ปหีนวาร

อภิธรรมปิฎก ยมกปกรณ์ ภาค ๑ · เล่ม ๓๘ ข้อ ๑๕๑๘

 [๑๕๑๘] กามราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด ปฏิฆานุสัย เป็นอันบุคคลละแล้ว ในที่นั้นหรือ?  ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.  หรือว่า ปฏิฆานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด กามราคานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น?  ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.  กามราคานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด มานานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้วในที่นั้นหรือ?  กามราคานุสัย อันบุคคลนั้น คือ พระอนาคามีละแล้ว ในที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ในกามธาตุ แต่มานานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้นก็หาไม่ กามราคานุสัย และมานานุสัย อันบุคคลนั้น คือ พระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ.  หรือว่า มานานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด กามราคานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น?  มานานุสัย อันบุคคลนั้น คือ พระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น คือ ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุกามราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว มานานุสัย อันบุคคลนั้นละแล้วและกามราคานุสัย อันบุคคลนั้น คือ บุคคลนั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ในกามธาตุ.  กามราคานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด ทิฏฐานุสัย อันบุคคลนั้นละแล้วในที่นั้นหรือ?  ถูกแล้ว.  หรือว่า ทิฏฐานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด กามราคานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น?  ทิฏฐานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือ บุคคล ๒ จำพวกละแล้ว ในที่นั้น คือ ในทุกขเวทนาในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ กามราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว ทิฏฐานุสัยอันบุคคลเหล่านั้น คือ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุแต่กามราคานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นละแล้ว ในที่นั้นก็หาไม่ ทิฏฐานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นคือ บุคคล ๒ จำพวก ละแล้ว ในที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ กามราคานุสัยบไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว ทิฏฐานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นละแล้ว และกามราคานุสัยอันบุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ละแล้วในเวทนา ๒ ในกามธาตุ.  กามราคานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด วิจิกิจฉานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้นหรือ?  ถูกแล้ว.  หรือว่า วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลละแล้ว ในที่ใด กามราคานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น?  วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือ บุคคล ๒ จำพวก ละแล้ว ในที่นั้น คือ ในทุกขเวทนาในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ กามราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว วิจิกิจฉานุสัยอันบุคคลเหล่านั้น คือ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละละแล้ว ในที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุแต่กามราคานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นละแล้ว ในที่นั้นก็หาไม่ วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นคือ บุคคล ๒ จำพวก ละแล้ว ในที่นั้น คือ ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ กามราคานุสัยไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว วิจิกิจฉานุสัย อันบุคคลเหล่านั้นละแล้ว และกามราคานุสัย อันบุคคลเหล่านั้น คือ บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ละแล้ว ในที่นั้น คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ.  กามราคานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด ภวราคานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้นหรือ?  ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.  หรือว่า ภวราคานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด กามราคานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น?  ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว.  กามราคานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด อวิชชานุสัย เป็นอันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้นหรือ?  กามราคานุสัย อันบุคคล คือ พระอนาคามีนั้นละแล้ว ในที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ในกามธาตุ แต่อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้นก็หาไม่ กามราคานุสัย อันบุคคลนั้น ละแล้ว และอวิชชานุสัย อันบุคคลนั้น คือ พระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น คือ ในเวทนา ๒ในกามธาตุ.  หรือว่า อวิชชานุสัย อันบุคคลใดละแล้ว ในที่ใด กามราคานุสัย อันบุคคลนั้นละแล้ว ในที่นั้น?  อวิชชานุสัย อันบุคคลนั้น คือ พระอรหันต์ละแล้ว ในที่นั้น คือ ในทุกขเวทนาในรูปธาตุ ในอรูปธาตุ กามราคานุสัย ไม่พึงกล่าวว่า ละแล้วหรือยังไม่ละแล้ว อวิชชานุสัยอันบุคคลนั้นละแล้ว และกามราคานุสัย อันบุคคลนั้น คือบุคคลนั้นนั่นแหละ ละแล้ว ในที่นั้นคือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ.

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · หน้า ๖๗๗–๖๗๙

อธิบายเนื้อหา
ข้อความนี้ปรากฏที่อื่นอีก แห่ง