ
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลเป็นสังขตะก็ไม่ใช่ เป็นอสังขตะก็ไม่ใช่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลเป็นสังขตะก็ไม่ใช่ เป็นอสังขตะก็ไม่ใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ยังมีส่วนสุดที่ ๓ อื่นนอกเหนือสังขตะและอสังขตะอีกหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ยังมีส่วนสุดที่ ๓ อื่นนอกเหนือสังขตะและอสังขตะอีกหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธาตุนี้มี ๒ อย่าง
๒ อย่างเป็นไฉน ธาตุเป็นสังขตะ ๑ ธาตุเป็นอสังขตะ ๑ นี้แล
ธาตุ ๒ อย่าง ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ยังมีส่วนสุดที่ ๓ อื่นนอกเหนือสังขตะและ
อสังขตะอีกนะสิ
ส. บุคคลเป็นสังขตะก็ไม่ใช่ เป็นอสังขตะก็ไม่ใช่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สังขตะเป็นอื่น อสังขตะก็เป็นอื่น บุคคลก็เป็นอื่น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ขันธ์ทั้งหลายเป็นสังขตะ นิพพานเป็นอสังขตะ บุคคลเป็นสังขตะก็ไม่ใช่
เป็นอสังขตะก็ไม่ใช่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ขันธ์ทั้งหลายเป็นอื่น นิพพานก็เป็นอื่น บุคคลก็เป็นอื่นหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูปเป็นสังขตะ นิพพานเป็นอสังขตะ บุคคลเป็นสังขตะก็ไม่ใช่ เป็น
อสังขตะก็ไม่ใช่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. รูปเป็นอื่น นิพพานก็เป็นอื่น บุคคลก็เป็นอื่น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณเป็นสังขตะ
นิพพานเป็นอสังขตะ บุคคลเป็นสังขตะก็ไม่ใช่ เป็นอสังขตะก็ไม่ใช่
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิญญาณเป็นอื่น นิพพานก็เป็นอื่น บุคคลก็เป็นอื่น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๘๐–๘๒