[๑๐๑๔] ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด มัคคสัจของสัตว์นั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ?
ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งมรรค สัตว์เหล่าใดจักได้เฉพาะซึ่งอรหัตมรรค ในลำดับแห่งจิตใด แก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิตนั้น และแก่สัตว์เหล่าอื่น ซึ่งจักได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แต่มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรค
แก่พระอรหันต์ทั้งหลาย ในภังคขณะแห่งจิต และแก่ปุถุชน ซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรคที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิ แก่สัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอบายภูมิ จากอสัญญสัตตภูมิ และมัคคสัจก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า มัคคสัจของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้น?
มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ของพระอรหันต์ทั้งหลาย ในอุปปาทขณะแห่งจิตและของปุถุชนซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในปวัตติกาลและของสัตว์ซึ่งกำลังเข้าถึงอบายภูมิ อสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไป แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ มัคคสัจของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งอรหัตมรรคแก่พระอรหันต์ทั้งหลายในภังคขณะแห่งจิต และของปุถุชนซึ่งจักไม่ได้เฉพาะซึ่งมรรค ที่กำลังจุติอยู่ ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมรรคจิตและผลจิต ในอรูปภูมิและของสัตว์ซึ่งกำลังจุติจากอบายภูมิ จากอสัญญสัตตภูมิ จักไม่ดับไป และทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๓๖๐–๓๖๑