ด้วยมโนใดมโนนั้นไม่มีอยู่เลยดังนี้เป็นสูตร

อภิธรรมปิฎก กถาวัตถุปกรณ์ · เล่ม ๓๗ ข้อ ๖๕๔

 [๖๕๔] ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ละอะไรได้ด้วยการเห็นทุกข์  ป. ละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียด และบรรดากิเลสพวก  เดียวกันได้ ๑ ใน ๔ ส่วน  ส. ๑ ใน ๔ ส่วน เป็นพระอนาคามี อีก ๓ ใน ๔ ส่วน ไม่เป็นพระ  อนาคามี, ๑ ใน ๔ ส่วน ถึง ได้ บรรลุ ทำให้แจ้ง เข้าถึงอยู่ ถูก  ต้องด้วยนามกายอยู่ซึ่งอนาคามิผล อีก ๓ ใน ๔ ส่วน ไม่ถูกต้องด้วย  นามกายอยู่ซึ่งอนาคามิผล, ๑ ใน ๔ ส่วน เป็นพระอนาคามีผู้อันตราปริ  นิพพายี ฯลฯ ผู้อุปหัจจปรินิพพายี ฯลฯ ผู้อสังขารปรินิพพายี ฯลฯ  ผู้สสังขารปรินิพพายี ฯลฯ ผู้อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี อีก ๓ ใน ๔ ส่วน  ไม่เป็นพระอนาคามี ผู้อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี หรือ?  ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ  ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ละอะไรได้ด้วยการเห็นสมุทัย  ฯลฯ ด้วยการเห็นนิโรธ ฯลฯ ด้วยการเห็นมรรค  ป. ละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียด และบรรดากิเลสพวก  เดียวกันได้ ๑ ใน ๔ ส่วน  ส. ๑ ใน ๔ ส่วน เป็นพระอนาคามี อีก ๓ ใน ๔ ส่วน ไม่เป็นพระ  อนาคามี, ๑ ใน ๔ ส่วน ถึง ได้ บรรลุ ทำให้แจ้ง เข้าถึงอยู่ ถูก  ต้องด้วยนามกายซึ่งอนาคามิผล อีก ๓ ใน ๔ ส่วน ไม่ถูกต้องด้วยนาม  กายอยู่ซึ่งอนาคามิผล, ๑ ใน ๔ ส่วน เป็นพระอนาคามีผู้อันตราปรินิพ  พายี ฯลฯ ผู้อุปหัจจปรินิพพายี ฯลฯ ผู้อสังขารปรินิพพายี ฯลฯ  ผู้สสังขารปรินิพพายี ฯลฯ ผู้อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี อีก ๓ ใน ๔ ส่วน  ไม่เป็นพระอนาคามี ผู้อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี หรือ?  ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๒๘๙–๒๙๐

อธิบายเนื้อหา
ข้อความนี้ปรากฏที่อื่นอีก แห่ง