ด้วยมโนใดมโนนั้นไม่มีอยู่เลยดังนี้เป็นสูตร

อภิธรรมปิฎก กถาวัตถุปกรณ์ · เล่ม ๓๗ ข้อ ๖๙๐

 [๖๙๐] ส. พระดำรัสของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า เมื่อตรัสโลกิยธรรม ก็เป็นโลกิยะ  เมื่อตรัสโลกุตตรธรรม ก็เป็นโลกุตตระ หรือ?  ป. ถูกแล้ว  ส. เมื่อตรัสมรรค ก็เป็นมรรค เมื่อตรัสธรรมมิใช่มรรค ก็เป็นธรรมมิใช่  มรรค เมื่อตรัสผล ก็เป็นผล เมื่อตรัสธรรมมิใช่ผล ก็เป็นธรรมมิใช่  ผล เมื่อตรัสนิพพาน ก็เป็นนิพพาน เมื่อตรัสธรรมมิใช่นิพพาน ก็เป็น  ธรรมมิใช่นิพพาน เมื่อตรัสสังขตะ ก็เป็นสังขตะ เมื่อตรัสอสังขต ก็  เป็นอสังขตะ เมื่อตรัสรูป ก็เป็นรูป เมื่อตรัสอรูป ก็เป็นอรูป เมื่อ  ตรัสเวทนาก็เป็นเวทนา เมื่อตรัสธรรมมิใช่เวทนา ก็เป็นธรรมมิใช่เวทนา  เมื่อตรัสสัญญา ก็เป็นสัญญา เมื่อตรัสธรรมมิใช่สัญญา ก็เป็นธรรมมิ  ใช่สัญญา เมื่อตรัสสังขาร ก็เป็นสังขาร เมื่อตรัสธรรมมิใช่สังขาร ก็  เป็นธรรมมิใช่สังขาร เมื่อตรัสวิญญาณ ก็เป็นวิญญาณ เมื่อตรัสธรรมมิ  ใช่วิญญาณ ก็เป็นธรรมมิใช่วิญญาณ หรือ?  ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ  โวหารกถา จบ  ----------  นิโรธกถา

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๓๐๒–๓๐๓

อธิบายเนื้อหา
ข้อความนี้ปรากฏที่อื่นอีก แห่ง