มหาวรรค

อภิธรรมปิฎก กถาวัตถุปกรณ์ · เล่ม ๓๗ ข้อ ๒๖

 [๒๖] ส. ท่านหยั่งเห็นรูปโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ดุจหยั่งเห็นเวทนาโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ รูปเป็นอื่น เวทนาก็เป็นอื่น หรือ?  ป. ถูกแล้ว  ส. ท่านหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ดุจหยั่งเห็นรูปโดยสัจฉิกัตถ  ปรมัตถ์ หรือ?  ป. ถูกแล้ว  ส. รูปเป็นอื่น บุคคลก็เป็นอื่น หรือ?  ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น  ส. ท่านจงรับรู้นิคหะ, หากว่าท่านหยั่งเห็นรูปโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ดุจหยั่งเห็นเวทนาโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ รูปเป็นอื่น เวทนาก็เป็นอื่น (อย่างเดียวกัน) ท่านหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ดุจหยั่งเห็นรูปโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ด้วยเหตุนั้นนะท่าน จึงต้องกล่าวว่า รูปเป็นอื่น บุคคลก็เป็นอื่น. ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า ข้าพเจ้าหยั่งเห็นรูปโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ดุจหยั่งเห็นเวทนาโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ รูปเป็นอื่น เวทนาก็เป็นอื่น ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ดุจหยั่งเห็นรูปโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ แต่ไม่พึง  กล่าวว่า รูปเป็นอื่น บุคคลก็เป็นอื่น ดังนี้ ผิด, แต่ถ้าไม่พึงกล่าวว่า รูปเป็นอื่น บุคคลก็เป็นอื่น ก็ต้องไม่กล่าวว่า ข้าพเจ้าหยั่งเห็นรูปโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ดุจหยั่งเห็นเวทนาโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ รูปเป็นอื่น เวทนาก็เป็นอื่น ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ดุจหยั่งเห็นรูปโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์. ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า ข้าพเจ้าหยั่งเห็นรูปโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ดุจหยั่งเห็นเวทนาโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ รูปเป็นอื่น เวทนาก็เป็นอื่น ข้าพเจ้าหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ ดุจหยั่งเห็นรูปโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ แต่ไม่พึงกล่าวว่า รูปเป็นอื่นบุคคลก็เป็นอื่น ดังนี้ ผิด ฯลฯ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๑๘–๑๙

อธิบายเนื้อหา
ข้อความนี้ปรากฏที่อื่นอีก แห่ง