[๑๔๗๖] บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้มานานุสัยในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มี ความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรมบุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้มานานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลที่ ๘ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลที่ ๘นั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลที่ ๘ นั้น จะไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัยจากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลนั้นนั่นแหละไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้นย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือเว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น และบุคคลที่ ๘ ย่อมไม่กำหนดรู้วิจิกิจฉานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย ในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ย่อมไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรมบุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ภวราคานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.
บุคคลใด ไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นหรือ?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัยจากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในอปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย และไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัยในที่ทั้งปวง.
หรือว่า บุคคลใด ไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่ใด บุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น?
บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรค ไม่กำหนดรู้ในทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้นก็หาไม่ บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่กำหนดรู้ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ ในอปริยาปันนธรรมบุคคลนั้น ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย จากที่นั้น บุคคลทั้งหลายที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก ย่อมไม่กำหนดรู้อวิชชานุสัย และไม่กำหนดรู้ปฏิฆานุสัย ในที่ทั้งปวง.พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๖๔๖–๖๔๙